โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. ชี้ “ภาษีสหรัฐฯ” เป็นเรื่องใกล้ตัว แนะรัฐรับมือสินค้าราคาถูกทะลักกระทบเอสเอ็มอีไทย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 พ.ค. 2568 เวลา 19.52 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2568 เวลา 12.36 น.

ธปท. ชี้ ภาษีสหรัฐฯ เป็นเรื่องใกล้ตัว แนะรัฐรับมือสินค้าราคาถูกกระทบเอสเอ็มอีไทย ด้านประชาชนควรวางแผนการเงินเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก เชื่อไทยผ่านพ้นมรสุมครั้งนี้ได้ เนื่องจากเอกชนไทยมีความสามารถ โครงสร้างพื้นฐานของประเทศดี

16 พ.ค. 2568 ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 25 Money Expo 2025 BANGKOK จัดโดยวารสารการเงินธนาคาร น.ส. ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ และ โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมเสวนาในหัวข้อ “จับตาอนาคตเศรษฐกิจไทย: เมื่อโลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ” โดยระบุว่า มาตรการภาษีของสหรัฐฯ เป็นมาตรการที่มีผลกับหลายประเทศทั่วโลกและจะส่งผลกระทบโดยตรงกับภาคการส่งออกของไทยเนื่องจากสหรัฐฯ เป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยซึ่งไทยมีสัดส่วนการส่งออกไปสหรัฐฯ 18% ของการส่งออกทั้งหมด

ขณะที่ยังมีผลกระทางอ้อมคือผลกระทบกับริษัทขนาดเล็กหรือเอสเอ็มอีที่เป็นผู้ผลิตหรือซัพพลายเชนของบริษัทที่ส่งออกไปยังสหรัฐโดยตรงอีกด้วย

“ภาษีสหรัฐฯ อาจเป็นเรื่องที่หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริงๆ เป็นเรื่องใกล้ตัวเพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน ซึ่งหมายความว่าเป็นเรื่องของคนเป็นแสนเป็นล้านคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกด้วย”

นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่สินค้าจากประเทศอื่นที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ไม่ได้ จะทะลักเข้ามาในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ ขายได้ในราคาถูก ซึ่งจะทำให้ผู้ผลิตไทยเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น

“ตอนนี้หลายอุตสาหกรรมเจอกับการแข่งขันที่สูงขึ้นแล้ว เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะต้นทุนการผลิตของเราอาจจะสูงกว่าต่างประเทศ และในอนาคตบริษัทเล็กๆ อื่นๆ ก็จะถูกสินค้าจากต่างประเทศเข้ามากระทบเรื่อยๆ จะเห็นได้ว่าสิ่งที่เราคิดว่าไกลตัวก็ไม่ได้ไกลอย่างที่คิด จะมาเคาะประตูบ้านเราไม่ช้า”

ทั้งนี้ นอกจากภาษีสหรัฐฯ จะกระทบกับภาคการส่งออกและเกี่ยวเนื่องแล้วยังกระทบกับความเชื่อมั่นด้วย เนื่องจากหากไทยโดยเก็บภาษีจากสหรัฐฯ ที่ 37% อาจทำให้นักลงทุนต่างชาติที่ทำธุรกิจอยู่ในไทยหรือกำลังตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทยตัดสินใจย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นที่โดนสหรัฐฯ เก็บภาษี น้อยกว่าไทยและมีข้อได้เปรียบมากกว่าไทยได้ซึ่งจะทำให้การลงทุนจากต่างประเทศของไทยหยุดชะงัก

น.ส. ชญาวดี กล่าวว่า การรับมือจากผลกระทบของมาตรการภาษีสหรัฐฯ ส่วนหนึ่งต้องฝากไว้กับทีมที่จะเดินทางไปเจรจาเพื่อให้ภาษีที่ไทยจะโดนเรียกเก็บจากสหรัฐฯ ใกล้เคียงกับประเทศอื่นมากที่สุด อย่างไรก็ตามผลกระทบโดยตรงที่เกิดขึ้นกับภาคการส่งออกอาจน้อยกว่าผลกระทบทางอ้อม ดังนั้นสิ่งที่ควรทำเพื่อรับมือรับมือกับมาตรการภาษี ได้แก่

  • ในส่วนของภาครัฐต้องบรรเทาผลกระทบจากมาตรการภาษี โดยเฉพาะกรณีที่จะมีสินค้าจากประเทศอื่นทะลักเข้ามาในประเทศไทย ดังนั้นภาครัฐควรทำมาตรการที่เข้มข้นในการจัดการเรื่องสินค้านำเข้าอย่างจริงจัง
  • ในส่วนของประชาชนควรเตรียมตัวรับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า โดยการออมเงินให้มากขึ้น โดยการออมที่เพิ่มมากขึ้นทำได้โดยการใช้จ่ายเฉพาะตามความจำเป็นและวางแผนการใช้จ่ายด้วย

“สูตรการใช้จ่ายคือ ไม่ใช่ รายได้ลบค่าใช้จ่ายแล้วออม แต่ต้องเป็นรายได้ลบเงินออมแล้วค่อยใช้จ่าย สำหรับคนที่มีเงินออมเยอะแล้วสามารถนำไปลงทุนได้เพื่อจะได้มีหลายทางเลือก”

ส่วนคนที่เป็นหนี้ต้องสะสางหนี้ให้ได้มากที่สุด โดยปัจจุบันหากประชาชนมีความหนักใจเรื่องภาระหนี้สามารถติดต่อสถาบันการเงินพื่อปรับโครงสร้างหนี้ได้

“ยืนยันว่ามาตรการแก้หนี้ที่แบงก์ชาติออกมาจะยังอยู่ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เรื่องการปรับโครงสร้างหนี้เราไม่ใช่แค่ขอความร่วมมือแต่บังคับให้เจ้าหนี้ที่อยู่ในระบบต้องช่วยลูกหนี้ ดังนั้นหากหนักใจเรื่องภาระหนี้สามารถติดต่อสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ได้ทันที ที่สำคัญคืออย่าหนีหนี้ หากใครไม่รู้จะแก้หนี้อย่างไรสามารถติดต่อที่หมอหนี้ของธปท. หรือโทร 1213 เพื่อขอรับข้อมูลก่อนที่จะไปติดต่อกับเจ้าหนี้ได้”

น.ส. ชญาวดี กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจไทยปัจจุบันจะมีความท้าทาย และ รายได้ของประชาชนมีความไม่แน่นอนมากขึ้น แต่เชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถผ่านพ้นสถานการณ์ในครั้งนี้ไปได้ เนื่องจากภาคเอกชนไทยจะสามารถผ่านไปได้ รวมถึงประเทศไทยยังเป็นประเทศที่อยู่จุดกึ่งกลางของภูมิภาค ประกอบกับมีโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดี ทั้งถนน สะพาน รถไฟ ที่จะเชื่อมต่อการขนส่งในภูมิภาคได้ ขณะที่กระดูกสันหลังของกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างระบบการชำระเงินของไทยก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศอื่น

นอกจากนี้ประเทศไทยยังเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงามซึ่งส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามปัจจุบันการท่องเที่ยวของไทยมีความท้าทายมากขึ้น ดังนั้นไทยควรใช้จุดเด่นที่มีให้เกิดประโยชน์ มีการปรับตัวให้เหมาะสมกับบริบทโลกที่เปลี่ยนไปเพื่อให้การท่องเที่ยวของไทยเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

“เราเชื่อมั่นว่าเราจะผ่านมรสุมครั้งนี้ไปได้ เนื่องจากภาคเอกชนของไทยเก่ง และ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีของ แต่ภายใต้โลกที่เปลี่ยนไปเราต้องมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้สิ่งที่เรามีอยู่ดีขึ้น ทำให้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจของเราเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งภาครัฐต้องทำหน้าที่สนับสนุนหรือเป็นลมใต้ปีกให้ด้วย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...