ภาพเก่าเล่าตำนาน : เหตุการณ์ชายแดน ‘ไทย-กัมพูชา’ ที่ยืดเยื้อ
ไทย-กัมพูชา – ย้อนเวลากลับไปช่วงต้นรัชสมัย ในหลวง ร.3 มหาอำนาจ “อังกฤษ” นำกำลังทหารชาวอินเดียพร้อมอาวุธทันสมัยบุกเข้าทำสงครามกับทหารของกษัตริย์พม่า 2 ครั้ง โค่นระบบกษัตริย์พม่า แล้วเข้าปกครองดินแดน นำชาวอินเดียเข้ามาทำงาน ติดอาวุธให้โรฮีนจา สนับสนุนชาวกะเหรี่ยงให้ได้เรียนหนังสือ ลำเอียงให้ “กะเหรี่ยง” เป็นข้าราชการเหนือชั้นกว่าชาวพม่า พม่าหมดฤทธิ์ ไม่มาคุกคามสยามอีก
ในเวลาเดียวกัน “ฝรั่งเศส” ที่เป็นคู่แข่งของอังกฤษ ไม่ยอมน้อยหน้า นำเรือปืนเข้ามายึดดินแดนเกาะไหหลำ ยึดเมืองชายฝั่งทางตอนใต้ของจีน รุกลงใต้เข้าเวียดนาม ลาว และเขมร
สยามประเทศตกอยู่ในสภาวะ “เจียนอยู่-เจียนตาย”
ผ่านเข้าสู่รัชสมัยในหลวง ร.4 ต่อเนื่องรัชสมัยในหลวง ร.5 ภัยคุกคามจากทิศตะวันตกโดยอังกฤษ จากทิศตะวันออกโดยฝรั่งเศส คือฝันร้ายที่เป็นจริง สยามประคองตัว รักษาตัวให้รอดปลอดภัยมาได้ แต่ก็ถูกมหาอำนาจทั้ง 2 ตีกระหนาบ ข่มขู่ ด้วยเหตุกระทบกระทั่งสารพัด โดยเฉพาะเหตุการณ์ ร.ศ.112 เส้นเขตแดนแบ่งประเทศ สยามก็โดนเชือดเฉือนดินแดนในปกครองไปมหาศาล
สยามคือราชอาณาจักรแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่ตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตก แต่ก็ “โดนย่ำยี” กระอักเลือด
ขอเรียนว่า…ในเวลานั้นยังไม่มี “ประเทศ” เพราะยังไม่มีเส้นเขตแดนของพม่า สยาม ลาว เขมร เวียดนาม มาเลเซีย…
ขอชวนท่านผู้อ่านที่เคารพ…มาเจาะรายละเอียดเพิ่มเติมครับ
ในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มนุษย์ทั้งหลายใช้ชีวิตอยู่กันตาม “กลุ่มชาติพันธุ์” มีหัวหน้า-ผู้นำเป็นกษัตริย์ปกครอง มีอาณาเขต มีอิทธิพลถึงไหน ใช้วิธีบอกเล่าต่อกันมา ใช้กำลัง ใช้แสนยานุภาพของกำลังทหารปกครอง
แม่น้ำ ลำคลอง ภูเขา คือตัวกำหนดอาณาเขตของแต่ละอาณาจักรแบบคร่าวๆ เข้าใจได้ ใครอยากได้ดินแดนเพิ่มก็ยกทัพไปตีเอามา
มหาอำนาจในทวีปยุโรปที่ก้าวล้ำทางวิทยาการ มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ มีความรู้ภูมิศาสตร์โลก เช่น สเปน โปรตุเกส ฮอลันดา อังกฤษ ฝรั่งเศส เจนจัดในการเดินเรือ มีอาวุธทันสมัย แข่งกันเสี่ยงตาย เดินเรือข้ามหาสมุทรไปในดินแดนต่างๆ ของโลกเพื่อล่ามหาสมบัติ หาดินแดนใหม่ๆ จับจองดินแดนเป็นของตน ค้นหาทรัพยากรมีค่า
ขอกล่าวถึงเฉพาะฝรั่งเศสที่รุ่งเรือง ก้าวหน้าสุดขีดครับ…
พ.ศ.2406 ฝรั่งเศสเข้ายึดครองกัมพูชาโดยการผสมผสานการใช้กำลังทหารและการเมืองรุกเข้ากัมพูชา ด้วยความยินยอมของกษัตริย์
เหตุผลคือ ในช่วงเวลานั้น…พระมหากษัตริย์กัมพูชาทรงเกรงว่าจะถูก “สยาม” ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านรุกราน จึงได้ขอความคุ้มครองจากฝรั่งเศส ส่งผลให้เกิดสนธิสัญญาที่ให้ฝรั่งเศสสามารถควบคุมกิจการของราชอาณาจักรได้อย่างมีนัยสำคัญ
โดยมีแนวคิดว่า…เมื่อกัมพูชาไปอยู่ในการอารักขาของฝรั่งเศส สยามก็จะสละอำนาจปกครองกัมพูชาและยอมรับอารักขาของฝรั่งเศสในกัมพูชาอย่างเป็นทางการ
เดือนสิงหาคม พ.ศ.2406 (ตรงกับรัชสมัยในหลวง ร.4) กษัตริย์นโรดมทรงลงนามในข้อตกลงกับฝรั่งเศสเพื่อจัดวางราชอาณาจักรภายใต้การคุ้มครองของฝรั่งเศส…
หากแต่การที่ราชอาณาจักรกัมพูชาไปอยู่ในอารักขาของฝรั่งเศส มหาอำนาจบิดเบี้ยวรูปแบบการปกครองให้กลายเป็นความสัมพันธ์แบบ“อาณานิคม” เต็มรูปแบบ ซึ่งผู้ปกครองกัมพูชามิได้คาดคิดมาก่อน
ผู้สำเร็จราชการฝรั่งเศสเข้าปกครองการเมือง เศรษฐกิจ และเศรษฐกิจแบบเบ็ดเสร็จ
ที่เจ็บช้ำที่สุดคือ กษัตริย์กัมพูชาถูกละเลยพระราชอำนาจ ผิดเพี้ยนไปจากข้อตกลงการเป็น “รัฐในอารักขา” ซึ่งกัมพูชามีกษัตริย์ปกครอง
วันเวลาผันผ่าน…การกระชับอำนาจของฝรั่งเศสต่อราชวงศ์กัมพูชาค่อยๆ เพิ่มขึ้น อำนาจของกษัตริย์ไม่มีอยู่ภายนอกพระราชวังอีกต่อไป
พ.ศ.2447 กษัตริย์นโรดม สิ้นพระชนม์ ผู้สืบทอดตำแหน่งอีก 2 พระองค์คือ กษัตริย์สีสุวัตถิ์ และ กษัตริย์มณีวงศ์ พอพระทัยที่จะให้ฝรั่งเศสควบคุม ปกครองประเทศต่อไป
ปี พ.ศ.2483 ฝรั่งเศสพ่ายแพ้ในสงครามชายแดนสั้นๆ กับกองทัพไทย (นั่นคือสงครามอินโดจีน ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นสงครามระหว่างไทยกับทหารฝรั่งเศส แต่เอกสารทางฝ่ายตะวันตกจะเรียกว่า “ความขัดแย้งระหว่างไทยกับฝรั่งเศส” : ผู้เขียน)
3 เหล่าทัพของสยามรบกับกองทัพฝรั่งเศส 22 วัน ทหารไทยห้าวหาญ ฮึกเหิมสุดๆ เพราะประชาชนไทยเดินขบวนสนับสนุนในกรุงเทพฯ ประกอบกับทหารฝรั่งเศสที่กำลังรบอยู่ในยุโรปแพ้ทุกสมรภูมิ ในที่สุดต้องขอให้ญี่ปุ่นเป็นผู้ไกล่เกลี่ย จนมีการเซ็นสัญญาสงบศึกกันที่กรุงโตเกียว เรียกสั้นๆ ว่าสนธิสัญญาโตเกียว สยาม-ฝรั่งเศส (The Franco-Thai Settlement Treaty)
สงครามอินโดจีนนี่แหละเป็นผลให้สยามประเทศ “ได้ดินแดนคืน” จากฝรั่งเศสที่โดนยึดไปในสมัยในหลวง ร.5
9พฤษภาคม 2484 ฝรั่งเศสยินยอมมอบดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงที่ไทยเสียไปในเหตุการณ์ ร.ศ.112 รวมทั้งเมืองพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ ที่เสียไปคืนมาได้
(เกมพลิก…สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝรั่งเศสกลายเป็นผู้ชนะสงคราม ไทยต้องส่งมอบดินแดนดังกล่าวคืนให้กับฝรั่งเศสอีกครั้งตามความตกลงระงับกรณีระหว่างไทยกับฝรั่งเศส (Accord de règlement Franco-Siamois) พ.ศ.2489 หรือรู้จักในชื่ออนุสัญญากรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และญี่ปุ่นตกเป็นผู้แพ้สงคราม)
เมษายน พ.ศ.2484 พระเจ้ามณีวงศ์สิ้นพระชนม์ ฝรั่งเศสได้สถาปนา เจ้าชายนโรดม สีหนุ วัย 18 พรรษา ขึ้นครองราชย์
ปลายศตวรรษที่ 19 กัมพูชาก็กลายเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสโดยสมบูรณ์ ฝรั่งเศสห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่สำคัญใดๆ ใช้อำนาจแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญ กัมพูชาตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสกินเวลานานถึง 90 ปี
ฝรั่งเศสมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการปกครองเวียดนาม ลาว เขมร จัดทีมงานทางเทคนิคเพื่อจัดทำเส้นแบ่งเขตแดน
“เขตแดน” จึงเกิดขึ้น รวมทั้ง “เส้นเขตแดน” ระหว่างไทย-เขมร ไทย-ลาว ซึ่งตรงกับรัชสมัยในหลวง ร.5
(ในหลวง ร.4 โปรดเกล้าฯ ให้คณะข้าหลวงอังกฤษทำงานปักปันเขตแดนสยาม-พม่า ร่วมสำรวจและชี้แนวเขตแดนสยาม-พม่า ตั้งแต่ จ.แม่ฮ่องสอน จนถึง จ.ระนอง แปลว่าเส้นเขตแดนของสยามถูกกำหนดโดยมหาอำนาจทั้ง 3 ด้าน รวมถึงเขตแดนสยาม-มลายูที่อังกฤษมากำหนด)
ในระหว่างปกครองกัมพูชา ฝรั่งเศสทำงานค้นคว้าด้านโบราณคดีในดินแดนกัมพูชา เช่น การเปิดเผยรูปภาพปราสาทนครวัด นำชื่อเสียงมาสู่ฝรั่งเศส ปราสาทโบราณที่สูญหายไปหลายร้อยปีถูกค้นพบ บรรดาโบราณสถานทั้งหลายในกัมพูชา ฝรั่งเศสต้องการให้มาอยู่ในดินแดนของกัมพูชาที่ตนเองปกครอง รวมไปถึงเขาพระวิหาร
เมืองพระตะบองและเมืองเสียมราฐ ซึ่งเคยถูกสยามผนวกเข้าเป็นดินแดนของสยามในช่วงปี พ.ศ.2333 (รัชสมัยในหลวง ร.1) จึงถูกส่งคืนให้กัมพูชาหลังจากที่ฝรั่งเศสกดดัน
นครวัดกลับคืนสู่เขตอำนาจของเขมร นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสก็สามารถเริ่มงานบูรณะที่จริงจังและเป็นประโยชน์ได้
ฝรั่งเศสปกครองกัมพูชาแบบเฉียบขาด มีการลงโทษหนัก ใช้งานเยี่ยงทาส แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการของฝรั่งเศสปกครองอินโดจีนฝรั่งเศส ขูดรีดทรัพยากร ปราบปรามผู้เห็นต่าง
ลักษณะนิสัยของฝรั่งเศสที่เลวร้ายที่สุดประการหนึ่งคือ ฝรั่งเศสไม่ยอมให้การศึกษาแก่ชาวกัมพูชา ไม่ยินยอมให้โอกาสพวกเขาเข้าร่วมในกระบวนการทางการเมือง เพื่อมิให้มีโอกาสเรียกร้องเอกราช
ฝรั่งเศสไม่ได้เตรียมประชาชนเขมรให้พร้อมสำหรับการประกาศเอกราชเลย จนกระทั่งถึงสงครามโลกครั้งที่ 2มีเพียงโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายเพียงแห่งเดียวเท่านั้น และไม่มีมหาวิทยาลัยเลย (เอกสาร ประวัติศาสตร์กัมพูชา ค้นหาความจริง ฉบับเดือนกรกฎาคม 2552 โดย เดวิด แชนด์เลอร์ ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโมนาช ดร.แชนด์เลอร์เป็นนักประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของกัมพูชา)
ขอส่องประเด็นเรื่อง “เขตแดน” ของกัมพูชากับประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 3 ประเทศ คือ ลาว เวียดนาม และสยาม…
คำว่า อินโดจีนฝรั่งเศส คือ 3 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม ลาว และกัมพูชา คำว่า อินโดจีน หมายถึง การผสมผสานอิทธิพลของอินเดียและจีนในวัฒนธรรมของภูมิภาคนี้)
เส้นแบ่งเขตแดนเหล่านี้ฝรั่งเศสไม่สนใจความเป็นจริงทางเชื้อชาติและภูมิศาสตร์ ทำให้เกิดความขัดแย้งหลังจากอาณานิคมเหล่านี้ได้รับเอกราช เส้นแบ่งเขตแดนหลักอยู่ที่เวียดนาม-เขมร และสยาม-เขมร
เขตแดนสยาม-เขมร มีความยาวประมาณ 798 กิโลเมตร
พรมแดนไทย-กัมพูชานั้น เป็นผลมาจากการปักปันเขตแดนร่วมกันระหว่างประเทศสยามและประเทศฝรั่งเศส ออกมาเป็นอนุสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ฉบับลงวันที่13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2447 สนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ฉบับลงวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2450 และพิธีสารแนบท้าย โดยได้จัดทำแผนที่เพื่อแสดงเส้นเขตแดนไว้จำนวน 2 ชุด ประกอบไปด้วย แผนที่ 11 ระวาง จัดทำขึ้นมาตามอนุสัญญาที่ทำขึ้นในปี พ.ศ.2447
แผนที่ 5 ระวาง จัดทำขึ้นมาตามอนุสัญญาที่ทำขึ้นในปี พ.ศ.2450
ระหว่างปี พ.ศ.2452-2453 และปี พ.ศ.2462-2463 มีคณะปักปันเขตแดน จำนวน 73 หลัก บางหลักทำด้วยไม้ ในแต่ละหลักมีการบันทึกวาจาปักหลักหมายเขตประกอบ (Procès-verbal d’abornement)
แผนที่ต้นฉบับ ที่วาดภาพ ขีดเขียน บันทึกไว้เมื่อราว 100 ปีที่แล้ว ใช้มาตราส่วน 1 : 200,000 เมื่อถ่ายโอนลงในแผนที่ 1 : 50,000 ก็จะมีรายละเอียดที่หายไป เรื่องของการใช้แผนที่อ้างอิงคนละฉบับ การปักปันดินแดนแบบไม่มีรายละเอียด ไม่ได้รับการยอมรับ หลักเขตแดนเดิมชำรุดเสียหาย และสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกลายมาเป็นความขัดแย้งถาวร
พ.ศ.2505 ไทยเคยเสียเขาพระวิหารไปแล้วอย่างแสนจะเจ็บปวดจากการตัดสินของศาลโลก ในขณะที่ทางขึ้นปราสาทอยู่ฝั่งไทย ถ้าขึ้นจากฝั่งเขมรต้องขึ้นจากหน้าผา…สำหรับคนไทย ผลการตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร “น่าชิงชัง-น่ารังเกียจ” ลองศึกษา พูดคุยกันแบบตรงไป-ตรงมา แล้วจะรู้ความจริง อะไรเป็นอะไร
เหตุการณ์ชายแดนตั้งแต่ 28 กุมภาฯ 2568 กรณีเผาศาลาตรีมุข ถูกยกระดับขึ้นมาเป็นการใช้อาวุธ เป็นความตั้งใจ“เดินเกมเร็ว-แรง” และแสดงโดยบุคคลสำคัญทั้งสิ้น
บอกได้ว่า…ผิดสังเกตและจะยังไม่หยุดแค่ในพื้นที่ จะมีการขยายผลความขัดแย้งออกไป…ใครมีหน้าที่ต้องทำอะไร ที่ถูกต้อง เพื่อบ้านเมือง ก็ต้องทำนะครับ…
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภาพเก่าเล่าตำนาน : เหตุการณ์ชายแดน ‘ไทย-กัมพูชา’ ที่ยืดเยื้อ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th