ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 740.58 จุด ขานรับทรัมป์เลื่อนภาษี EU - ความเชื่อมั่นผู้บริโภคดีเกินคาด
ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 740.58 จุด ขานรับทรัมป์เลื่อนภาษี EU - ความเชื่อมั่นผู้บริโภคดีเกินคาด
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 พ.ค. 68 7:46: น.
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนบวกอย่างแข็งแกร่งในวันอังคาร (27 พ.ค.) โดยดาวโจนส์ดีดขึ้น 740.58 จุด หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่อนปรนมาตรการเก็บภาษีต่อสหภาพยุโรป (EU) รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ออกมาดีกว่าคาดการณ์ ซึ่งช่วยหนุนตลาด
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 740.58 จุด หรือ 1.78% ปิดที่ 42,343.65 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 118.72 จุด หรือ 2.05% ปิดที่ 5,921.54 จุด และดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้น 461.96 จุด หรือ 2.47% ปิดที่ 19,199.16 จุด
ดัชนีหลักทั้ง 3 ของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากแรงซื้อในวงกว้าง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม 7 นางฟ้า (Magnificent Seven) ซึ่งเป็นกลุ่มที่หนุนดัชนีแนสแดค
ดัชนี S&P500 ขยับเข้าใกล้ระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 19 ก.พ. โดยอยู่ห่างเพียง 3.6% แม้ก่อนหน้านี้เคยร่วงลงถึง 18.9% จากความกังวลหลังประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีเมื่อต้นเดือนเม.ย. ซึ่งส่งผลให้ตลาดเกิดความผันผวน
สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุด ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ผ่อนปรนการขู่ขึ้นภาษี 50% ต่อสหภาพยุโรป (EU) โดยเลื่อนการบังคับใช้ไปเป็นวันที่ 9 ก.ค. เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเจรจาระหว่างทำเนียบขาวกับสหภาพยุโรป ซึ่งทำให้ EU มีเวลาเตรียมตัวเข้าสู่การเจรจาการค้า ขณะเดียวกัน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ในเดือนพ.ค. พุ่งขึ้น 14.4% แม้ยอดสั่งซื้อสินค้าทุนหลัก (core capital goods) ซึ่งสะท้อนแผนการใช้จ่ายของบริษัทในสหรัฐฯ จะปรับตัวลดลงมากกว่าคาด
ด้านโธมัส บาร์คิน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาริชมอนด์ ระบุว่าข้อมูลเศรษฐกิจ ยังไม่แสดงสัญญาณแรงกดดันด้านราคาหรือการว่างงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนมุมมองไปในทิศทางเดียวกับเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางหลายคน ที่เชื่อว่าควรตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ก่อน จนกว่าจะเห็นผลกระทบจากภาษีทรัมป์อย่างชัดเจน โดยบันทึกการประชุมล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยในวันพุธนี้
ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง โดยบอนด์ยีลด์ อายุ 30 ปีร่วงแรงที่สุดในวันเดียว นับตั้งแต่ปลายเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา
หุ้น 11 กลุ่มที่คำนวนในดัชนี S&P 500 ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและเทคโนโลยี พุ่งนำตลาดมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 3.04% และ 2.55%
ขณะที่หุ้นกลุ่มสายการบิน ในดัชนี S&P 1500 Composite Index พุ่งขึ้น 4.28% ส่วนหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ในดัชนี NYSE FANG+TM Index เพิ่มขึ้น 2.69% และดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ พุ่งขึ้น 3.38% ก่อนที่ Nvidia จะรายงานผลประกอบการรายไตรมาสหลังปิดตลาดในวันพุธ (28 พ.ค.) โดยคาดว่าจะมีกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 43.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคาดว่ามีรายได้เพิ่มขึ้น 66.2%
ขณะที่หุ้นของ PDD Holdings (เจ้าของ Temu) ร่วงลง 13.6% หลังรายงานกำไรไตรมาสแรกลดลงถึง 47% และพลาดเป้ารายได้ ด้านหุ้นที่ร่วงหนักในวันเดียว ประกอบด้วย Fair Isaac Corp ลดลง 11.3% VeriSign ลดลง 3.6% และ Autozone ลดลง 3.4%
ที่มา Reuters
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ