โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพทย์ผิวหนังเผย สครับผิวอย่างไรให้ถูกวิธี ช่วยผิวเนียนกระชับ ไม่เกิดริ้วรอย

Khaosod

อัพเดต 29 ส.ค. 2565 เวลา 10.05 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2565 เวลา 10.05 น.

แพทย์ผิวหนังเผย สครับผิวอย่างไรให้ถูกวิธี ช่วยผิวเนียนกระชับ ไม่เกิดริ้วรอย และกระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดี

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะนำวิธีเผยผิวเนียนกระชับ ดูกระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดี เมื่ออายุมากขึ้น กระบวนการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวจะด้อยประสิทธิภาพลงและเมื่อต้องเผชิญกับมลภาวะ แสงแดดอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการสะสมของเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ เป็นสาเหตุของผิวหมองคล้ำ และการอุดตันของรูขุมขน

แพทย์หญิงวิกา รงค์ทอง แนะนำวิธีเผยผิวเนียน กระชับ ดูกระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดี” ว่า ปกติเซลล์ผิวของมนุษย์ที่ตายแล้วจะผลัดเซลล์หลุดลอกออกได้เองทุก 28 วัน แต่ด้วยปัจจัยด้านอายุที่มากขึ้น และพฤติกรรมในการใช้ชีวิตของแต่ละคน อาจทำให้การผลัดเซลล์ผิวทำงานได้ช้าลง เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ, การนอนดึก, ดื่มน้ำน้อย, สูบบุหรี่, ดื่มเหล้า และโดนแสงแดดเป็นประจำ

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้เซลล์ผิวเก่าผลัดตัวได้ช้าลง อาจก่อให้เกิดการอุดตันตามรูขุมขน และทำให้ผิวดูหมองคล้ำไม่กระจ่างใสได้ หากไม่มีการขจัดออกไป นานวันเข้า เซลล์ผิวที่ตายแล้วจะจับตัวกันทำให้ผิวดูแห้งหยาบกร้าน ผิวหนังต่าง ๆ ได้

การสครับหรือการขัดผิวจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นและกลับมาเนียนนุ่มได้อีกครั้ง เพราะการสครับผิวจะช่วยกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ที่เสื่อมสภาพ หรือเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกได้เร็วขึ้น ช่วยกระตุ้นระบบหมุนเวียนเลือดและน้ำเหลืองให้กับคนที่มีผิวแห้งกร้านให้กลับมาชุ่มชื้น สามารถกักเก็บน้ำได้ดี ส่วนคนที่มีผิวมัน การสครับผิวจะช่วยสร้างสมดุลของผิว โดยจะไปลดการผลิตน้ำมันของต่อมไขมันที่มากเกินไป

การสครับผิวอย่างถูกวิธีสามารถทำได้ดังนี้

  • ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สครับผิวที่มีเม็ดสครับที่ไม่ใหญ่จนเกินไป และควรเป็นเม็ดสครับที่มาจากธรรมชาติที่ มีเนื้อสัมผัสไม่แห้งหรือแข็งจนเกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคือง
  • ควรสครับผิวแบบเบามือที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยบนผิว โดยใช้มือขัดถูเป็นวงกลมเล็ก ๆ ให้ทั่วตัว และอาจเพิ่มระดับความแรงในการสครับบริเวณผิวที่หยาบกร้านและหมองคล้ำ เช่น ข้อศอก หัวเข่า และ เท้าได้ แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น และตามด้วยการอาบด้วยน้ำเย็น เพื่อเป็นการกระชับรูขุมชน
  • ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการสครับผิว คือ เวลากลางคืน เพราะผิวจะได้ซ่อมแซมและสร้างเซลล์ผิวใหม่ เพื่อมาทดแทนเซลล์ผิวเก่าที่ถูกขัดออกไป
  • ไม่ควรสครับผิวบ่อยเกินไป เพราะทำให้ผิวบางและแห้งง่าย ควรเว้นระยะให้ผิวได้สร้างเซลล์ผิวใหม่มา ทดแทน ความถี่ที่เหมาะสมสำหรับการสครับผิว คือ สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
  • ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์หรือครีมที่มีส่วนผสมของกรดอัลฟาไฮดรอกซี (Alpha hydroxyl acids) ที่มากจนเกินไป เพราะถึงแม้ว่ากรดดังกล่าวจะมีฤทธิ์ในการช่วยผลัดเซลล์ผิว แต่หากใช้ในปริมาณมากจนเกินไปจะทำให้ผิว ถูกทำลายมากกว่าที่ควรจะเป็น
  • หลีกเลี่ยงการขัดผิวเมื่อรู้ว่าจำเป็นต้องไปในสถานที่ที่มีแสงแดดจัด และไม่ควรทำการขัดผิว อย่างน้อย 48 ชั่วโมง ก่อนไปในบริเวณที่มีแสงแดดมาก เพราะการขัดผิวทำให้ผิวบางลง ผิวจะมีความไวต่อแสงแดดมาก หลัง ขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ การบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นหลังการสครับผิวนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะผิวจะค่อนข้างบอบบางและแห้งได้ง่าย หลังจากการสครับควรบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่สามารถเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว

โดยเลือกชนิดที่ไม่ทิ้งความ มันส่วนเกิน ไม่อุดตันรูขุมขน และมีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการมอบความชุ่มชื้นและฟื้นฟูสภาพผิวอย่างสารสกัดจากใบชิโซะ (Shisa) ที่มีความโดดเด่นในด้านการให้ความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้าน และการเสื่อมสภาพของผิว

อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase Whibitor) ในกระบวนการ สร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin) หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมน้ำมันธรรมชาติ เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันโจโจบา และเชียร์บัทเตอร์ เป็นต้น โดยแนะนำให้ทาแบบนวดวนลงบนผิว เพื่อให้เนื้อครีมซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก และหากจำเป็นต้อง ออกไปเผชิญแสงแดดก็ควรทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...