โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

ตอน 2 ของบ่นทึก : #หลังเดาะDiary ภาคทัศนศึกษา ทริประนองคะนองรักนักสิงห์ดำ FC - แมวอ้วนตัวนั้นที่เจอนั่นเจอนี่

LINE TODAY SHOWCASE

เผยแพร่ 25 ต.ค. 2565 เวลา 04.35 น. • แมวอ้วนตัวนั้นที่เจอนั่นเจอนี่

Day 2 บ่นทึก : #หลังเดาะDiary ภาคทัศนศึกษา ทริประนองคะนองรักนักสิงห์ดำ FC

:

Day 2 เจ้าแมวอ้วนกางเกงรุ้งสีสดใสกับความพยายามบนเกาะพยาม ฝนตกเราสู้!

:

หลับสนิทแม้ตีกับผีก่อนนอน ก็คือเจ้าแมวอ้วนนั่นเอง! ตื่นมาสดใสสุดใจแม้อากาศจะชุ่มฉ่ำไปด้วยความฝนแบบ 200%

:

เมื่อระนองมีฝนทำไง เราเอาความสดใสของกางเกงสีรุ้งเข้าสู้สิคะ รออะไร กางเกงสีรุ้งดีกะใจที่ซื้อมายังไงให้ใช้คุ้มค่ามาก ให้ตายเถอะ แม้ฝนกระหน่ำ เราสู้ค่ะ

:

ไปกินข้าวกัน เพราะว่า ท่านรองผู้ว่าฯ พี่ป้องของเรา บอกว่า อาหารเช้าที่โรงแรมอร่อยมาก อร่อยถึงขนาดว่า มีคนขับรถข้ามจังหวัด จากภูเก็ต ขึ้นมาระนอง เพื่อกินอาหารเช้าที่นี่เลยทีเดียว

:

ว่ามาขนาดนี้ก็ จะรออะไรละคะท่านผู้ชมมมม กินข้าวเช้ากันเถอะ

ข้าวเช้าหนนี้มาแปลก เน้นสุขภาพ ออแกนิคจนแมวอ้วนงง ไปไม่ถูก มีข้าวต้ม ข้าวสวย ขนมจีน ขนมจีนซาวน้ำ น้ำยา น้ำพริก ไตปลา แม่เปี่ยมตาโต ในขณะที่แมวอ้วนตัวเหี่ยว มีแต่ของเผ็ด แมวอ้วนกินเผ็ดไม่เก่งนี่นา เลยได้แต่เมนูสามไข่ ที่ยังเมตตามีมาให้กินกับข้าวต้ม กับ โจ๊กบ้าง ได้แก่ ไข่ลวก ไข่ตุ๋น ไข่ดาว ตอนที่พี่ต้นถามว่า อะไรอร่อย พอบอกไข่ตุ๋นพี่ทำหน้างงๆ ใส่

ขอโทษจากใจที่แมวอ้วนกินเผ็ดไม่ค่อยเก่งนะคะ

:

เช้านี้เราจะไปพยายามเกาะ บน เกาะพยามกัน ว่ากันว่า มันคือ Maldives เมืองไทย เอ้า ว่ายังไงก็ว่าตามกัน แมวอ้วนว่าง่ายอยู่แล้วววว ระหว่างทางไม่มีอะไรมาก นอกจากมารดาจะตื่นเต้นกับรถตำรวจอะไรขนาดน้านนน ไม่เคยเห็นเหรอแม่เปี่ยมมม ลูกไม่เข้าใจ

:

โครมครามไปมาปะทะฝนพรำอยู่ซักพักก็มาถึงท่าเรือ ฝนเทลงมาไม่ขาดสาย ทำให้เราได้เห็น เพนกวินหลากสี เหลือง แดง ฟ้า ปะทะกับพายุฝน เป็น ระนอง fashion week แถมด้วยคำถามจากพี่อ๋อยที่ว่า เสื้อกันฝน กะ ชูชีพ ให้ใส่อะไรก่อนกัน แถมมีแยกชายหญิง แมวอ้วนงงเลย เอาน่า ลำเรือมีพี่วัด พี่เงาะ และพี่ป้อง สบายหายห่วง ปีนลงเรือบวกกระเป๋าย้ายบ้าน อะไรก็ได้ชมิ้งห้ามตกน้ำ มารดาห้ามตกเรือ และ กางเกงห้ามขาด เป็นใช้ได้ ขอขอบคุณพี่พนักงานทุกท่านที่แทบจะอุ้มแมวอ้วนโยนลงเรือแล้วววว

:

กระแทกโครมๆ บนเรือไปมาพร้อมการเล่นกับเด็กหญิงบันนี่ ที่น่ามหัศจรรย์กว่า คือ มีคนหลับได้ หลับกันหน้าตาเฉยไม่เกรงใจคลื่นที่ซัดกระแทกเรือโครมๆ ฝนฟ้ายังคงเทแต่ไม่มากเท่าไหร่ เอาเป็นว่า ตกลองใจ พวกสิงห์ดำทั้งหลายจะแน่ซักแค่ไหน แมวอ้วนขอบอกเลยว่า ก็มาดิ ก็มาดิ วู๊บๆ (ค่ะ เสพย์ติดติ๊กต่อกไปหน่อยค่า) ขึ้นท่าเกาะพยาม ก่อนเดินเท้าไปยัง The Blue Sky Resort เดินกันไปเป็นหมู่คณะ ก่อนมีการคั่นเวลาด้วย มารดาฉันนั่งอยู่บนมอไซค์ ของท่าน อบต. แบบหน้าตาเฉย แม่ใครก็ไม่รู้ทำไมมันเปรี้ยวจังวะเฮ้ย

:

คือถ้าก้มหน้าก้มตาเดิน ไม่สนขิงข่าตะไคร้ใบมะกรูด การเดินถึงรีสอร์ตคงสามารถกระทำเสร็จสิ้นสมบูรณ์กินน้ำมะพร้าวสบายใจเฉิบได้ภายในห้านาทีไม่หนี แต่เนื่องจากมากับชมรมโต๊ะบอล สิงห์ดำ รัดสาด การบันเทิง สันทนาการและการถ่ายภาพ จากห้านาที สามารถแปลงร่างเป็นสิบนาที สิบห้านาที และ ครึ่งชั่วโมงตามลำดับ ต่อให้สภาพอากาศ หน้าของนางแบบจะแย่แค่ไหน ขอเพียงคุณนับ หนึ่งงงง สองงง หน้าตาจะสดใส ไบรท์มีออร่าขึ้นมาในทันที ฝนก็ฝนเถอะ สู้สกิลล์การโพสของเหล่าน้าๆ ของแมวอ้วนไม่ได้หรอก

:

ว่าแต่คนอื่น เจ้าแมวอ้วนกางเกงสีรุ้งก็โพสแบบสู้ตายเหมือนกัน เหมือนว่าแก้ตัวจากทริปกระบี่อ่ะ ท่าโพสมาจัดเต็ม ร่าเริงสดใส แทงสวนอากาศที่ฟ้าครื้ม ฝนพรำ แต่ก้มีข้อดีคือ ไม่มีแดดค่ะ สบายหายห่วง แม่ได้ลงไปจุ่มทะเลสองวิถ้วน แล้วก็ขึ้นมาถ่ายรูปกันต่อค่ะ ไปสระว่ายน้ำเอยใดเอย โพสสวยๆเอย ความกางเกงสีรุ้งที่ฉันจะอวยยศต่อไปไม่จบสิ้นนน มันช่างดีงามเหลือเกิน

:

ถ่ายจนคิดท่าไม่ออกแล้วก็ไปกินข้าวกลางวันกันค่ะ เดินกลับมาไม่ไกล อาหารอร่อยทุกอย่างเลย ใบเหลียงแกงกะทิกุ้ง ปลาหมึกทอดกระเทียม กั้ง คือส่งอะไรมาแมวอ้วนจัดการเรียบ ใช้หลักการเดิมคือ กินเข้าไปก่อนแล้วค่อยถามว่า อะไร หลังจากกินข้าวเสร็จมีการนั่งรถ..จะว่าไงดี สองแถว กะป๊อ? ตุ๊กๆ นั่นแหละ ไปไหว้โบสถ์กลางน้ำกัน

:

เข้าสู่ช่วงแมวอ้วนมีสมอง ซะหน่อยนึงน่ะ

วัดที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะพยาม ไม่ห่างจากท่าเทียบเรือ หากใครลงจากท่าเทียบเรือบริเวณเกาะพยามก็จะเห็นพระอุโบสถกลางน้ำของวัดเกาะพยาม ยื่นลงมาในทะเลบริเวณอ่าวแม่หม้าย บริเวณวัดเกาะพยามมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย อาทิ รูปปั้นกรมหลวงชุมพร ณ วัดเกาะพยาม หลวงปู่ทวดวัดเกาะพยาม พระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ และภายในพระอุโบสถกลางน้ำยังมีพระพุทธรูปสำหรับให้นักท่องเที่ยว

ชาวบ้านวัดเกาะพยามได้เข้ามาทำบุญ เพื่อเป็นสิริมงคลในการเดินทางไปเที่ยวเกาะพยาม

:

สารภาพตามตรงว่า ตั้งแต่ตอนที่ลงมา เราถามทุกคนว่า เห็นแบบที่เราเห็นไหม? อุโบสถอยู่กลางน้ำ สุดยอดเลยอ่ะ ไปตรงนั้นได้ไหม อะไรทำนองนี้ แล้วก็ได้มาไหว้สักการะท่านจริงๆ

:

บอกเลยว่าต้องขอบคุณพี่นุชคนดีศรีไอค่อนสยาม ที่จัดการติดต่อกะป๊อ จัดทัวร์ปัจจุบันทันด่วน ยัดพวกเราขึ้นรถกะป๊อ แม้ข้อเข่าจะลั่นก๊อบแก๊บเวลาขึ้นลงก็ตาม

:

เป็นวัดที่เงียบสงบ เหมาะกับการเดินมา ถ้าฝนไม่ตก ก็คงเดินชมวิวมาได้เรื่อยๆ แต่ ณ ปัจจุบันนั้นคือ สมัครขึ้นรถค่ะ ปีนขึ้นอย่างว่องไวเลยทีเดียว!

:

ไหว้และถ่ายรูปเป็นที่เรียบร้อยก็อำลาเกาะพยาม โครมครามโครมครามกลับมาขึ้นฝั่ง ได้เห็นตลาดปลา ท่าปลา และเรือจำนวนมาก ก่อนเดินทางต่อไปยังบ้านเทียนสือ

บ้านโบราณอายุ 150 ปี

มามีสมองกันอีกรอบนะคะท่านผู้ชมมมมม

:

บ้านเทียนสือ ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองระนอง เป็นบ้านเก่าที่มีอายุกว่า 150 ปี สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งถือว่าเป็นบ้านเก่าแก่ที่สุดบ้านหนึ่งของเมืองระนอง รวมทั้งเป็นหนึ่งในแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และทางวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยรวบรวมองค์ความรู้เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดระนองไว้มากมาย ส่วนหนึ่งปรากฏอยู่ในภาพถ่ายที่เก่าแก่ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะใช้ยืนยันความเป็นมาของบรรพบุรุษต้นตระกูล และสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวต่างๆในอดีต เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีตของคนจีนในรุ่นแรกๆที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในจังหวัดระนอง

:

และด้วยความที่เราเป็นคณะที่มากับท่านรองผู้ว่าฯ เจ้าบ้านเทียนสือคนปัจจุบัน คือ คุณศุภพรพงษ์ชัย พรพงษ์ (โกศุภ) ทายาทซึ่งเป็นเชื้อสายซึ่งยังอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ คอยต้อนรับคณะของเราที่เข้ามาเยี่ยมชม รวมถึงบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมา รายละเอียด มุมเล็กมุมน้อย ของบ้านเทียนสือให้ผู้เข้าเยี่ยมชมได้ทราบ แบบละเอียด ครบ จัดเต็ม ไวกว่าเน็ต 5G ทั้งมุมถ่ายรูป ประวัติศาสตร์ในส่วนต่างๆ ของบ้าน

:

เข้ามาในบ้าน เจอห้องโถงใหญ่ตรงกลาง มีโต๊ะหมู่บูชาเทพเจ้าแบบจีน คุณโกศุภ บอกว่าต้องเดินเข้าไปไหว้ขอพรนะ เพราะศักดิ์สิทธิ์ วิธีการก็คือ ขอพรที่เราต้องการกี่ข้อก็ได้ ลงท้ายด้วยประโยคสั้นแบบจีนตามที่คุณลุงบอก จากนั้นก็ไปสั่นกระดิ่งที่วางอยู่บนแท่นบูชา 1 ครั้ง สิ่งที่ขอจะประสบผล

:

ไม่มีอะไรมาก เห็นแต่ละคนขอพรกันนานเชียว..กว่าเจ้าแมวอ้วนจะได้ขอพรกะเค้าบ้างก็ คนไปห้องอื่นกันหมดแล้ว..ไม่ลืมสั่นกระดิ่งหนึ่งทีด้วย

:

คำพูดที่เราชอบเวลาโกศุภเล่าเรื่องคือ อยากให้คนที่เข้ามาเยี่ยมชม ได้รู้ถึงประวัติ หรือคำแปลของสิ่งต่างๆ และความหมายที่ตั้งของมันเวลาอยู่ในบ้าน ไม่ใช่สักแต่ว่า มาถ่ายๆ เซลฟี่แล้วก็เอาลงโซเชี่ยลไปโดยที่ไม่รู้อะไรเลย โค้งประตูมีความหมายอย่างไร ป้ายหน้าบ้านแปลว่าอะไร ทุกอย่างมีความหมาย มีเหตุผลที่มันต้องตั้งอยู่ตรงนั้น ประเด็นก็คือ โกศุภ เป็นคนพูดเร็วเคลื่อนไหวเร็ว แมวอ้วนบอกตรงๆ ตามไม่ทัน มึนหัวด้วย แต่ขอบอกเลยว่า รูปที่ออกมาเด็ดดวงทุกรูป เรื่องการโพสไม่ต้องสืบนะคะ ฝึกมาแล้วอย่างดี ยิ่งกว่าจอมมารกระบี่ในทุกยุทธภพรวมกันแล้วคูณสามสิบค่ะ

:

ที่ชอบมากอีกอย่างคือ หลังจากที่คณะเราออกมาจากบ้านเทียนสือแล้ว..โกก็ปิดบ้านเลยค่ะ ประทับใจในความมาไวไปไวของโกมาก หนหน้าจะมาเยี่ยมชมใหม่ แต่ขอให้โกพูดช้าลงหน่อยนะคะ หนูอยากฟัง แต่หนนี้หนูฟังไม่ทันจริงๆ ค่ะ

:

จบจากบ้านเทียนสือ มีการแวะ ชิม ช้อป ไหม ไปไหนไปกัน นิดหน่อยก่อนไปต่อที่พระราชวังรัตนรังสรรค์ค่ะ

ผ่านทุกวัน เหมือนเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวระนอง ดีใจที่ได้เข้าไปแล้ว

:

ก่อนจะเข้าไปก็ต้องมีการถ่ายรูปหมู่ก่อน แบบว่า กลางฝนนิดๆ กางเกงสีรุ้งหน่อยๆ ดีกับใจมากค่ะ พี่ไกด์แนะนำสถานที่โดยรอบ

:

พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขารัตนรังสรรค์ (ใกล้ศาลากลางจังหวัดระนอง)เป็นพระราชวังที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์การ เสด็จประทับแรมจังหวัดระนองของพระมหากษัตริย์ 3 พระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7

:

พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง)

เป็นพระราชวังที่ทำด้วยไม้สักและไม้ตะเคียนทอง สิ่งที่จัดแสดงภายในพระราชวังฯ ได้แก่ ห้องบรรทมพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(ชั้น 3)ห้องพระราชินี (ชั้น 2) มีจำนวน 6ห้อง อาคารทรงแปดเหลี่ยม อาคารท้องพระโรง สะพานเชื่อมอาคารที่ประทับกับอาคารแปดเหลี่ยม ถือเป็นพระราชวัง ที่มีการประกาศพระบรมราชโองการ ยกขึ้นเป็นพระราชวัง 1 ใน 19 แห่งของ ประเทศไทย และเป็นพระราชวัง 1 ใน 6 แห่งที่สร้างขึ้นตามหัวเมืองในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นพระราชวังที่ สร้างจากไม้ทั้งหลังเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการเสด็จประทับแรมของพระมหากษัตริย์ทั้ง 3 พระองค์

:

แมวอ้วนกับวังเก่าเป็นของคู่กัน พูดเลยว่าปลื้มมาก ทั้งความสวยงามของห้องไม้สักและไม้ตะเคียน ข้อมูลความรู้เล็กๆ น้อยๆ เช่น รายชื่อของคนที่ติดตามมากับเรือเวลาเสด็จประพาสในสมัยนั้น หรือว่า ลายพระหัตถ์ที่บรรยายถึงเมืองระนอง อากาศเย็นจัด โอบล้อมวังไม้ กับระเบียงทอดยาว แม้เครื่องแต่งกายไม่ให้ แต่เอาน่า แมวอ้วนสู้เค้า กางเกงสีรุ้งทุกรูป ถ่ายจนพี่ช่างภาพมาบอกว่า พี่ถ่ายให้ ด้วยกล้องกระบอกโปรขนาดซูมพระจันทร์น่าจะเห็น รูปออกมาสวยสง่าประทับใจ จนต้องเรียกแม่เปี่ยม และพี่อ๋อยมาถ่ายด้วยกันเลยทีเดียว

:

จากพระราชวังมา กลับมาโรงแรมเพื่อเปลี่ยนชุดใหม่ และกระโดดออกไปปาร์ตี้กันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้เป็นโรงแรมน้ำใสเขาสวย โรงแรมสวยมาก แม้แดดจะไม่มีนานแล้ว ชาวเรายังถ่ายรูปกันได้ค่ะ นับเป็นความสามารถของชาวสิงห์ดำจริงๆ แถมมีตลาดย่อมๆ ดักทางไม่ให้เหล่าพี่ๆ แม่เปี่ยม และน้าๆ ได้มาถึงที่โต๊ะกินข้าวอีก เอาเป็นว่า กว่าน้าๆ จะมากันครบ เอ้เติมข้าวไปแล้วอย่างน้อยก็สองรอบ วันนี้มีอาหารพื้นเมืองหลายอย่าง รวมทั้งปลาเต๋าเต้ยหม้อไฟ (อร่อยมากแบบอยากจะยกหม้อกลับบ้าน) ขนมเบื้องพื้นเมือง ไก่ต้มขมิ้น และอีกหลายอย่างเลย อร่อยรสชาติเผ็ดถึงใจทุกจานค่ะ

:

พอกินไปซักพัก เอาละ พี่พิธีกร พี่จ้า มีการบอกว่า น้องโอ้เอ้เตรียมตัวร้องเพลงนะคะ ได้ค่ะ ไม่ยั่นอยู่แล้ว ฝนแปด แดดสี่ มีนางสิบสองอะไรก็ปามาเถอะ ได้ทุกเพลง จัดไปแบบเต็มสตรีมไม่ว่าจะลูกทุ่ง ลูกกรุง หญิงลี แคตทลียา คาราบาว ใครใคร่ถือไมค์เอาไปเลย ไม่ว่าจะท่านผู้ว่าฯ ท่านอุตสาหกรรมจังหวัด พี่โตหวานใจน้าแก้ว ไหนจะทัพแดนซ์เซอร์ที่ขนมาจนเต็มเวที อิ่มอก อิ่มใจกัน จนหาเพลงร้องไม่ทัน ร้องไปเต้นไป คอไม่แตกให้มันรู้ไปสิ รำวง รำไทย เซิ้งกระติ๊บ เต้นหน้านาค ลีลาศ โพลแดนซ์ เต้นกันลืมข้อเข่าไขข้อ ไม่เกรงใจหมอกระดูกกันเลยทีเดียว ฝนเทก็เทมา ย้ายโต๊ะ ย้ายแก้วน้ำแล้วเต้นต่อค่ะ

:

เวลาล่วงเลยมาจนห้าทุ่มกว่า สังขารกรีดร้องบอก แมวอ้วนไม่เกรงใจร่างกาย ก็เกรงใจหมอหน่อย จึงขอจรลีลี้ลา เหล่าบรรดาพี่ๆVIPของแมวอ้วน (ท่านผู้ว่าฯ ท่านรองผู้ว่าฯพี่ป้อง พี่ดวล พี่วัด พี่เงาะ พี่อ๋อย และคุณนายรองผู้ว่าฯ พี่ต้น และสาวขาแดนซ์สายดริ๊งค์รุ่น27 29 30 37 38 และอื่นๆ ) ขึ้นรถตู้มากลับโรงแรมกัน อัดยาแล้วก็นอนเถอะหนา เจ้าแมวอ้วน

:

อะไรนะคะ พรุ่งนี้วันอาทิตย์แล้วเหรอ? ไม่นะ แมวอ้วนยังไม่อยากกลับเลยยยยยย พรุ่งนี้จะเป็นฉากหน้าสปาออนเซ็นที่ดีกับใจจนไม่อยากจะเชื่อว่าที่แบบนี้มีในประเทศไทยด้วย จะเป็นยังไง รออ่านได้ในตอนที่สามของบ่นทึก ทริประนองคะนองรักนักสิงห์ดำ FC ได้เลยค่าาาา

:

แมวอ้วนตัวนั้นที่ควงกางเกงสีรุ้ง พยายามเต้นให้จบทุกเพลง ตุเลง ตุเลง ร้องเพลงกลางสายฝน

#บ่นทึก #ทริประนองคะนองรักนักสิงห์ดำFC #VanillaTK #แมวอ้วนเจอนั่นเจอนี่

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...