นักวิทย์ให้เหตุผล ทำไมเจ้าแมวถึง 'เหมียว' เสียงร้องที่มนุษย์ขันขืดไม่ได้
ทำไมเจ้าแมวถึง ‘เหมียว’? นักวิทยาศาสตร์ให้เหตุผลสุดน่าเอ็นดูว่าทำไมแมวในปัจจุบันถึงส่งเสียง ‘เหมียววววว’ ให้มนุษย์ได้ยิน มากกว่าส่งเสียงเดียวกันให้แมวด้วยกันเอง
เดิมทีแล้วแมวนั้นเป็นสัตว์สันโดษ ซึ่งหมายความว่าพวกมันชอบที่จะอยู่ตัวเดียวและหาอาหารตามลำพังมากกว่าจะอยู่เป็นกลุ่มเหมือนสัตว์สังคมอื่น ๆ พฤติกรรมที่แมวมีต่อกันส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นระหว่างแม่กับลูกเท่านั้น และที่สำคัญเจ้าตัวร้ายขนปุยเหล่านี้ไม่ค่อยจะ ‘เหมียว’ ใส่กันสักเท่าไหร่
อย่างไรก็ตามเมื่อแมวเริ่มเข้ามาอยู่อาศัยกับมนุษย์ราว ๆ หมื่นปีก่อน พวกมันก็พัฒนาเสียงสุดน่าเอ็นดูขึ้นมาเพื่อร้อง เหมียว ใส่เราราวกับเป็นเด็กน้อยให้เราเอ็นดู แต่พวกมันเริ่มเสียงนี้ขึ้นมาได้อย่างไร นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาคำถามนี้มานานเกินครึ่งศตวรรษ
“เพื่อทำความเข้าใจกระบวนการนี้ เราสามารถดูการทดลองในสุนัขจิ้งจอกที่อาศัยอยู่ในฟาร์มของรัสเซีย ซึ่งเริ่มต้นในทศวรรษ 1950” Grace Carroll นักพฤติกรรมสัตว์และสวัสดิภาพสัตว์ จากคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัย Queen Belfast กล่าว
“Dmitry Belyaev นักวิทยาศาสตร์จากโซเวียตและทีมงานของเขาได้คัดเลือกสุนัขจิ้งจอกสีเงิน โดยจับคู่ผสมพันธุ์ตัวที่มีความกลัวและความก้าวร้าวต่อมนุษย์น้อยกว่าเข้าด้วยกัน” เธอกล่าวเสริม
สุนัขจิ้งจอกที่ถูกผสมพันธุ์เหล่านี้เชื่องและเป็นมิตรมากขึ้น โดยมีลักษณะพฤติกรรมที่ใกล้เคียงกับสุนัขเลี้ยงในบ้านมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่สิ่งสำคัญก็คือ พวกมันมีการเปล่งเสียงที่เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน จากเสียงที่ดูก้าวร้าว ไปเป็นเสียงที่เหมือนกับ ‘เสียงหัวเราะ’ ซึ่งให้ความเป็นมิตรมากขึ้น การทดลองเหล่านี้กำลังบอกเราว่าแมวก็อาจเป็นเช่นเดียวกัน
ในการศึกษาเมื่อปี 2009 โดย Karen McComb นักวิจัยพฤติกรรมสัตว์และทีมงานได้ให้หลักฐานสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวไว้ พวกเขาศึกษาแมวตัวอย่างด้วยการบันทึกเสียงใน 2 สถานการณ์ หนึ่งคือแมวที่กำลังมองหาอาหาร และอีกหนึ่งคือแมวที่ไมได้หาอาหาร
และเมื่อนำเสียงมาวิเคราะห์ ทีมนักวิทยาศาสตร์ก็พบว่าเสียงช่วงที่แมวกำลังมองหาอาหารนั้นมีรัดับเสียงสูงมากกว่า ซึ่งคล้ายกับเสียงร้องไห้ของมนุษย์ แต่ประเด็นก็คือมนุษย์ถูกวิวัฒนาการมาให้ ‘อ่อนไหว’ ต่อเสียงสูงเหล่านี้ ทำให้เราแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเพิกเฉยเสียงดังกล่าว
“ไม่ใช่แค่แมวเท่านั้นที่ปรับเสียงร้องได้ เราก็ทำเช่นกันเมื่อเราพูดคุยกับเด็กทารก เราใช้ ‘ภาษาของคนเป็นแม่’ หรือที่รู้จักในอีกชื่อว่า ‘เสียงสอง’ ซึ่งเป็นเสียงที่มีลักษณะของเสียงที่สูงกว่าน้ำเสียงปกติ คำพูดรูปแบบนี้ช่วยให้ทารกมีส่วนร่วมโดยมีบทบาทในการพัฒนาความสามารถด้านภาษาของพวกเขา” Carroll อธิบาย
กล่าวคือ แมวสร้าง ‘เสียงสอง’ ขึ้นมาเพื่อเรียกร้องความสนใจของมนุษย์ ในตอนแรกอาจมีตัวใดตัวหนึ่งที่เริ่มทำเสียงแบบนี้ และมันได้ผลดีอย่างยิ่งที่จะทำให้มนุษย์สนใจหรือแม้แต่ให้อาหารมัน ขณะเดียวกันมนุษย์ที่ ‘เอ็นดู’ แมวที่ทำเสียงเช่นนี้ได้มากกว่า เราจึงคัดเลือกแมวที่ ‘เหมียว’ ได้มาไม่รู้ตัว
เมื่อเวลาผ่านไป แมวได้พัมนาการให้สัญญาณเสียงที่เชื่อมโยงถึงการเลี้ยงดูของเรา เช่น การให้ขนม การอ้อน การเรียกร้องอะไรบางอย่างที่เมื่อได้ยินแล้วแทบไม่อยากปฏิเสธ หรือเราสามารถกล่าวได้อย่างง่าย ๆ เลยว่า แมวก็เหมือนกับเด็กน้อยมนุษย์คนหนึ่ง และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ใครหลายคนหลง เพราะมนุษย์มีสัญชาตญาณในการดูแลเด็ก ๆ โดยเฉพาะผู้สูงอายุในสังคม
“การสื่อสารสองทางนี้เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันเป็นเอกลักษณ์ที่เราพัฒนาขึ้นมากับเพื่อนแมวของเรา” Carroll บอก “แต่ดูเหมือนว่าแมวอาจจะเป็นผู้ชนะในความสัมพันธ์นี้ โดยมีการปรับตัวเพื่อรับการดูแลและเรียกร้องความสนใจจากเรา ซึ่งเจ้าของแมวจำนวนมากก็ไม่สามารถขัดขืนได้”
ที่มา
https://link.springer.com/article/10.1007/s10071-022-01674-w
https://www.cell.com/curren…/pdf/S0960-9822(09)01168-3.pdf
https://theconversation.com/why-cats-meow-at-humans-more…
https://www.sciencealert.com/the-heartwarming-reason-why…
Photo : jennimareephoto/Envato