โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

บุตรสาวตัวกลมของนางร้าย [มีE-Book]

นิยาย Dek-D

อัพเดต 09 พ.ค. 2567 เวลา 17.23 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2567 เวลา 17.23 น. • 白玦_ไป๋เจวี๋ย
ทะลุมิติเป็นบุตรสาวตัวอวบอ้วนของนางร้าย ท่านพ่อซึ่งเป็นพระเอกนิยายไม่รักท่านแม่ ฉะนั้นทารกคนนี้จะเปลี่ยนเส้นเรื่องเดิม ทำทุกวิถีทางให้พวกท่านรักกัน แต่หากท่านพ่อใจร้ายมากเกินไป ขอสนับสนุนให้ท่านแม่หนี

ข้อมูลเบื้องต้น

โปรย…

เพราะสูญเสียพ่อแม่ เด็กสาวมัธยมจึงตรอมใจ และวิญญาณเข้าไปอยู่ในร่างทารกแรกเกิดตัวขาวอวบ ซึ่งเป็นบุตรสาวของนางร้าย

ตามเนื้อเรื่องในนิยาย พระเอกจะหลงรักนางเอก มารดาซึ่งเป็นนางร้าย จากนิสัยดี ๆ ย่อมกลายเป็นร้ายเพราะหึงหวงสามี กลั่นแกล้งนางเอกด้วยวิธีการชั่วช้า สุดท้ายก็พ่ายแพ้ความดีของนางเอก กลายเป็นคนสติไม่ดี!

ไม่ได้! ในฐานะบุตรสาวนางร้าย ซ่งย่วนหยวนไม่มีทางยอม ขอปฏิวัติเรื่องราว ทำให้ท่านพ่อและท่านแม่รักกัน ตนจะได้ครอบครัวอบอุ่นกลับคืนมาเสียที

แต่หากท่านพ่อใจร้ายมากเกินไป หยวนเอ๋อร์ขอสนับสนุนให้ท่านแม่หนี!

#ตัวเอกคือ เจ้าก้อนแป้ง

#ส่วนพระเอกนางเอกคือพ่อแม่ของเจ้าก้อนแป้งนะคะ

ข้ามมิติเป็นเด็กทารก 1/2

เซียงรุ่ยไม่เคยทำใจได้เลยสักครั้ง ไม่อยากยอมรับด้วยซ้ำว่าพ่อแม่ที่รักและทะนุถนอมเธอมาตลอดหลายปีได้จากไปแล้ว และพวกท่านจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ผ่านมาหลายเดือนก็มิอาจยอมรับความจริง

สาเหตุที่บุพการีจากไปเพราะเกิดอุบัติเหตุ รถบรรทุกคันใหญ่วิ่งเข้ามาชนรถของครอบครัว ทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียชีวิตทันที ส่วนเธอบาดเจ็บสาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาล แต่เมื่อฟื้นก็ทราบเรื่องพวกท่านเสีย

หลังจากนั้น แทนที่เซียงรุ่ยในวัยสิบหกปีจะมีความสุขตามประสาวัยรุ่นกลับทุกข์ใจหนักหนาสาหัส ราวกับโลกทั้งใบมืดมน ไร้แสงสว่าง

คุณปู่และคุณย่าพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้หลานสาวเพียงคนเดียวที่มีกลับมาเป็นดังเดิม แต่จนแล้วจนรอดก็ปราศจากวี่แวว

วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เซียงรุ่ยไม่ต้องไปโรงเรียน เธอจึงมีเวลาหยิบอัลบั้มรูปภาพระหว่างครอบครัวมาดู เพราะคิดถึงช่วงเวลาแห่งความสุขเหล่านั้น

หญิงสาวนั่งบนเตียงแล้ววางอัลบั้มรูปภาพไว้บนตัก ค่อย ๆ เปิดดูทีละหน้า แค่ภาพแรกก็ทำให้หยาดน้ำตารินไหลออกจากหางตา หยดลงบนภาพความทรงจำระหว่างตนเองและพ่อแม่

หัวใจเซียงรุ่ยกระตุกวูบ ดวงตาพร่ามัวด้วยหยาดน้ำ ร่างเล็กสั่นระริกร้องไห้…

ทำไม…ทำไมต้องพบเจอเรื่องราวเลวร้ายด้วย

แค่อยากมีชีวิตอย่างมีความสุขกับครอบครัวไม่ได้เลยหรือ ไยทุกสิ่งทุกอย่างจึงพังทลายลง เธอไม่มีโอกาสได้เห็นพ่อและแม่ไปตลอดชีวิต ไม่มีโอกาสอีกแล้ว…

ต้องทำยังไง มีวิธีการใดบ้างที่จะได้พบพวกท่าน…

“คุณพ่อคุณแม่คะ หนูคิดถึงพวกท่าน ฮึก…” เซียงรุ่ยร้องไห้สะอึกสะอื้น จากเสียงค่อยก็ทวีความรุนแรงขึ้น

เธอร้องไห้ตามลำพัง ปานจะขาดใจตายให้ได้ เปล่งเสียงออกมาเพื่อระบายความอัดอั้นที่มีภายในใจ

มือเล็กอันสั่นเทายกขึ้นปาดน้ำตาทิ้ง กระนั้นหยาดน้ำตาใหม่ก็ไหลออกมา หญิงสาวพยายามกวาดสายตามองภาพในมือ และยิ้มออกมาทั้งน้ำตาเมื่อเห็นภาพตนเองวัยแบเบาะซึ่งถูกคุณพ่ออุ้มไว้และมีคุณแม่ยืนเคียงข้างตอนไปเที่ยวทะเลด้วยกัน

ตอนนั้นอาจจะประมาณหนึ่งขวบ แน่นอนว่าเธอจดจำช่วงเวลานั้นไม่ได้ เพราะคนเรามิอาจจดจำวัยเด็กมาก ๆ แต่เพราะมีรูปภาพ มันจึงทำให้เธอเห็นว่าพวกท่านรักลูกสาวมากแค่ไหน จวบจนเธอเติบโตเป็นสาว ความรักนั้นก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงหรือลดน้อยลงเลย

พวกท่านดีกับลูกมากถึงเพียงนี้ ไยสวรรค์ใจร้าย…พรากความสุขทั้งหมดของเธอไป

“คุณพ่อ คุณแม่ แล้วหนูจะอยู่ยังไงคะ หนูคิดถึงพวกท่าน” เซียงรุ่ยวางมือบนภาพครอบครัว ลูบไล้ใบหน้าบิดา ตามด้วยมารดา เพราะตนเองมิอาจสัมผัสร่างกายพวกท่านได้อีกต่อไป มีเพียงวิธีการนี้ที่จะพอช่วยบรรเทาความคะนึงหา

พ่อแม่ของเธอหล่อสวยกันทั้งคู่ แต่น่าเสียดายที่หมดโอกาสอยู่ด้วยกัน เซียงรุ่ยได้แต่หวังว่าพวกท่านจะเคียงข้างในดินแดนแห่งความสุขตลอดกาล

หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น…

หญิงสาวขยับร่างกายขึ้นไปนอนบนเตียง กอดอัลบั้มภาพด้วยความอ้างว้าง ปล่อยกายและใจ ปล่อยให้น้ำตารินไหลออกจากหางตาไม่ขาดสาย พลางขบคิดถึงใบหน้าสุดแสนใจดีของบุพการี

อันที่จริงร่างกายเธออ่อนแอลงเรื่อย ๆ นับตั้งแต่พวกท่านจากไป แต่ละวันไปโรงเรียนเหมือนคนไร้วิญญาณ จะดีสักเพียงใดหากพ่อและแม่มารับเธอไปอยู่ด้วย ใช้ชีวิตตามประสาพ่อแม่ลูกอย่างมีความสุขในดินแดนปรโลก

เซียงรุ่ยกอดอัลบั้มภาพแน่น ริมฝีปากเล็กขยับอ้าพร่ำเพ้อเรียกหาคุณพ่อและคุณแม่ไม่หยุด น้ำเสียงสั่นเครือทรมาน

“คุณพ่อ คุณแม่ ฮึก…”

ได้โปรดสวรรค์…ให้โอกาสเด็กสาวมัธยมคนนี้สักครั้งได้หรือไม่ ขอให้ตนมีโอกาสพบพวกท่านอีกสักครั้ง ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน เธอยินดีไป

สิ้นสุดประโยควิงวอนต่อฟ้า ลมหายใจเซียงรุ่ยขาดห้วง เปลือกตางามพลันปิดลง มือที่กอดอัลบั้มภาพแน่นหมดแรง ค่อย ๆ เลื่อนลงแนบข้างลำตัว…

ยามที่ดวงวิญญาณเซียงรุ่ยล่องลอยในความมืด เธอได้ยินเสียงแปลกประหลาดดังกระทบหู

‘เซียงรุ่ย หนูจะได้ในสิ่งที่ต้องการ พบท่านแม่ท่านพ่อ ได้เห็นพวกท่านชัดเจนตั้งแต่ลืมตาดูโลก พรข้อนี้มีไว้ให้สำหรับคนที่ทำความดี ขอให้มีความสุขกับชีวิตใหม่’

เด็กสาวรู้สึกว่าตนเองตัวหนักอึ้ง แขนและขาขยับอย่างยากลำบาก แม้แต่ปากก็มิอาจพูดออกไปได้ หนำซ้ำเมื่อพยายามลืมตาขึ้นยังแสนยากเย็น ทำได้เพียงปรือตาขึ้นเล็กน้อย จึงเห็นว่ามีคนหลายคนกำลังมุงดูพร้อมส่งยิ้มมา

หากแต่การแต่งกายพวกเขาค่อนข้างประหลาด เหมือนกับคนโบราณอย่างไรอย่างนั้น!

“แง แง แง แง” ที่นี่ที่ไหน

น่าแปลกนัก เอ่ยถามเป็นคำพูดแท้ ๆ แต่ทำไมปากจึงขยับเป็นเสียงร้องไห้ของเด็ก!

“คลอดปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ เป็นเด็กผู้หญิง…”

ผู้ใหญ่ที่อุ้มเธออยู่พูดขึ้น เซียงรุ่ยกระจ่างในทันทีว่าตอนนี้วิญญาณมาอยู่ในร่างเด็กทารก มิหนำซ้ำยังเพิ่งคลอดออกมาจากมารดาใหม่ ๆ ด้วย

แย่แล้ว! ชีวิตนับจากนี้จะยากลำบากมากเพียงใดกัน

*****

เนื่องจากท่านอ๋องเป็นอ๋องศักดินา ไม่ใช่เชื้อพระวงศ์ ไรท์จึงไม่ได้ใช้คำราชาศัพท์นะคะ น้องหยวนก็จะไม่ใช่ท่านหญิง จะได้ตำแหน่งนี้ก็ต่อเมื่อฝ่าบาทแต่งตั้ง

ข้ามมิติเป็นเด็กทารก 2/2

ระหว่างเด็กหญิงกำลังครุ่นคิด คนที่บอกว่าคลอดออกมาอย่างปลอดภัยเมื่อครู่ก็พากันล้างตัวให้ทารกอย่างเบามือเพื่อล้างคราบต่าง ๆ ออกจนสะอาดเกลี้ยงเกลา จากนั้นก็แต่งกายด้วยชุดตัวเล็กของเด็ก ก่อนจะพาเดินไปหาคนที่นอนบนเตียง

สาวรับใช้ข้างกายคนบนเตียงยิ้มแย้ม พูดคุยกับนายตนซึ่งนอนหมดแรงด้วยท่าทางดีใจ “พระชายาเจ้าคะ คุณหนูคลอดออกมาแล้ว น่ารักน่าเอ็นดูมาก”

เมื่อสาวใช้พูดจบ หมอตำแยที่อุ้มทารกอยู่ก็วางไว้บนเตียงข้าง ๆ มารดาเด็ก ก่อนจะเอ่ยลาแล้วออกไปด้านนอก เซียงรุ่ยในร่างทารกเริ่มลืมตาได้หมด ด้วยพรที่ได้รับ จึงทำให้มองเห็นทุกอย่างชัดเจน เด็กหญิงพินิจมองคนเป็นแม่อย่างละเอียด ไล่จากกรอบหน้า คิ้ว ตา จมูก ริมฝีปาก

ดวงตาเจ้าก้อนแป้งพลันคลอหน่วยหยาดน้ำตา ปากเล็กเปล่งเสียงร้องปานจะขาดใจ

เพราะคนตรงหน้าคือแม่..

ใบหน้าเช่นนี้คือแม่ไม่มีผิดเพี้ยนแน่…

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าตนเองตรอมใจตายจากโลกก่อนหลังจากวิงวอนต่อฟ้า ซึ่งพวกเขาให้โอกาสมาเกิดใหม่ หากแต่มิใช่โลกใบเดิม ทว่าเป็นยุคโบราณ…

ไม่ว่าเป็นโลกไหน หรือที่ไหน ขอแค่ได้อยู่กับบุพการี เด็กหญิงก็รู้สึกมีความสุข หัวใจได้รับการเติมเต็มจนมิอาจหักห้ามให้เปล่งเสียงร้อง

“เด็กดี ร้องไห้ทำไมลูก เจ้าคลอดออกมาอย่างปลอดภัย นับเป็นโชคดีสูงสุดของแม่” หวางหลินเอื้อมมือไปจับแก้มกลมของบุตรสาว น้ำตาคลอหน่วยด้วยความตื้นตันใจ

กว่าจะคลอดบุตรสาวออกมาอย่างปลอดภัยนั้นไม่ง่ายเลย เพราะรอบข้างมีภัยมากมาย ต้องคอยระแวดระวังตลอดเวลา

“แง แง แง” แม่อย่าร้อง

ทารกเห็นแววตาแห่งความเจ็บปวดของมารดาก็อยากปลอบ ทว่าทำได้เพียงเปล่งเสียงร้องเล็กแหลม

“เจ้าเพิ่งลืมตาดูโลก อย่าได้เคร่งเครียดไปเลย แม่จะปกป้องเจ้าเอง ใครหน้าไหนก็อย่าคิดจะทำร้ายลูกแม่” หวางหลินค่อย ๆ ขยับกายลุกนั่ง แนบแผนหลังพิงหัวเตียง สาวรับใช้อุ้มคุณหนูส่งให้คนเป็นนายอย่างรู้ความ

เด็กทารกฟังคำพูดของมารดา คิ้วพลันย่นเข้าหากันจนยับ หวางหลินมองบุตรสาวตนแล้วหัวเราะ เพราะเจ้าก้อนแป้งขาวอวบเหมือนฟังรู้เรื่องอย่างไรอย่างนั้น แต่คงเป็นไปไม่ได้หรอก ลูกของนางเพิ่งจะคลอดออกมาเอง

“แม่เตรียมชื่อไว้ให้เจ้าด้วย ย่วนหยวนเป็นอย่างไร รวมกับแซ่ของท่านพ่อเจ้าก็เป็นซ่งย่วนหยวน” หวางหลินวางมือบนศีรษะทุยบุตรสาวแล้วลูบเบา ๆ ด้วยความรัก แม้หนทางที่นางผ่านมาไม่ราบรื่น แต่เด็กคนนี้ก็เกิดมาแล้ว

น่าเสียดายที่พ่อของเขาไม่ได้เห็นเหมือนที่นางเห็น…

เด็กหญิงได้ยินว่ามารดาตั้งชื่อให้ ปากเล็กก็ขยับฉีกยิ้มน่ารัก อวดเหงือกสีชมพู ไม่ว่าชื่อไหน ขอแค่คนเป็นแม่ตั้งให้ ตนก็ชอบหมด

“ย่วนหยวน น่ารักจริง ๆ ลูกของแม่”

หวางหลินโอบกระชับเจ้าก้อนแป้งแน่นขึ้น นางไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ท่านพ่อของเขาจะดีใจหรือไม่ที่ได้บุตรสาว แต่สำหรับนางแล้ว ไม่ว่าเพศหญิงหรือชาย หากเป็นเลือดเนื้อ คนเป็นแม่จะดูแลเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ ให้ความรักความอบอุ่นอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

‘ท่านอ๋อง ลูกของเราน่ารักมาก หวังว่าท่านจะชอบ เหมือนที่ข้าชอบ’

หวางหลินตัดพ้อภายในใจ ทราบดีว่าการแต่งงานเกิดจากความผิดพลาด มิใช่เพราะความรัก ท่านอ๋องเป็นคนมีความรับผิดชอบ เมื่อเกิดเหตุการณ์ในวันนั้นขึ้นจึงยอมแต่งงานกับนางเพราะความจำเป็น

เหตุการณ์ในวันนั้น…หวางหลินจดจำมิเคยลบเลือน

งานเทศกาลหยวนเซียว หวางหลินออกจากจวนไปเที่ยวเล่นกับสาวรับใช้ ดื่มด่ำบรรยากาศโคมไฟหลากสี กินขนมอย่างเอร็ดอร่อย เดินเลียบข้างแม่น้ำไปเรื่อย ๆ หากแต่จู่ ๆ ก็มีคนวิ่งมาด้วยความเร็ว ชนหวางหลินจนกระเด็นตกน้ำไป หญิงสาวว่ายน้ำไม่เป็น สาวรับใช้เช่นเดียวกัน ทำได้เพียงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ

ในที่สุดก็มีบุรุษคนหนึ่งมาช่วย เขากระโดดลงมาโดยไม่ลังเล เพียงไม่นานก็พาหวางหลินขึ้นบนบกสำเร็จ บุรุษที่ช่วยคือซ่งอ๋อง หรือ ซ่งอี้หลุน แม่ทัพใหญ่ของแคว้นโตวหลี่ เขาเพิ่งได้รับพระราชทานยศอ๋องจากฮ่องเต้ กลายเป็นอ๋องศักดินาอีกคนในแคว้นโตวหลี่

หวางหลินเคยได้ยินแค่ชื่อเสียงของเขาและเห็นใบหน้าซ่งอ๋องไกล ๆ นี่จึงเป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นเขาใกล้มาก ซ่งอ๋องมีรูปโฉมมิสามัญ ทำให้คนหลงใหลอย่างง่ายดาย หัวใจหญิงสาวพลันเต้นระรัวดั่งตีกลองอย่างไม่ทราบสาเหตุ

อาจเพราะเขาเป็นคนช่วยชีวิตไว้กระมัง

เนื่องจากเป็นงานเทศกาลหยวนเซียว ค่ำคืนนี้จึงมีผู้คนพลุกพล่านมากมาย พวกเขาเห็นฉากที่ชายหนุ่มช่วยหญิงสาวขึ้นจากน้ำพอดี บุรุษสตรีสัมผัสกันโดยที่ร่างกายของหวางหลินเปียก เสื้อแนบลำตัว ซ่งอี้หลุนจึงบอกกับนางว่าจะรับผิดชอบแต่งงาน

หวางหลินและซ่งอี้หลุนมีคนที่บุพการีกำหนดให้แต่งงานด้วยกันทั้งคู่ อีกไม่นานก็จะหมั้นหมาย แต่เพราะเกิดเหตุการณ์นี้ก่อน เรื่องราวจึงไม่เป็นตามเดิม ซ่งอ๋องจำต้องแต่งงานกับหวางหลินแทน

เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับท่านหญิงหนิ่วเหยียน ซึ่งได้รับพระราชทานยศท่านหญิงจากฮ่องเต้เมื่อครั้งที่บุตรชายได้เป็นอ๋องศักดินาเพราะคุณงามความดีปราบกบฏสำเร็จ

อุตส่าห์ตกลงกับท่านเสนาบดีซูไว้แล้วแท้ ๆ เรื่องอยากให้บุตรสาวอีกฝ่ายเกี่ยวดองกับซ่งอ๋อง แต่เรื่องทั้งหมดพังทลายลงเพราะสตรีนามหวางหลิน อีกฝ่ายเป็นเพียงแค่บุตรสาวพ่อค้า ไหนเลยจะเกื้อหนุนส่งเสริมซ่งอี้หลุนในภายภาคหน้า

ท่านหญิงหนิ่วเหยียนโวยวายกับบุตรชายตน กระนั้นซ่งอี้หลุนก็ไม่สนใจ เพราะเขาเป็นคนมีความรับผิดชอบ หวางหลินเปิดเผยร่างกายขาวภายใต้เสื้อผ้าแก่เขาแล้ว อีกทั้งคนเห็นมากมาย เพื่อเป็นการรักษาชื่อเสียงของสตรี ยากจะหลบหลีกเรื่องแต่งงาน

“แอ้ แอ้ แอ้ แอ้” ท่านพ่อไปไหน

ซ่งย่วนหยวนเห็นท่านแม่เหม่อลอยจึงส่งเสียงเรียกเอ่ยถาม เหลียวซ้ายแลขวาก็ยังไม่เห็นท่านพ่อ ทารกสงสัยว่าท่านไม่มาดูลูกที่เพิ่งคลอดหรืออย่างไร?

ข้าคือบุตรสาวของนางร้าย 1/2

หวางหลินออกจากภวังค์ความคิดแล้วมองบุตรสาวที่อยู่ในอ้อมกอด ดวงตากลมโตใสของทารกคล้ายคลอหยาดน้ำตาตลอดเวลา หาใช่ร้องไห้ตามประสาเด็กทั่วไป เรียวนิ้วสวยค่อย ๆ ปาดทิ้งให้ลูกเบามือ ส่งยิ้มคราหนึ่งด้วยความรักใคร่เอ็นดู

“ย่วนหยวนของแม่อยากได้อะไรหรือ หิวนมหรือลูก” หวางหลินจับแก้มยุ้ยบุตรสาวพลางแหวกสาบเสื้อออก

ย่วนหยวนเห็นเต้ามารดา ท้องเล็ก ๆ ก็คล้ายจะหิว ปากเด็กทารกจึงอ้าออกแล้วดูดกินอย่างหิวโหย หลงลืมเสียสนิทว่าตนเองกำลังถามหาท่านพ่อจากมารดา

อ้อมอกท่านแม่อบอุ่นที่สุด ซ่งย่วนหยวนชมชอบมาก มือสั้นป้อมขยำอาภรณ์ส่วนบนมารดาขณะปากเล็กดูดนมไม่หยุด

‘ปิงปิง’ สาวรับใช้คนสนิทของหวางหลิน ตามคุณหนูมาจากจวนคหบดี มองภาพสองแม่ลูกด้วยความรู้สึกหดหู่ คุณหนูของตนเป็นถึงพระชายาอ๋อง ทว่าชีวิตตกต่ำยิ่งกว่าสาวรับใช้ห้องข้าง

“พระชายา… ท่านหญิงหนิ่วเหยียนช่างใจร้ายนัก ไม่ยอมให้แม่นมมาช่วยดูแลคุณหนูย่วนหยวน และท่านเพิ่งคลอด ต้องอยู่เดือนอีก อีกทั้งเรือนนี้ก็ทั้งหนาวและเล็กกว่าเรือนหลัก คนเป็นย่าอะไรใจร้าย!”

ปิงปิงแผดเสียง นัยน์ตาลุกวาวประหนึ่งเปลวเพลิง เพราะสิ่งที่นายตนได้รับไม่ยุติธรรมสักนิด คนในจวนสกุลซ่งฐานะสูงส่ง แต่จิตใจช่างหยาบกระด้าง

“พอพอ ย่วนหยวนกินนมอยู่ อย่าทำให้นางตกใจ” หวางหลินเอ่ยห้ามปรามสาวรับใช้พลางก้มมองเด็กทารก นางพบว่าลูกไม่ได้ตกใจ แต่ดูดนมเสียงดังพร้อมใช้ลิ้นดุนยอดปทุมถันราวกลั่นแกล้ง

หวางหลินแย้มยิ้มมองบุตรสาว ท่าทางน่ารักแบบนี้ทำให้นางอดใจไม่ไหว ก้มใบหน้าหอมแก้มยุ้ยฟอดหนึ่งจนเกิดเสียงดัง

หากแต่หวางหลินไม่รู้เลยว่าบทสนทนาเมื่อครู่กลายเป็นข้อสงสัยให้เจ้าก้อนแป้งตัวอวบ นางหูผึ่งกับคำว่า ‘คนเป็นย่า’ และ ‘ท่านหญิงหนิ่วเหยียน’

เหตุใดชื่อนี้จึงได้คุ้นหูนัก ทว่าคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก ปากเล็กขยับดูดนมแรงขึ้น หวางหลินรับรู้ได้ คิ้วงามพลันย่นขมวดเข้าหากัน ดูท่าย่วนหยวนของนางคงหิวนมมาก จึงดูดกินอย่างรุนแรงแบบนี้

หวางหลินเห็นลูกกำลังกินนมอย่างเอร็ดอร่อยก็ไม่กล้าขัด นางปล่อยให้เจ้าก้อนแป้งดูดกินต่อ ที่น่าเศร้าคือลูกเพิ่งลืมตาดูโลก กลับไม่ได้เห็นคนเป็นพ่อ…

ซ่งหยวนย่วนดูดนมต่ออีกไม่นาน เนื่องจากกระเพาะเด็กยังเล็ก รับนมไม่มากก็อิ่ม นางรู้สึกพุงแน่นมาก อีกทั้งเปลือกตาก็หนักอึ้ง คล้ายจะหลับเสียให้ได้ แต่ยามนี้ยังไม่กระจ่างแจ้งเรื่องท่านพ่อ ต้องถามท่านแม่ให้รู้ความก่อน

เด็กทารกเอาปากออกจากเต้ามารดา เงยหน้ามองท่านแววตาระยิบระยับ ฉีกยิ้มอวดเหงือกครั้งหนึ่ง

“แอ้ แอ้ แอ้ แอ้” ท่านพ่อไปไหน

ร่างกายเด็กทำให้นางลำบากจริง ๆ จะเอ่ยถามท่านแม่เรื่องท่านพ่อ แต่กลายเป็นส่งเสียงอ้อแอ้ในลำคอซะงั้น เมื่อไรจะเติบโตและพูดได้สักที!

หวางหลินเห็นท่าทางหน้านิ่วคิ้วขมวดของลูกก็หัวเราะ เด็กอายุวันเดียวเหมือนมีความสงสัยมากมาย เพียงแต่ไม่อาจสื่อสารแบบผู้ใหญ่ และนางไม่เข้าใจว่าลูกอยากรู้เรื่องอะไร

“หรือคุณหนูอยากทราบเรื่องท่านอ๋องเจ้าคะ เพราะมีพระชายาอยู่ที่นี่คนเดียว…” ปิงปิงกล่าวสำทับ เพราะคาดเดาจากสถานการณ์ คุณหนูซ่งย่วนหยวนอาจอยากเห็นใบหน้าท่านพ่อตนกระมัง

“เช่นนั้นหรือ”

หวางหลินกล่าวเลื่อนลอย ก้มมองบุตรสาวตัวขาวอวบในอ้อมกอด ซึ่งบัดนี้มองมายังนางไม่ละสายตา ไม่รู้ว่าซ่งย่วนหยวนหมายความเช่นไร แต่นางจำเป็นต้องบอกว่าพ่อของเขาเป็นใคร

“ท่านพ่อของเจ้านามซ่งอี้หลุนหรือซ่งอ๋อง เป็นแม่ทัพใหญ่ของแคว้นโตวหลี่ ได้รับพระราชทานยศอ๋องจากฝ่าบาท”

หลังกล่าวกับลูก หวางหลินย้อนนึกถึงเรื่องราวของตนเอง

การแต่งงานระหว่างนางและซ่งอ๋องถูกจัดขึ้นโดยที่ท่านหญิงหนิ่วเหยียนไม่เต็มใจ แต่ก็จบลงด้วยดี

ค่ำคืนเข้าหอ ซ่งอี้หลุนตระกองกอดหวางหลิน เพราะความงามและหอมหวานของนางทำให้เขามิอาจทานทนไหว แต่พอเช้ามา ซ่งอ๋องกลับได้รับเรื่องเร่งด่วนให้เดินทางไปยังแถบชายแดนอันไกลแสนไกล สงบศึกจากแคว้นศัตรูที่รุกราน

หลังจากนั้นชีวิตของหวางหลินก็ไม่มีความสุข นางถูกท่านหญิงหนิ่วเหยียนไล่ให้ไปอยู่เรือนท้ายจวน ซึ่งมันทั้งเย็นและไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก เพียงไม่นานหวางหลินก็พบว่าตนเองตั้งครรภ์ กระนั้นแม่สามีก็ไม่มาดูดำดูดี ปล่อยให้นางใช้ชีวิตในเรือนท้ายจวนแห่งนี้ลำพัง

หากแต่คนอื่น ๆ ในจวนสกุลซ่ง อย่างเช่นอนุของบิดาซ่งอ๋องบังเกิดความอิจฉาริษยาหรืออาจอยากกำจัดบุตรของซ่งอ๋อง มักส่งคนมาก่อความวุ่นวาย บางครั้งก็ทำลายอาหารที่ยกมาจากครัวบ้าง หวางหลินไม่อยากโต้ตอบ เพราะห่วงบุตรในครรภ์ นางปล่อยเรื่องเลยตามเลย แต่ใช้สินเดิมที่ติดตัวมาจากจวนให้สาวรับใช้ออกไปซื้อของจำเป็นมาไว้ที่เรือนท้ายจวนแทน พวกเขาไม่อยากมอบเงินทองหรือเลี้ยงดูนางก็ช่าง

ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ค้างคาใจ นางเขียนจดหมายฉบับหนึ่งถึงสามี บอกเรื่องที่ตนเองตั้งครรภ์ แต่จนป่านนี้ นางก็ยังไม่ได้รับจดหมายตอบกลับสักครั้ง…

เขายินดีกับการมีลูกครั้งนี้หรือไม่?

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...