โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาฯ คว่ำ! พ.ร.บ.รับรองทางเพศ ‘เปลี่ยนคำนำหน้านาม’ ด้วย 256 เสียง

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 22 ก.พ. 2567 เวลา 09.36 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2567 เวลา 02.34 น. • Bright Today

สภาฯ คว่ำ! พ.ร.บ.รับรองทางเพศ ‘เปลี่ยนคำนำหน้านาม’ หลัง พรรคก้าวไกล เสนอเข้าวาระเข้าสภา ด้วยคะแนน 152 ต่อ 256 เสียง

พ.ร.บ.รับรองทางเพศ : สืบเนื่องจาก วานนี้ (21 ก.พ. 2567) นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่าง พ.ร.บ.การรับรองเพศ คำนำหน้านาม และการคุ้มครองบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ พ.ศ… ที่ นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และคณะเป็นผู้เสนอ ก่อนเข้าสู่วาระ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สส.พรรคเพื่อไทย เสนอให้เจ้าของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว พิจารณาถอนร่าง พ.ร.บ.ออกไปก่อน เพื่อรอร่างของภาคประชาชนที่มีแนวคิดคล้ายๆกันที่จะเสนอเข้ามาถึง 2 ฉบับ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอย่างมาก จึงมีความจำเป็นต้องรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนทั้งที่อยูในกลุ่ม LGBTQ และไม่ได้เป็น LGBTQ เพื่อให้กฎหมายเป็นของทุกกลุ่ม

แต่ นายธัญวัจน์ ยืนยันไม่ถอนร่างฯออก เนื่องจากเห็นว่าสามารถสร้างพื้นที่การมีส่วนร่วมได้อยู่แล้ว และสภาฯก็เปิดกว้างอยู่แล้ว และเรื่องนี้มีการผลักดันกันตั้งแต่ปี 2559 แล้ว ทำให้ที่ประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวต่อไป

นายธัญวัจน์ ชี้แจงเหตุผลว่า โดยที่รัฐธรรมนูญ รับรองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคลยอมได้รับความคุ้มครอง แต่ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายรับรองบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ จึงส่งผลให้เกิดการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเอกสารของรัฐไทย ยังกำหนดให้ใช้คำนำหน้านามซึ่งถือตามเพศกำเนิดได้แก่ เด็กชาย เด็กหญิง นาย นางสาว และนาง ส่งผลให้บุคคลข้ามเพศและผู้หลากหลายทางเพศอื่นประสบปัญหาในการแสดงตัวตน การจะตัดสินใจกำหนดวิถีทางเพศ และกระทบต่อการดำเนินชีวิต จึงสมควรมีกฎหมายออกมาคุ้มครอง

ที่มา : วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา

“หากเราจะเปลี่ยนแปลงการประกอบสร้างสังคมใหม่ จำเป็นต้องคืนเจตจำนงเรื่องของการระบุเพศให้กับพวกเขา เรื่องเพศเป็นเรื่องสำนึกภายในที่จะบอกตนเองได้ว่าตัวเองเป็นอะไร และอยากจะดำเนินชีวิตอย่างไร ทั้งวิถีและการแสดงออก” นายธัญวัจน์ กล่าว

โดยหลักการสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้คือ Self-Determination หรือการกำหนดเพศด้วยตัวเอง นี่คือจุดเริ่มที่เราจะเปลี่ยนแปลงการประกอบสร้าง และมีอีกหลายก้าวสำคัญที่ต้องผลักดันเพื่อให้สังคมได้โอบรับกับความหลากหลาย เพราะเพศมีคำอธิบายมากกว่าเรื่องของร่างกายและกายภาพซึ่งร่างกฎหมายฉบับนี้ได้นิยามอัตลักษณ์ทางเพศว่า คือการที่บุคคลหนึ่งรับรู้ต่อตนเองว่าคือใคร และเป็นเพศอะไร ซึ่งจะสอดคล้องกับสิ่งที่สังคมกำหนดหรือไม่ก็ได้ หมายรวมถึงการแสดงออกทางเพศด้วย ทำให้เราจำเป็นต้องออกกฎหมายที่คำนึงถึงเรื่องของอัตลักษณ์ทางเพศไม่ใช่แค่เพศสภาพทางเพศเท่านั้น จากนั้นเป็นการแสดงความคิดเห็นโดย สส.พรรคก้าวไกล อภิปรายสนับสนุน

ขณะที่ สส.พรรครัฐบาลทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชาติ อภิปรายคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้

นายธีระชัย แสนแก้ว พรรคเพื่อไทย ระบุว่า การออกกฎหมายต้องสอดคล้องกับบริบทสังคม หากกฎหมายสุดโต่งเกินไปอาจจะสร้างปัญหาตามมา อาจเป็นต้นเหตุของการก่ออาชญากรรม-หลอกลวง หรือ ลวนลามบุคคลอีกเพศหนึ่งได้

นอกจากนี้ยังกล่าวว่า “คำนำหน้าชื่อไม่ว่าจะเป็น นาย นาง นางสาว ที่เป็นการแบ่งเพศตามสภาพมาตั้งแต่กำเนิด” ตนมีความห่วงใยและความกังวลในการเปลี่ยนได้ตามความสมัครใจ เพราะในต่างประเทศสามารถให้เปลี่ยนคำนำหน้าได้ มีกฎ เงื่อนไขยากง่ายแตกต่างกันออกไป

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่เห็นด้วยกับ ร่าง พ.ร.บ.การรับรองเพศ คำนำหน้านาม และการคุ้มครองบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยย้ำว่า เรื่องของคำเปลี่ยนคำนำหน้านาม จำเป็นต้องรอบคอบเพื่อไม่ให้กระทบ หรือ ละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น

ที่มา : วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา

“รู้สึกภาคภูมิใจทุกครั้งที่สภาฯเปิดพื้นที่ให้กับการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพมนุษยชน และรู้สึกเท่ที่สภาไทยพูดถึง กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีหลายเรื่องที่ให้ความเป็นธรรม เช่น นิติสินสมรส และเสรีภาพขั้นพื้นฐานอื่น ๆ แต่เรื่องการเปลี่ยนคำนำหน้านาม ต้องรับฟังให้รอบ” นายอนุสรณ์ กล่าว

หลังการอภิปราย

สมาชิกลงคะแนน
เห็นด้วย 152 เสียง
ไม่เห็นด้วย 256 เสียง
งดออกเสียง 1 เสียง
ไม่ลงคะแนน 1 เสียง
ถือว่าที่ประชุม ไม่รับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...