โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ : ความเครียดทำให้หลอดเลือดฝอยในตาแตก จริงหรือ ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 29 ต.ค. 2567 เวลา 22.03 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2567 เวลา 15.03 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บนสื่อสังคมออนไลน์มีการแชร์ข้อความเตือนว่าความเครียดทำให้หลอดเลือดฝอยในตาแตก จริงหรือ ?

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ศาสตราจารย์วุฒิคุณ นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ ประธานวิชาการราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย

📌 สรุป : ❌ ไม่จริง ไม่ควรแชร์ต่อ ❌

ความเครียดทำให้หลอดเลือดฝอยในตาแตก ?

ไม่จริง เพราะว่าหลอดเลือดที่บริเวณตาขาวของคนเราก็เหมือนหลอดเลือดบริเวณอื่น ๆ ของร่างกาย

โดยทั่วไปแล้วหลอดเลือดอาจจะเกิดการแตกได้ ก็เหมือนบริเวณผิวหนังทั่ว ๆ ไป เพียงแต่ว่าที่เยื่อบุตาหรือตาขาว มีลักษณะใสและบาง ถ้ามีหลอดเลือดฝอยแตก ก็จะไม่ได้เห็นเป็นสีเขียว ๆ คล้ำ ๆ เหมือนบริเวณใต้ผิวหนัง ซึ่งมีผิวหนังกั้นอยู่ แต่เยื่อบุตามีลักษณะใส เราก็จะเห็นเป็นเลือดสีแดงบริเวณตาขาวข้างใดข้างหนึ่ง เป็นบางบริเวณ ถ้าเป็นมากก็อาจจะเห็นทั่วทั้งบริเวณตาขาว ทำให้ดูน่ากลัว

สาเหตุของเยื่อบุตาขาวที่หลอดเลือดบริเวณนี้แตก ส่วนใหญ่จะพบว่าเกิดจากการกระทบกระเทือน ที่พบบ่อยที่สุดก็คือการขยี้ตา

ในบางคนที่มีอาการเคืองตาแล้วเผลอไปขยี้ตาอย่างรุนแรง ก็อาจจะทำให้หลอดเลือดฝอยที่บริเวณตาขาวเกิดการแตก ก็กลายเป็นสีแดงทั่วบริเวณดวงตาขาวได้

ที่พบบ่อยอีกอย่างหนึ่งก็คือ ขณะตื่นนอนใหม่ ๆ บางคนอาจจะเผลอขยี้ตาตอนนอน หรืออาจจะนอนกดกับหมอนก็อาจทำให้หลอดเลือดบริเวณนั้นมีความดันสูงขึ้นแล้วเกิดการแตก

นอกจากนั้น อาจจะพบในคนที่มีอาการไออย่างรุนแรง ที่สมัยก่อนเรียกว่า “โรคไอกรน” และในคนที่มีอาการไอเรื้อรังไอแรง ๆ เบ่งไอ หรือมีกิจกรรมที่เกิดการเบ่งมาก ๆ เช่น ยกของหนัก ๆ นักกีฬายกน้ำหนัก พวกนี้อาจจะทำให้เกิดความดันขึ้นใบหน้าแล้วก็ดวงตา ก็อาจจะทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดฝอยที่ตาแตกได้

ในบางคนที่กินยาละลายลิ่มเลือด หรือทำให้เลือดออกง่าย (ขาดวิตามินซีอย่างรุนแรง) ก็อาจจะทำให้ผนังของหลอดเลือดเปราะ ก็อาจเป็นต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดฝอยที่ตาขาวแตก

หลอดเลือดฝอยในตาแตก มีอันตรายอะไรบ้าง ?

สำหรับอันตรายของ “หลอดเลือดฝอยที่ตาแตก” เป็นภาวะที่ไม่ทำให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงกับดวงตา ถ้าไม่ได้เกิดจากสาเหตุของโรคทางระบบร่างกาย ไม่ได้ทำให้เกิดภาวะตาบอด เพราะว่าบริเวณที่หลอดเลือดฝอยในตาขาวแตก จะอยู่เฉพาะบริเวณตาขาว ดังนี้

1. ไม่ได้ทำให้ตาบอดหรือทำให้การมองเห็นแย่ลง

2. เลือดแดง ๆ ที่ดูน่ากลัวนี้ จะไม่เข้าสู่บริเวณตาดำ เนื่องจากเป็นบริเวณที่อยู่คนละช่องกัน หรือคนละส่วนกันอย่างสิ้นเชิง

3. ตาแดงด้วยหลอดเลือดฝอยในตาแตกไม่ติดต่อกัน

คำแนะนำเมื่อพบอาการหลอดเลือดฝอยในตาแตก ?

สิ่งที่ควรทำก็คือถ้ามีภาวะหลอดเลือดฝอยที่ตาขาวแตก แล้วมีอาการตาแดงเป็นปื้นที่บริเวณดวงตา ไม่ว่าจะเป็นครั้งแรกหรือเคยเป็นมาแล้ว

สิ่งที่ควรปฏิบัติก็คือ ห้ามขยี้ตา เพราะว่าการขยี้ตาอาจจะไปทำให้หลอดเลือดฝอยแตกมากขึ้น เลือดออกมากขึ้นได้

ถ้าต้องการให้หายเร็ว ภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังจากที่เริ่มเป็น อาจจะใช้เจลไปแช่ความเย็นหรือผ้าไปประคบความเย็น แล้วนำมาวางประคบที่ดวงตาประมาณ 10 นาที ก็จะทำให้หลอดเลือดบริเวณดวงตามีการหดตัว เลือดที่ออกก็จะน้อยลง

หลังจากพ้น 24 ชั่วโมงไปแล้ว ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ประคบด้วยความอุ่นแทน เพื่อให้หลอดเลือดบริเวณนี้มีการขยายตัว โดยการนำเจลไปอุ่นให้มีอุณหภูมิประมาณ 30-40 องศาเซลเซียส หรือนำผ้าไปแช่ในน้ำอุ่นแล้วบีบให้หมาด ๆ นำมาวางประคบที่บริเวณดวงตาวันละ 10 นาที โดยทั่วไปแล้วภายในเวลา 7-10 วัน ก็จะหายเป็นปกติ เหมือนกับภาวะห้อเลือดจากการถูกกระแทกที่บริเวณผิวหนัง

การป้องกันหลอดเลือดฝอยในตาแตก

หลอดเลือดฝอยในตาขาวแตก สามารถป้องกันได้ง่าย ๆ ก็คือหลีกเลี่ยงการขยี้ดวงตาแรง ๆ และไม่นอนคว่ำกดดวงตากับหมอน

การขยี้ดวงตาแรง ๆ และการนอนคว่ำกดดวงตากับหมอน นอกจากจะมีความเสี่ยงต่อการทำให้ความดันในลูกตาสูงขึ้น อาจจะเป็นอันตรายกับดวงตาแล้ว ก็อาจจะทำให้หลอดเลือดฝอยที่บริเวณตาขาวแตกได้ง่ายขึ้น แต่สามารถป้องกันหลอดเลือดฝอยในตาขาวแตกได้ ดังนี้

1. ไม่แนะนำให้นอนคว่ำหน้าที่ทำให้ดวงตากดกับบริเวณหมอน

2. หลีกเลี่ยง “ขยี้ตา” เพราะการขยี้ตาเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย ๆ ที่ทำให้หลอดเลือดบริเวณเยื่อบุตาขาวแตก นอกจากนั้น อาจจะทำให้เกิดอันตรายกับกระจกตาหรือแม้แต่จอประสาทตาลอก

ความเข้าใจผิด อาจจะนำมาซึ่งความตื่นตระหนกได้

สัมภาษณ์โดย พงศ์อิทธิ์ เชิดชูวงศ์

เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ชัวร์ก่อนแชร์ : ความเครียดทำให้หลอดเลือดฝอยในตาแตก จริงหรือ ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...