ลูก 7 ขวบ: เตรียมทำความรู้จักลูกในวัย 7 ขวบแบบรอบด้าน
Mood of the Motherhood
อัพเดต 24 ก.ย 2567 เวลา 02.16 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย 2567 เวลา 02.15 น. • Featuresสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ลูกกำลังเปลี่ยนจากพี่ใหญ่ในระดับชั้นอนุบาล มาเป็นน้องเล็กระดับประถม ลูก 7 ขวบ เป็นวัยที่หลายสิ่งหลายอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดตามจังหวะการเติบโตของชีวิต คุณพ่อคุณแม่หลายคนมองว่าวัยนี้ถือเป็น 'จุดที่ดีที่สุด' ตั้งแต่เลี้ยงลูกมา เพราะลูกโตพอที่จะช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องแคล่ว ลูกเริ่มผูกพันกับเพื่อนและสังคมของตัวเอง ติดคุณพ่อคุณแม่น้อยลง สามารถอยู่คนเดียวได้มากขึ้น แต่ก็ยังคงต้องการเวลาและทำกิจกรรมกับครอบครัวภารกิจสำคัญของคุณพ่อคุณแม่ที่มี ลูก 7 ขวบ ก็คือ การมองให้เห็นสิ่งดีๆ ในตัวลูก จ้องจับถูก มากกว่าจับผิด ให้ความสำคัญไปที่ 'ความพยายาม' ของลูก มากกว่าผลลัพธ์ปลายทาง และเรียนรู้ตัวตนของลูกเพิ่มอีกสักหน่อย ให้เวลาลูกเหมือนเดิม แต่ก็สามารถให้เวลาตัวเองมากขึ้นได้ถ้าช่วงวัยนี้จัดเป็นช่วงเวลาที่ดีของการเลี้ยงลูกได้ เราก็อยากชวนคุณพ่อคุณแม่มาทำความรู้จักและเข้าใจลูกวัยนี้แบบรอบด้าน เพื่อตักตวงและใช้ประโยชน์จากช่วงเวลานี้ได้อย่างเต็มที่ไปด้วยกันค่ะ1. ลูก 7 ขวบ จะเป็นพี่ประถมที่เก่งขึ้น
เด็กวัย 7 ขวบจะมีร่างกายที่เติบโต กล้ามเนื้อแข็งแรงตามวัย สามารถเล่นกีฬาได้จริงจังมากขึ้น การประสานงานระหว่างมือและตาดีมาก วิ่งเร็ว หมุนตัวหรือหยุดได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่ล้ม สามารถขว้างหรือเตะบอลได้อย่างแม่นยำหากลูกชอบเล่นกีฬา วัยนี้เป็นจุดตั้งต้นที่ดี หากมีพรสรรค์ร่วมกับการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง มีโอกาสที่จะก้าวไปสู่การเป็นนักกีฬาได้และวัยนี้ส่วนใหญ่ ยังสามารถเป็นนักสนทนาที่เก่งกาจ เพราะลูกอยู่ในช่วงเรียนรู้ที่จะเข้าสังคมแบบผู้ใหญ่ และสามารถสื่อสารได้ใกล้เคียงแบบผู้ใหญ่ มีทักษะทางด้านภาษาและคณิตศาสตร์ที่ดีขึ้น มีความคิดซับซ้อนมากขึ้น เข้าใจเนื้อหาที่มีความละเอียดอ่อนมากขึ้น อ่านออก เขียนได้ ทั้งยังสามารถแก้โจทย์คณิตศาสตร์พื้นฐานได้ดีEmily Rooker นักพยาบาลด้านการพูดและภาษาที่ Bright Spot Pediatric Therapy ระบุว่า เด็ก 7 ขวบ จะแสดงความคิดของตัวเองได้อย่างชัดเจนและเริ่มมีเหตุผลมากขึ้น ทักษะด้านไวยากรณ์จะพัฒนาไปมาก สื่อสารกับผู้ใหญ่ได้ดี และฟังดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น สามารถตอบคำถามทั้งในเชิงข้อเท็จจริง และเข้าใจการใช้ภาษาแบบเปรียบเทียบสิ่งเหล่านี้นี่เองที่ทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองสามารถทำได้หลายอย่าง ต่างจากตอนที่เป็นอนุบาล ลูกจึงมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้มากขึ้น อยากรู้อยากเห็นในเชิงวิทยาศาสตร์มากขึ้น และสนุกไปสิ่งต่างๆ รอบตัวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะบรรยากาศของการเรียนแตกต่างไปจากตอนอนุบาล เช่น ไม่ต้องนอนตอนกลางวัน แถมฟันน้ำนมก็เริ่มหลุด นั่นทำให้ลูกรู้สึกถึงการเป็นเด็กที่กำลังเติบโตขึ้นมากได้อย่างชัดเจน2. เริ่มมีโลกส่วนตัวขนาดเล็กจิ๋ว แต่ยังคงอ้อนคุณพ่อคุณแม่อยู่
คุณพ่อคุณแม่ได้ผ่านพ้นช่วงวัยที่ลูกชอบทำตัวตัวติดหนึบกับพ่อแม่ทั้งวันมาแล้ว และตอนนี้ถือเป็นช่วงวัยที่ค่อนข้างสงบ กระตือรือร้น และเป็นมิตร แต่บางคนอาจจะยังกลัวและไม่อยากแยกจากคุณพ่อคุณแม่ในบางครั้ง โดยเฉพาะเมื่อไปโรงเรียน บางวันก็อยากไปโรงเรียนเร็วๆ บางวันก็อิดออด และบางวันก็วิตกกังวลเรื่องในโรงเรียน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของวัยนี้สิ่งที่สังเกตได้คือลูกเริ่มต้องการความเป็นส่วนตัว เพราะเขาเริ่มดูแลตัวเองได้ และรับผิดชอบกิจวัตรของตัวเองได้ดีขึ้น แต่ยังคงต้องการให้คุณพ่อคุณแม่โอบกอด หอมแก้ม บอกรัก และอยู่ด้วยเสมอ แม้บางครั้งจะเริ่มปฏิเสธก็ตาม แต่หากคุณพ่อคุณแม่ใช้เวลานี้ พูดคุยเรื่องทั่วไป หรือทำเรื่องตลกๆ เล่าเรื่องขำขัน เปิดโอกาสให้ลูกได้เล่าเรื่องตลกๆ แม้ว่าลูกจะเล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงหัวเราะของทุกคนจะช่วยเชื่อมสายสัมพันธ์นี้ได้เป็นอย่างดีMelitza Cobham-Browne ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ด้านกุมารเวชศาสตร์ที่ UCI Health Family Health Centers ระบุว่า สิ่งสำคัญของการเลี้ยงลูกในวัยนี้ก็คือ การเปิดโอกาสให้ลูกได้ใช้ชีวิตแบบเด็กประถมได้อย่างเต็มที่ และลดการช่วยเหลือลง ใส่ใจอารมณ์ของลูก คุณพ่อคุณแม่ควรใจดีแต่ไม่ใจอ่อน ตอบสนองลูกเชิงบวก แม้ว่าพฤติกรรมของลูกอาจดูสับสนไปบ้าง แต่ลูกยังต้องการความรักและความเข้าใจจากคุณพ่อคุณแม่อย่างมากเหมือนเดิม3. ลูก 7 ขวบเป็นเพื่อนที่น่ารัก (ในกลุ่ม)
เด็กในวัยนี้ชอบเล่นกับเพื่อนเพศเดียวกัน มีความเห็นอกเห็นใจเพื่อน แบ่งปัน และเริ่มจับกลุ่ม เด็กผู้หญิงจะเริ่มจับกลุ่มเล็กๆ ส่งเสียงหัวเราะคิกคักและกระซิบกัน แลกเปลี่ยนของกระจิกกระจุกตามสไตล์เด็กผู้หญิงส่วนเด็กผู้ชายจะเล่นด้วยกันแบบทางร่างกาย วิ่งไล่จับ ออกหมัด สนุกไปด้วยกัน และเริ่มเลียนแบบกันและกัน ทั้งเลียนแบบพฤติกรรมที่ดี เป็นเพื่อนที่ดี และเลียนแบบพฤติกรรมหรือคำพูดที่ไม่น่ารักติดตัวกลับมาด้วย เช่น คำพูดต่อว่าเพื่อน หรือล้อเลียนเพื่อนต่างเพศ และเมื่อจับกลุ่มทีไร ก็จะชอบเล่นหรือทำอะไรเหมือนๆ กันเสมอ4. หนูโตขึ้นอีกนิดแล้วนะ… ความคิดในรูปแบบของลูก 7 ขวบ
Karen Miles คุณแม่ลูกที่โตแล้ว 4 คน นักเขียน และผู้เชี่ยวชาญด้านการตั้งครรภ์และการเลี้ยงลูก ซึ่งได้เขียนบทความให้กับ Baby Center มากว่า 20 ปี ปัจจุบันเป็นคุณย่าที่มีหลาน มากถึง 9 คน ระบุว่า เด็ก 7 ขวบยังคงเป็นนักสังเกตการณ์ตัวยง ต้องการที่รู้ทุกสิ่งที่อย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เป็นนักตั้งคำถามที่ต้องการคำตอบ เข้าใจนามธรรมและเหตุผลได้ดีขึ้น มีมุมมองแบบผู้ใหญ่นิดๆ สังเกตจากการแสดงความคิดเห็นของตัวเองที่โต้ตอบกับคุณพ่อคุณแม่ได้ในหลายๆ เรื่องลูกจะจะเป็นฝ่ายเฝ้ามองเพื่อนและสังเกตผู้ใหญ่คนอื่น เพื่อชี้นำความคิดของเขา ลูกยังคงอยากให้คุณพ่อคุณแม่เป็นผู้ชี้แนะ แต่ต้องไม่กดดัน หรือตั้งความคาดหวังกับลูกมากจนเกินไปวัยนี้เริ่มเข้าใจเรื่องแพ้ชนะ รู้ว่าชนะเป็นอย่างไร แล้วแพ้จะเป็นอย่างไร เริ่มรับมือกับความผิดหวังและความพ่ายแพ้ได้ดีขึ้น หลังจากวัยอนุบาลที่ต้องการจะเป็นผู้ชนะเท่านั้น มีอีกเรื่องให้คุณพ่อคุณแม่ได้เห็นความเติบโต ลูกเริ่มทำหน้าที่ผู้ช่วยได้ในหลายๆ เรื่องได้ เช่น ช่วยขายของ ช่วยซ่อมรถกับคุณพ่อ ช่วยไปซื้อของที่ร้านขายของชำใกล้บ้านได้ หรือช่วยคุณแม่ดูแลน้องเล็กได้แต่สิ่งที่ต้องเคี่ยวกรำลูกวัยนี้ก็คือ การเรียนรู้ว่าการกระทำของตัวเอง จะส่งผลอย่างไร เช่น หากลูกไม่ยอมทำการบ้าน ลองให้คุณครูเป็นผู้ดำเนินการตำหนิที่โรงเรียน เพราะถึงเวลาแล้วที่ลูกจะต้องรับมือกับผลของการกระทำด้วยตัวเองส่วนการแก้ไขพฤติกรรมหรือข้อบกพร่องทางอารมณ์ สำหรับลูก 7 ขวบยังคงเป็นช่วงวัยที่คุณพ่อคุณแม่ต้องฝึกฝนและอบรมอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ความดื้อรั้นแบบเด็กๆ จะเริ่มหายไปในช่วงประถมตอนปลายได้เองลูกวัยเลี้ยงยาก : เตรียมรับมือเด็ก 8 ขวบ วัยแห่งการเลี้ยงยาก!อ้างอิงbabycenterparentspsychologytoday