โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เซเว่น-อีแลฟเว่นปิด 444 จากกว่า 13,000 สาขาใน 3 ประเทศ เซ่นยอดขายอืด คนเข้าน้อยลงถึง 6 เดือนติด เงินเฟ้อยังสูงต่อเนื่อง ยอดขายบุหรี่ตกต่ำถึง 26%

BTimes

อัพเดต 14 ต.ค. 2567 เวลา 19.27 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2567 เวลา 15.08 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ซีเอ็นเอ็น (CNN) รายงานว่า บริษัท เซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ให้บริการร้านสะดวกซื้อเซเว่น-อีแลฟเว่น (7-11) ที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด และในต่างประเทศแถบทวีปอเมริกา เปิดเผยว่า ได้ตัดสินใจปิด 444 สาขา หรือราว 3% จากทั้งหมดมากกว่า 13,000 สาขาที่ตั้งอยู่ในทวีปอเมริกา โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเมริกาเหนือที่กระจายอยู่ใน 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ส่งผลให้พนักงานจำนวนหลายพันคนขึ้นไปต้องตกงาน

สาเหตุจากผลการดำเนินงานของทั้ง 444 สาขาที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายและตกต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ ได้แก่ยอดขายเป็นไปอย่างเชื่องช้าเกินกว่าที่คาดไว้ จำนวนผู้เข้าใช้บริการมีปริมาณลดลงต่อเนื่อง ภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และยอดขายบุหรี่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจเมื่อมองในภาพใหญ่ของอเมริกาเหนือจะยังคงอยู่ในภาวะยืดหยุ่นสูงและยังเติบโตได้ แต่ ผู้บริโภคในกลุ่มคนชั้นกลางลงมาถึงระดับฐานรากกับเพิ่มความระมัดระวังในการใช้จ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภครายวันอย่างชัดเจน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงมาอย่างต่อเนื่อง ภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูงมาเป็นเวลานานถึงแม้ว่าจะมีการปรับลดลงเกิดขึ้นครั้งแรกแต่อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวยังคงอยู่ในระดับสูง ที่สำคัญ ตลาดการจ้างงานตกอยู่ในภาวะลดลงต่อเนื่อง

ปัจจัยลบทั้งหมดดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อปริมาณ หรือจำนวนของลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ประจำเดือนสิงหาคมผ่านมาลดลงอย่างมากถึง -7.3% ในภูมิภาคดังกล่าว ทำให้จำนวนลูกค้าลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน ปัญหาดังกล่าวยังนำไปสู่ผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงกับยอดขายบุหรี่ โดยพบว่า ครั้งหนึ่งที่บุหรี่เป็นสินค้าที่มีสัดส่วนของยอดขายมากที่สุดสำหรับร้านสะดวกซื้อนั้น ในปัจจุบันกับมียอดขายดำดิ่งรุนแรงถึง -26% นับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...