โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

spacesunday เอเวอเรสต์ในเทือกเขาหิมาลัย สูงกว่าที่ควรจะเป็น และยังสูงขึ้นได้อีก

Environman

เผยแพร่ 06 ต.ค. 2567 เวลา 12.00 น.

#SPACESUNDAY เทือกเขาหิมาลัย ที่อยู่ของยอดเขาเอเวอเรสต์ที่กำลังสูงขึ้นเรื่อย ๆ และ ‘สูงกว่าที่ควรจะเป็น’

ภาพนี้ถูกถ่ายโดย Don Pettit นักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติหรือ ISS เมื่อเดือนพฤษภาคม 2012 โดยถ่ายออกมาเป็นภาพมุมกว้างของเทือกเขาหิมาลัยที่ทอดยาวกว่า 2,500 กิโลเมตรในระดับที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง

ในภาพเราจะเห็นที่ราบลุ่มแม่น้ำสินธุ-คงคาอยู่ด้านล่างของภาพ และมีที่ราบสูงทิเบตอยู่ด้านบนพร้อมกับทะเลสาบอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเทือกเขาแห่งนี้ได้หล่อเลี้ยงทุกชีวิตที่อยู่ใกล้เคียงมาเป็นเวลาหลายล้านปีด้วยการพัดพาทั้งน้ำและตะกอนอันอุดมสมบูรณ์ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ

แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือตามรายงานใหม่ที่พึ่งเผยแพร่บนวารสาร Naure Geoscience เผยให้เห็นว่าระบบแม่น้ำดังกล่าวเหล่านั้น ทำให้ยอดเขาเอเวอเรสต์สูงขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น โดยนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า แม่น้ำอรุณที่ถูก ‘กลืนกิน’ ด้วยแม่น้ำโคสี ได้กัดเซาะมวลหินมหาศาลใต้เอเวอเรสต์ซึ่งทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า การดีดกลับแบบ isostatic rebound

“มันเหมือนกับการโยนสินค้าลงจากเรือ” Adam Smith นักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน กล่าว “เรือจะเบาลงและลอยสูงขึ้นเล็กน้อย ในทำนองเดียวกันเมื่อเปลือกโลกบางลง ก็สามารถลอยสูงขึ้นได้เล็กน้อย

กล่าวคือ โดยปกติแล้วแผ่นเปลือกโลกของเราจะ ‘ลอย’ อยู่บนชั้นแมนเทิลของโลก ซึ่งจะคอยดันแผ่นเปลือกโลกของเราอยู่ตลอดเวลา แต่ในบริเวณดังกล่าวนั้นถูก ‘กดทับ’ โดยเทือกเขาหิมาลัยในระดับที่สมดุลกัน แต่เมื่อแม่น้ำเข้าไปกัดเซาะหินที่อยู่ใต้เอเวอเรสต์แล้วพัดออกไป

มวลปริมาณหลายล้านตันที่คอยกดทับไว้หายไป ชั้นแมนเทิลของโลกจึงค่อย ๆ ดันเอเวอเรสต์ให้สูงขึ้น เหตุการณ์ดังกล่าวพึ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 89,000 ปีก่อนและยังส่งต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ตามข้อมูล GPS ระบุว่าทุกวันเอเวอเรสต์เองก็ยังคงสูงขึ้นในอัตรา 0.08 นิ้วต่อปี

“ปฏิสันพันธ์ระหว่างการกัดเซาะของแม่น้ำอรุณและแรงดันที่ดันขึ้นของชั้นแมนเทิลโลก ทำให้เอเวอเรสต์ถูกผลักดันและดันให้สูงขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น” ดร. Xu Han หนึ่งในทีมวิจัยกล่าว “การวิจัยของเราแสดงให้เห็นว่าเมื่อระบบแม่น้ำใกล้เคียงกัดเซาะลึกยิ่งขึ้น การสูญเสียวัตถุจะทำให้ภูเขาสูงขึ้น” Smith เสริม

ธรรมชาติยังคงมีแต่เรื่องที่น่าทึ่งอยู่เสมอ ใครจะไปคาดคิดว่าแม่น้ำที่ดูแทบจะมองไม่เห็นในภาพถ่ายใบนี้สามารถสั่นสะเทือนยอดเขาที่สูงกว่า 8,849 เมตรนี้

ที่มา

https://www.nature.com/articles/s41561-024-01535-w

https://earthobservatory.nasa.gov/…/himalayas-near-and-far

Photo: NASA Earth Observatory

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...