โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขู่เด็ก ม.6 จะทำร้ายพ่อแม่ บังคับโอน2.6ล้าน ตร.อายัดทัน1.8ล้าน

Khaosod

อัพเดต 28 ก.พ. เวลา 10.38 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. เวลา 10.38 น.
gangcall

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ข่มขู่เด็ก ม.6 จะทำร้ายพ่อแม่ อ้างรู้ทุกความเคลื่อนไหว บังคับโอนเงินให้ 2.6 ล้าน โชคดีอายัดทัน 1.8 ล้านบาท

วันที่ 28 ก.พ. 2568 ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พล.ต.ต.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.ชัยรัตน์ ประสารพันธ์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองอุดรธานี

ร่วมกันแถลงข่าว การมอบเงินคืนเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 1.8 ล้านบาท หลัง น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมาข่มขู่จะทำร้ายคนในครอบครัว ให้โอนเงินให้ โดยมี น.ส.พร อายุ 53 ปี และนายบี (นามสมมติ) พ่อแม่ของน.ส.เอ เดินทางมารับมอบเงิน โดยมอบเป็นเช็คเงินสด 1,849,903 บาท

พล.ต.ต.สุวรรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 67 ผู้เสียหายเป็นนักเรียนหญิง ชั้น ม.6 อายุ 18 ปี อาศัยอยู่กับพ่อแม่ในอำเภอเมือง จ.อุดรธานี โดนคนร้ายหลอกลวงให้โอนเงิน ด้วยการข่มขู่ว่ารู้ความเคลื่อนไหวของน้องทุกอย่างไม่ว่าจะไปทำธุระที่ไหน ไปกับใคร รู้ว่าบ้านอยู่ที่ไหน บ้านเลขที่ ทำกิจการอะไร ไปทานข้าวที่ไหน ไปกินหมูกระทะที่ไหน คนร้ายรู้จักหมด และข่มขู่ทำให้เกิดความกลัว โดยการจะประทุษร้ายครอบครัว ทำให้น้องยินยอมโอนเงินให้ ครั้งแรกเป็นเงินส่วนตัวประมาณ 9 หมื่นบาท

จากนั้นคนร้ายยังข่มขู่จะทำร้ายพ่อแม่ น้องจึงเกรงว่าพ่อแม่จะได้รับอันตราย คนร้ายสั่งให้ไปบอกพ่อโอนเงินให้น้อง และให้น้องโอนเงินให้ตอนแรก 100 บาท แต่ระหว่างโอนเงิน คนร้ายได้วิดีโอคอลกัน และให้เอาโทรศัพท์ของพ่อมาดูรหัส ทำให้คนร้ายได้รหัสไป สั่งให้ปลดล็อกหน้าจอ เข้าไปแอพธนาคาร พอคนร้ายรู้รหัสแล้วก็ได้เข้าไปแอพธนาคาร โอนเงินจำนวน 1.8 ล้านเศษ แล้วนำโทรศัพท์ไปสแกนหน้าพ่อ โดยบอกพ่อว่าโทรศัพท์มีปัญหา ไม่ได้เอะใจอะไร จนเงินโอนเข้าบัญชีคนร้าย

คนร้ายได้เงินจากบัญชีน้อง บัญชีพ่อ แต่ยังไม่พอใจ ใช้วิธีการเดิมให้ไปหลอกเอาโทรศัพท์ของแม่ โอนเงินจากบัญชีแม่เข้าบัญชีคนร้ายด้วย ประมาณ 8 แสนบาท รวมเป็นเงิน 2,655,098 บาท พอน้องรู้ตัวว่าถูกคนร้ายหลอก จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ ที่ สภ.เมืองอุดรธานี ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำงานด้วยความรวดเร็ว สามารถอายัดบัญชีของคนร้าย ได้ 1 บัญชี เป็นเงิน 1.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินจากบัญชีของพ่อ

ในส่วนของแม่ก็ต้องขออภัยด้วย เพราะว่าคนร้ายได้เงินไปแล้ว ใช้เวลา 1 นาทีก็แปลงเป็นเงินดิจิตอลไปแล้ว แต่เรายังติดตามต่อว่าใครเป็นคนร้าย ส่วนบัญชีที่โอนให้คนร้าย เป็น 3 บัญชี ซึ่งพนักงานสอบสวนจะได้ติดตาม และจะแจ้งความคืบหน้าต่อไป

เชื่อว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้จะอยู่นอกประเทศ ดูจากสัญญาณโทรศัพท์แล้ว เป็นประเทศเพื่อนบ้านฝั่งด้านฝั่งทิศตะวันออก ทราบว่าคนร้ายเป็นคนไทย คนร้ายได้ติดต่อมาหาพนักงานสอบสวนแล้ว อยู่ระหว่างสอบสวนอาจจะมีคนต่างชาติร่วมด้วย เงินโอนไป 3 บัญชี อาจจะเป็นบัญชีม้า

กลุ่มเสี่ยงจะเป็นเด็กเพราะมีวุฒิภาวะน้อย หลงเชื่อคำขู่ คำหลอกลวงของคนร้าย และกลุ่มผู้สูงอายุ ฝากให้ลูกหลานให้ความรู้กับผู้สูงอายุ แนะนำ กรณีที่มีหมายเลขแปลกๆ มีการพูด การชี้นำที่แปลกๆ ก็อย่าไปสนทนาด้วย เป็นไปได้ไม่ต้องรับสายเลย หรือรับสายแล้วให้รีบวางเพราะเราไม่รู้ว่าระหว่างที่สนทนา จะนำรหัสเราไปทำอย่างไรต่อไป

ด้าน น.ส.พร กล่าวว่า วันที่ 24 พ.ย. 67 มีผู้ชายโทรมาหาลูกสาว ครั้งแรกนึกว่าทางขนส่งโทรมา จากนั้นก็โทรมาคุยบอกข้อมูลส่วนตัว พอได้ข้อมูลส่วนตัวแล้ว ก็บอกว่ารู้ว่าทำอะไรบ้าง ไปไหนบ้าง เรียนที่ไหน ไปกินหมูกระทะ บอกว่ารู้จักน้า และคนในครอบครัว

จากนั้นก็เริ่มโทรมาข่มขู่ ว่าไปไหนรู้หมดนะ โดยบอกว่าจะตามไปทุกที่ ซึ่งวันนั้นลูกสาวมาบอกตนให้โอนเงินให้ เพื่อไปสอบเพราะลูกกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย ตนก็ให้โทรศัพท์ไปแล้วเขาก็วิดีโอคอล ดูรหัสของธนาคาร

ครั้งแรกโอนให้ 100 บาทก่อนเพื่อดูรหัส แต่ช่วงนั้น พ่อกับแม่อยู่คนละที่ พ่ออยู่ชั้นล่าง แม่อยู่ข้างบน เขาเลยให้โทรศัพท์พ่อโอนไปก่อน 1 ล้านกว่าบาท เพื่อไม่ให้เขาตาม จากนั้นก็โอนของแม่ 5 แสน และโอนไปเพิ่มอีก ทั้ง 3 บัญชีประมาณ 2.6 ล้านบาท แต่อายัดคืนได้ 1.8 ล้านบาท คนร้ายได้ไป 1 ล้าน เมื่ออายัดเงินได้ตนก็รู้สึกดีใจ เพราะดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ซึ่งวันนี้ทางตำรวจให้ตนมารับเช็คเงินที่อายัดไว้ได้

น.ส.พร กล่าวต่อว่า ต่อไปก็จะดูแลบุตรหลานให้ใกล้ชิดและไม่ให้โทรศัพท์ไปทำธุรกรรมเอง เพราะลูกกำลังสอบตนจึงไว้ใจ ต่อไปต้องระมัดระวังให้มากว่านี้ แต่ถ้าคนที่ถูกหลอกและโอนเงินแล้ว ก็ให้รีบโทรแจ้ง1441 ตำรวจไซเบอร์ เพื่อให้ดำเนินการอายัดและเราก็ติดตามเรื่อง ทีแรกก็ไม่คิดว่าจะได้เงินคืน

บทเรียนครั้งนี้ทำให้ตนต้องระวังกับลูกมากยิ่งขึ้นไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ก่อนหน้านี้ก็มีคอลเซ็นเตอร์โทรมาเบอร์แปลกตนก็ไม่รับตัดสายทิ้ง เงินทั้งหมดเป็นเงินเก็บสะสมมาทั้งชีวิต และต้องใช้หมุนเวียนในการค้าขาย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขู่เด็ก ม.6 จะทำร้ายพ่อแม่ บังคับโอน2.6ล้าน ตร.อายัดทัน1.8ล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th