โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แค่ 3 วันสงกรานต์ สูญเสีย 100 ชีวิต! ศปถ.เตือนเข้ม "ขับเร็ว-เมา-ไม่ใส่หมวก" เสี่ยงตาย

The Better

อัพเดต 14 เม.ย. 2568 เวลา 07.28 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. 2568 เวลา 07.27 น. • THE BETTER
สงกรานต์ปีนี้ยังคร่าชีวิตคนไทย ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนเผยยอดอุบัติเหตุทะลุ 700 ครั้งใน 3 วัน ชี้รถจักรยานยนต์ต้นเหตุหลัก และผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อายุ 20-29 ปี วอนทุกภาคส่วนช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยง

นายขจร ศรีชวโนทัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เป็นประธานแถลงผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 ประจำวันที่ 13 เมษายน 2568 เปิดเผยว่า วันที่สามของการรณรงค์ "ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ" มีอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้น 296 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 299 คน และเสียชีวิต 39 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว 44.26% ดื่มแล้วขับ 29.05% และตัดหน้ากระชั้นชิด 17.91% ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 85.85% ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 81.42% ถนนกรมทางหลวง 37.84% ถนนใน อบต./หมู่บ้าน 32.09% ถนนในเมือง (เทศบาล) 14.19% ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เวลา 18.01-21.00 น. 20.61% เวลา 15.01-18.00 น. 16.89% และเวลา 12.01-15.00 น. 16.55% ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี 21.89% โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (15 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (19 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ปทุมธานี สระแก้ว และเชียงราย (จังหวัดละ 3 ราย)

ขณะที่เกิดอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วันของการรณรงค์ฯ (11-13 เม.ย.) รวม 756 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 752 คน และเสียชีวิตรวม 100 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 30 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ พัทลุง (28 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (31 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (10 ราย)

"จากสถิติข้อมูลอุบัติเหตุในช่วง 3 วันที่ผ่านมาพบว่ายานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือรถจักรยานยนต์ และพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงที่สุดคือการไม่สวมหมวกนิรภัย รองลงมาคือการดื่มแล้วขับ ศปถ.ขอให้ทุกภาคส่วนเพิ่มความเข้มข้นในการกวดขันพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ โดยใช้กลไกของพื้นที่ในการดำเนินการ" นายขจร กล่าว
ทั้งนี้ ขอให้จังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ขับขี่ที่ทำพฤติกรรมเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทางถนน 10 ข้อ (10 รสขม) ให้ความสำคัญกับการควบคุมดูแลการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาตามที่กฎหมายกำหนด และการไม่จำหน่ายให้กับกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี โดยในกรณีที่เด็กและเยาวชนอายุที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ดื่มแล้วขับจนทำให้เกิดอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิต ให้มีการสืบสวนขยายผล เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่จำหน่ายหรือสนับสนุนให้เด็กดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ให้สำรวจจุดเสี่ยง จุดเกิดเหตุซ้ำซาก ทางร่วมทางแยก และจุดกลับรถ เพื่อปรับปรุงและแก้ไขเส้นทางให้มีความปลอดภัยกับผู้ใช้รถใช้ถนนมากยิ่งขึ้น ตลอดจนปรับปรุงเครื่องหมายและเส้นจราจรให้มีความชัดเจน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากสภาพแวดล้อมในการเดินทาง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการและประชาชนผู้รับบริการและเดินทางสัญจรไปมา ขอให้ตั้งจุดตรวจและจุดบริการประชาชนในบริเวณที่ปลอดภัย ไม่กีดขวางเส้นทางจราจร มีระยะห่างจากขอบเส้นทางที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการตั้งในพื้นที่ที่ถนนเปียกหรือมีน้ำขัง และจะต้องมีเครื่องหมาย กรวย หรือป้ายแสดงตำแหน่งจุดบริการ เพื่อให้ประชาชนเห็นได้อย่างชัดเจน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...