โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

แม่ค้าหอบขนม 470 กล่อง เอาผิดสาววัย 25 ไม่จ่ายเงิน อดีตนายจ้างแฉแฝงตัวมาก็อปปี้สูตร

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 พ.ค. 2568 เวลา 14.45 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. 2568 เวลา 14.44 น.

แม่ค้าสุดช้ำหอบขนมไทย 470 กล่อง ขึ้นโรงพักแจ้งความ หลังถูกแม่ตลาดนัด หลอกสั่งทำขนมมาขายแต่ไม่จ่ายเงินให้ อดีตนายจ้างแฉแฝงตัวมาก็อปปี้สูตรอาหาร

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากน.ส.อนุสรา อายุ 31 ปี แม่บ้านซึ่งมีอาชีพรับทำขนมไทย ว่า ตนได้รับความเสียหายจากการลงทุนทำขนมไทยเป็นเงินหลายพันบาทหลังถูก น.ส.ภรณ์ชนก อายุ 25 ปี คู่กรณีซึ่งอ้างตัวว่าเป็นแม่ค้าขายของอยู่ในตลาดเซฟวัน โรบินสันศรีสมาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ติดต่อเข้ามาตนทางข้อความเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อจะสั่งทำขนมไทยกับตนจำนวน 470 กล่อง เป็นเงิน 3,800 บาท

ตนจึงนำขนมไทยมาส่งที่บูธขายสินค้าในตลาดนัดดังกล่าวในวันที่ 4 พฤษภาคม ซึ่งหลังจากตนนำขนมไทยมาส่งให้ตามที่ น.ส.ภรณ์ชนก สั่งซื้อไว้ ซึ่งมีการตกลงกันไว้ว่าจะจ่ายเงินค่าขนมทั้งหมดให้ทันทีที่นำขนมมาส่ง แต่ปรากฎว่าเมื่อตนนำขนมมาส่งให้ตามที่ตกลงในช่วงบ่าย แต่กลับถูก น.ส.ภรณ์ชนกบ่ายเบี่ยงด้วยข้ออ้างต่างๆนานา ก่อนจะนัดหมายจ่ายเงินค่าสั่งทำขนมทั้งหมดให้กับตนในตอน 5 โมงเย็น โดยมีลูกจ้างของ น.ส.ภรณ์ชนกมารับสินค้าไว้ จากนั้นเมื่อตนรอถึงเวลานัดหมาย 5 โมง กลับไม่สามารถติดต่อกับ น.ส.ภรณ์ชนกได้อีกเลย ทำให้ตนต้องกลับไปนำขนมทั้งหมดคืนแล้วหอบถุงขนมทั้งหมดเดินทางไปเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.ภรณ์ชนกที่ทำให้ตนเองเกิดความเสียหาย

น.ส.อนุสรา แม่ค้าขนมไทย กล่าวว่า สาเหตุที่ตนหลงเชื่อ น.ส.ภรณ์ชนก เป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ น.ส.ภรณ์ชนกได้เคยติดต่อให้ตนเองทำขนมไทยบรรจุกล่องเพื่อนำไปขายที่ตลาดนัดแห่งนี้ช่วงสิ้นเดือนเมษายนมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยในครั้งแรกนั้น น.ส.ภรณ์ชนกได้สั่งทำขนมไทยกับตนในลักษณะนี้เช่นกัน ซึ่งตนได้เรียกเงินค่าวัตถุดิบค่าวางมัดจำเอาไว้ก่อนครึ่งหนึ่ง และจ่ายส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งเมื่อนำขนมไปส่ง ซึ่ง น.ส.ภรณ์ชนกก็จ่ายเงินวางมัดจำมาให้ตนก่อนครึ่งงหนึ่งและจ่ายอีกครึ่งหนึ่งเมื่อตนนำขนมไทยไปส่งให้

ซึ่งเมื่อสัญญาครั้งแรกไม่มีปัญหา ตนจึงไม่ได้เอะใจอะไร จนกระทั่งมาในครั้งที่ 2 ที่ผ่านมา น.ส.ภรณ์ชนกติดต่อมาอีกครั้ง ซึ่งตนก็ขอให้ น.ส.ภรณ์ชนกโอนเงินวางค่ามัดจำไว้ แต่ น.ส.ภรณ์ชนกกับอ้างเหตุผลต่างๆ นานา และขอให้ตนช่วยทำขนมไทยมาส่งให้ที่ตลาดนัด โดยอ้างว่าจะโอนเงินมัดให้ก่อนเที่ยงคืน ทำให้ตนหลงเชื่อ น.ส.ภรณ์ชนก จึงลงทุนไปซื้อของซื้อวัตถุดิบมาทำขนมให้กับ น.ส.ภรณ์ชนกก่อน แต่สุดท้ายแล้วหลังเที่ยงคืน น.ส.ภรณ์ชนกก็ไม่โอนเงินมัดจำมาให้ตน แต่กลับบอกให้ตนนำขนมมาส่งให้ก่อนแล้วจะจ่ายเงินให้ทันที เมื่อไปถึงทีร้านในตลาดนัดกับไม่เจอ น.ส.ภรณ์ชนกตามที่ตกลงกันไว้ จึงได้โทรศัพท์พูดคุยกัน ทาง น.ส.ภรณ์ชนกก็อ้างว่าให้ฝากขนมไว้กับลูกจ้างร้านเขาได้เลย แล้วช่วง 5 โมงเย็นให้ตนเข้ามาเก็บเงินทั้งหมดได้ แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายกับติดต่อ น.ส.ภรณ์ชนกไม่ได้เลย ทำให้ตนต้องตัดสินใจนำขนมไทยทั้งหมดคืนแล้วนำไปเป็นหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ภรณ์ชนก

น.ส.อนุสรา กล่าวอีกว่า ตนมาทราบในภายหลังว่า น.ส.ภรณ์ชนก หญิงสาวรายนี้ มีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางไม่ดีหลายเรื่อง ตนทราบมาว่าจริงๆ แล้ว น.ส.ภรณ์ชนกเป็นเพียงลูกจ้างช่วยขายของในตลาดนัดดังกล่าวมาก่อน ก่อนจะแอบมาเปิดร้านแข่งกับนายจ้างตัวเองในตลาดนัดเดียวกันด้วย และยังมีพฤติกรรมชักชวนลูกจ้างคนอื่นๆของนายจ้างเก่าให้ออกตามไปทำงานกับร้านของเขาเองอีก ตนจึงเชื่อว่าจากพฤติกรรมของ น.ส.ภรณ์ชนก ตั้งใจที่จะหลอกให้ตนลงทุนทำขนมเพื่อนำไปขายฟรีๆโดยไม่ลงทุน

ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวได้พบกับ นายอารีฟ หุ้นส่วนเจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยวไก่และอาหารอีสาน ซึ่งเป็นนายจ้างของ น.ส.ภรณ์ชนก เปิดเผยว่า ตนไม่ทราบเรื่องที่ น.ส.ภรณ์ชนก ลูกจ้างสาวรายนี้ไปหลอกสั่งทำขนมไทยมาขายในตลาดนัดแห่งนี้มาก่อน เพราะตนเองก็เพิ่งรับเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงเดือน โดยจ้างเป็นค่าแรงวันละ 400 บาท ที่ผ่านมาตนเองก็เคยสงสัยในพฤติกรรมของลูกจ้างรายนี้เช่นกัน แต่ในตอนนั้นตนยังไม่ได้ตรวจสอบอะไร จนกระทั่งมาทราบเรื่องที่แม่ค้าขนมไทยไปเข้าแจ้งความจึงตรวจสอบย้อนหลังดู จึงพบว่าผิดปกติในหลายเรื่อง เช่น ยอดขายกับยอดวัตถุดิบที่หายไปไม่สอดคล้องกัน ยอดเงินขายของไม่โอนเข้าบัญชีร้าน และยังมีความพยายามชักชวนลูกจ้างคนอื่นๆของร้านตนให้ออกจากงานไปทำงานที่อื่นเป็นต้น

นายอารีฟ กล่าวอีกว่า ที่รู้สึกว่าคับแค้นใจมากที่สุดของตน คือเรืองที่ลูกจ้างสาวรายนี้มาหลอกทำงานกับที่ร้านในตลาดนัด ซึ่งตนมีร้านขายอาหารอยู่ 2 ประเภท คือก๋วยเตี๋ยวไก่กับอาหารอีสาน ปรากฎว่าเมื่อลูกจ้างหญิงรายนี้จู่ ๆ หายตัวไปไม่มาทำงานที่ร้านอีก แต่กลับมาเปิดร้านขายอาหารประเภทเดียวกับตนทั้ง 2 อย่างในตลาดเดียวกันด้วย ตนเพิ่งมารู้ความจริงก็เมื่อวันก่อน ที่ทางตลาดนัดหมุนเวียนสับเปลี่ยนล็อกแล้วบังเอิญร้านของ น.ส.ภรณ์ชนกต้องตั้งหันหน้ามาเผชิญกับร้านของตนเอง ทำให้ตนเองเชื่อสนิทใจเลยว่า ที่ผ่านมา น.ส.ภรณ์ชนก แฝงตัวเข้ามาเป็นลูกจ้างที่ร้านตนเพื่อลอกสูตรทำร้านประเภทต่าง ๆ จากร้านตนไปทำขายแข่งกับตน เป็นเรื่องแย่ที่สุดตั้งแต่เคยจ้างลูกจ้างมาทำงาน

นายอารีฟ กล่าวอีกว่า น.ส.ภรณ์ชนก ลูกจ้างสาวรายนี้ติดต่อมาสมัครงานที่ร้านกับตนผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งตนเองก็ไม่ได้เอ๊ะใจอะไรเพราะในตอนนั้นขาดแคลนคนงานมาช่วยงานที่ร้านพอดี จึงได้รับเข้ามาทำงานด้วยความไว้ใจ ไม่ได้หักเงินค่าประกันความเสียหายอะไรไว้เลย ไม่คิดว่า น.ส.ภรณ์ชนกจะมาทำพฤติกรรมแบบนี้ ซึ่งหลังจากทางตนจะตรวจสอบบัญชีร้านสินค้าและรายรับของทั้งสองร้านเพื่อตรวจสอบความผิดปกติในระหว่างที่ น.ส.ภรณ์เข้ามาทำงานกับตน หากพบว่า น.ส.ภรณ์ชนกกระทำการใดๆที่ทำให้ร้านตนได้รับความเสียหาย ตนจะแจ้งความดำเนินคดีต่อในทันที รวมทั้งหลังจากนี้ไป ทางตนทางร้านของตนไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับ น.ส.ภรณ์ชนกแบะไม่ขอรับผิดชอบความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นตามมาจาก น.ส.ภรณ์ชนกด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่ค้าหอบขนม 470 กล่อง เอาผิดสาววัย 25 ไม่จ่ายเงิน อดีตนายจ้างแฉแฝงตัวมาก็อปปี้สูตร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...