โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

พาณิชย์เผย เงินเฟ้อเม.ย.ติดลบ 0.22% ลดลงครั้งแรกรอบ 13 เดือน ส่วนพ.ค.คาดยังไม่เห็นแววฟื้น

efinanceThai

เผยแพร่ 06 พ.ค. 2568 เวลา 04.51 น.

พาณิชย์เผย เงินเฟ้อเม.ย.ติดลบ 0.22% ลดลงครั้งแรกรอบ 13 เดือน ส่วนพ.ค.คาดยังไม่เห็นแววฟื้น

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 พ.ค. 68 11:51 น.

พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อเดือนเม.ย. 68 ติดลบ 0.22% YoY ลดลงครั้งแรกในรอบ 13 เดือน เชื่อเดือนพ.ค. 68 จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเม.ย. 68 หรือติดลบเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ประเมินเงินเฟ้อไตรมาส 2/68 อยู่ในช่วง 0.1-0.2% พร้อมจ่อทบทวนเงินเฟ้อปีนี้ใหม่ ชี้รอดูสัญญาณที่ชัดเจนเดือนหน้าอีกครั้ง

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนเมษายน 2568 เท่ากับ 100.14 เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2567 ซึ่งเท่ากับ 100.36 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง 0.22% (YoY)

ทั้งนี้นักวิเคราะห์ คาดการณ์ว่า เงินเฟ้อเดือนเม.ย.68 จะติดลบ 0.10 ถึง ติดลบ 0.12%

ปัจจัยหลักมาจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ได้แก่ แก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซิน และ ค่ากระแสไฟฟ้า ตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก และมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ ประกอบกับ มีการลดลงของราคาผักสด และ ไข่ไก่ เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนน้อยกว่าปีก่อน ขณะที่ราคาสินค้าอาหารบางชนิดปรับตัวสูงขึ้น เช่น เนื้อสุกร อาหารสำเร็จรูป และ เครื่องประกอบอาหาร สำหรับราคาสินค้า และ บริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก

โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ลดลง 0.22% (YoY) ในเดือนนี้ มีการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและบริการ ดังนี้

หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 1.45% (YoY) จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มพลังงาน (แก๊สโซฮอล์ทุกชนิด น้ำมันเบนซิน ค่ากระแสไฟฟ้า) ของใช้ส่วนบุคคล (แชมพู สบู่ถูตัว ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว แป้งทาผิวกาย) สิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาล้างจาน น้ำยาถูพื้น) และ เสื้อผ้า (กางเกงขายาวบุรุษ เสื้อยืดบุรุษ เสื้อเชิ้ตบุรุษ) ขณะที่มีสินค้าสำคัญหลายรายการที่ราคาสูงขึ้น เช่น น้ำมันดีเซล ค่าเช่าบ้าน ค่าทัศนาจรต่างประเทศ และ ค่าแต่งผมบุรุษและสตรี

หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 1.63% (YoY) จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ กลุ่มเนื้อสัตว์ เป็ดไก่ และสัตว์น้ำ (เนื้อสุกร ปลานิล ปลาทู กุ้งขาว) กลุ่มอาหารสำเร็จรูป (ข้าวราดแกง กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว) กลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟ (ร้อน/เย็น) น้ำอัดลม)

กลุ่มเครื่องประกอบอาหาร (น้ำมันพืช มะพร้าว (ผลแห้ง/ขูด) กะทิสำเร็จรูป) กลุ่มข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้ง (ข้าวสารเหนียว ขนมอบ) กลุ่มผลไม้สด (กล้วยน้ำว้า สับปะรด แตงโม มะพร้าวอ่อน) และ กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำตาล (ขนมหวาน น้ำตาลทรายแดง) อย่างไรก็ตาม มีสินค้าหลายรายการที่ราคาลดลง เช่น ผักสด (มะนาว ถั่วฝักยาว แตงกวา ผักชี ผักกาดขาว พริกสด) ไข่ไก่ ส้มเขียวหวาน และ ไก่ย่าง

สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยสูงขึ้น 0.84% (YoY) ซึ่งยังคงอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อต่ำ โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 24 จาก 134 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และ ต่ำเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศอาเซียนจาก 8 ประเทศที่ประกาศตัวเลข (บรูไน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สปป.ลาว)

ทางด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) สูงขึ้น 0.98% (YoY) เร่งตัวขึ้นจากเดือนมีนาคม 2568 ที่สูงขึ้น 0.86% (YoY)

อย่างไรก็ตาม ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนเมษายน 2568 เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2568 ลดลง 0.21% (MoM) ตามการลดลงของหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม 0.67% (MoM) โดยเฉพาะค่ากระแสไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง (แก๊สโซฮอล์ น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน) และ ค่าธรรมเนียมผ่านทางพิเศษ จากมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าตามนโยบายภาครัฐ และ มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพให้ประชาชนเพื่อรองรับการกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สำหรับสินค้าที่ราคาปรับสูงขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว โฟมล้างหน้า ค่าแต่งผมบุรุษ และ น้ำยารีดผ้า

ในขณะที่หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 0.48% (MoM) ปรับสูงขึ้นตามราคาสินค้าสำคัญ กลุ่มอาหารสด เช่น เนื้อสุกร และผักสดบางชนิด (มะนาว พริกสด) เนื่องจากปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดลดลงจากสภาพอากาศร้อน ขณะที่ความต้องการบริโภคยังมีอย่างต่อเนื่อง และ อาหารโทรสั่ง (Delivery) เนื่องจากสิ้นสุดช่วงโปรโมชัน อย่างไรก็ตาม มีสินค้าที่ราคาปรับลดลง เช่น ผลไม้บางชนิด (มะม่วง แตงโม ฝรั่ง) ผักสดบางชนิด (แตงกวา ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง) ข้าวสารเหนียว และ ข้าวสารเจ้า

สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป เฉลี่ย 4 เดือน (มกราคม - เมษายน) ของปี 2568 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 สูงขึ้น 0.75% (AoA)

ส่วนแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนพฤษภาคม 2568 คาดว่า จะอยู่ระดับใกล้เคียงกับเดือนเมษายน 2568 และ มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ (1) ราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดโลกต่ำกว่าปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ และ จะส่งผลให้ราคาแก๊สโซฮอล์ภายในประเทศปรับตัวลดลงทิศทางเดียวกัน (2) ภาครัฐมีแนวโน้มดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดราคาค่ากระแสไฟฟ้างวดเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2568 ลง 17 สตางค์ เหลือ 3.98 บาทต่อหน่วย (3) ฐานราคาผักสดในปีก่อนหน้าที่อยู่ระดับสูง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ

ขณะที่ในปี 2568 สภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้น และ (4) การจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

ในขณะที่ปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้น ได้แก่ (1) ราคาน้ำมันดีเซลในประเทศปัจจุบันเท่ากับ 31.94 บาทต่อลิตร ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และ (2) ราคาสินค้าเกษตรบางชนิดและเครื่องประกอบอาหารมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้า เช่น มะพร้าว มะขามเปียก กาแฟ เกลือป่น น้ำมันพืช และ เนื้อสุกร เป็นต้น

"เงินเฟ้อเดือน เม.ย. -0.22% YoY ถือว่าลดลงครั้งแรกในรอบ 13 เดือน และ เชื่อว่าเงินเฟ้อทั่วไปเดือนพ.ค. 68 จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเดือนเม.ย. 68 หรือ ติดลบเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน โดยเหตุการณ์ 2 เดือนที่เงินเฟ้อติดลบเคยเกิดขึ้นในปี 66 เริ่มตั้งแต่ต.ค. 66 ไปจนถึงมี.ค. 67 หรือ 6 เดือนติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมไตรมาส 2/68 คาดว่า เงินเฟ้อจะลดลง 0.1-0.2% ส่งผลให้เราจะปรับคาดการณ์เงินเฟ้อในปีนี้ใหม่ โดยขอดูข้อมูลที่ชัดเจนในเดือนพ.ค. อีกครั้ง แต่ตอนนี้ยังคงกรอบเงินเฟ้อปีนี้ไว้ที่ 0.3-1.3%"นายพูนพงษ์ กล่าว

รายงาน โดย กรณัช พลอยสวาท เรียบเรียง โดย จำเนียร พรทวีทรัพย์ อนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...