โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิจัยเผย กัญชา เพิ่มความเสี่ยง ‘หัวใจวาย’ 6 เท่า สูบอายุน้อยยิ่งตายไว

Thaiger

อัพเดต 20 มี.ค. 2568 เวลา 09.54 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. 2568 เวลา 02.54 น. • Thaiger ข่าวไทย

สายเขียวต้องระวัง งานวิจัยล่าสุดจากวารสารทางแพทย์ ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่น่ากังวลระหว่างการใช้กัญชากับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนอายุต่ำกว่า 50 ปี พบว่าผู้ใช้กัญชามีโอกาสเกิดภาวะหัวใจวายสูงกว่าผู้ที่ไม่ใช้ถึง 6 เท่า

แม้กัญชาจะถูกกฎหมายในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย แต่ก็ยังมีข้อถกเถียงไม่จบสิ้นว่า การใช้กัญชาเพื่อสันทนาการปลอดภัยจริงหรือไม่ งานวิจัยใหม่ 2 ฉบับชี้ว่าผู้ใช้กัญชาเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวายมากขึ้น แม้จะเป็นคนหนุ่มสาวที่ไม่มีปัญหาสุขภาพมาก่อนก็ตาม

งานวิจัยชิ้นแรกเป็นการศึกษาข้อมูลย้อนหลังจากผู้ป่วยกว่า 4.6 ล้านคน ซึ่งเผยแพร่ในวารสาร JACC Advances เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2025 ขณะที่งานวิจัยอีกฉบับเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลจากการศึกษา 12 ฉบับที่รวมกลุ่มตัวอย่างกว่า 75 ล้านคน ซึ่งจะถูกนำเสนอในงานประชุมประจำปีของ American College of Cardiology (ACC.25)

นักวิจัยพบว่าผู้ใช้กัญชาอายุต่ำกว่า 50 ปีมีความเสี่ยงเกิดภาวะหัวใจวายสูงกว่าผู้ที่ไม่ใช้ถึง 6 เท่า นอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลรวมยังพบว่าการใช้กัญชาสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคหัวใจวายที่สูงขึ้น 50%

ดร.อิบราฮิม คาเมล แพทย์จากมหาวิทยาลัยบอสตันและผู้เขียนหลักของงานวิจัยกล่าวว่า “แพทย์ควรถามประวัติการใช้กัญชาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ เช่นเดียวกับที่เราถามเกี่ยวกับการสูบบุหรี่

วิจัยเผย กัญชา เพิ่มความเสี่ยง 'หัวใจวาย' 6 เท่า สูบอายุน้อยยิ่งตายไว

ทีมวิจัยของคาเมลได้ใช้ข้อมูลจากเครือข่ายวิจัยสุขภาพ TriNetX ซึ่งเข้าถึงข้อมูลเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ ผลการศึกษาพบว่าในช่วงการติดตามผลเฉลี่ย 3 ปี

ผู้ใช้กัญชามีโอกาสเกิดภาวะหัวใจวายสูงกว่าคนทั่วไปถึง 6 เท่า

เสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบสูงขึ้น 4 เท่า

เสี่ยงเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวสูงขึ้น 2 เท่า

เสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงขึ้น 3 เท่า

ผู้เข้าร่วมการศึกษาทุกคนมีอายุต่ำกว่า 50 ปี และไม่มีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจมาก่อน เช่น ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง เบาหวาน หรือการสูบบุหรี่

นักวิจัยยังได้รวบรวมข้อมูลจากการศึกษาก่อนหน้านี้ 12 ฉบับ ที่มีผู้เข้าร่วมรวมกว่า 75 ล้านคน พบว่า 7 ใน 12 การศึกษาชี้ให้เห็นว่าการใช้กัญชามีความสัมพันธ์กับภาวะหัวใจวาย ในขณะที่ 4 ฉบับไม่พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจน และ 1 ฉบับระบุว่าความเสี่ยงอาจลดลงเล็กน้อย

เมื่อรวมผลทั้งหมด พบว่าผู้ใช้กัญชามีโอกาสเกิดภาวะหัวใจวายสูงกว่าผู้ที่ไม่ใช้ถึง 1.5 เท่า

อย่างไรก็ตาม แม้ว่างานวิจัยเหล่านี้จะมีความน่าเชื่อถือ แต่ก็มีข้อจำกัด เนื่องจากเป็นการศึกษาย้อนหลังซึ่งอาจมีปัจจัยแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น ปริมาณและระยะเวลาการใช้กัญชา การใช้สารเสพติดอื่นร่วมด้วย เช่น โคเคน ลักษณะการใช้กัญชา เช่น การสูบหรือการรับประทาน

คาเมลกล่าวว่า “ผู้ป่วยควรเปิดเผยข้อมูลกับแพทย์อย่างตรงไปตรงมา เพราะเราเป็นผู้สนับสนุนสุขภาพของพวกเขา และข้อมูลที่ครบถ้วนจะช่วยให้การดูแลสุขภาพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ”

แม้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ากัญชาส่งผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดอย่างไร แต่นักวิจัยสันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับ การเปลี่ยนแปลงของจังหวะการเต้นของหัวใจ ความต้องการออกซิเจนของกล้ามเนื้อหัวใจที่เพิ่มขึ้น ความผิดปกติของเยื่อบุหลอดเลือด (endothelial dysfunction) ทำให้หลอดเลือดหดตัวและส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือด

งานวิจัยบางชิ้นยังพบว่าความเสี่ยงของภาวะหัวใจวายอาจเพิ่มขึ้นสูงสุดภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากการใช้กัญชา

สรุปแล้ว แม้ว่ากัญชาจะได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในฐานะพืชสมุนไพร แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ว่าการใช้กัญชาอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะในกลุ่มคนหนุ่มสาวที่คิดว่าตนเองมีสุขภาพดี

ดังนั้น ผู้ใช้กัญชาควรตระหนักถึงความเสี่ยงนี้ และหากมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็วเพื่อประเมินความเสี่ยงและหาแนวทางป้องกันที่เหมาะสม

วิจัยเผย กัญชา เพิ่มความเสี่ยง 'หัวใจวาย' 6 เท่า สูบอายุน้อยยิ่งตายไว

แหล่งอ้างอิง

  • JACC: Advances งานวิจัย: “Myocardial Infarction and Cardiovascular Risks Associated with Cannabis Use” โดย อิบราฮิม คาเมล และคณะ, 18 มีนาคม 2025
  • American College of Cardiology’s Annual Scientific Session (ACC.25)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...