โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สยอง! หญิงอินโดฯ ถูกจระเข้ยักษ์ลากลงน้ำ ก่อนขย้ำดับสลด

อีจัน

อัพเดต 17 มี.ค. 2568 เวลา 17.01 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. 2568 เวลา 10.01 น. • อีจัน

แค่เห็นภาพก็ขนลุกแล้ว..

(14 มี.ค. 68) สื่อต่างประเทศ เผยเหตุสุดสะเทือนขวัญในประเทศอินโดนีเซีย ขณะที่ “ทาร์ติ โคเลงซูซู” หญิงวัย 43 ปี กำลังเก็บผักบุ้งกับเพื่อน ๆ ก่อนถูกจระเข้ขนาดใหญ่ลากลงกลางแม่น้ำ และขย้ำเธอจนเสียชีวิต สร้างความตกใจให้ชาวบ้านในบริเวณนั้นอย่างมาก

รายงานระบุว่า ขณะที่ “ทาร์ติ” กำลังข้ามแม่น้ำเพื่อกลับบ้าน จระเข้ตัวใหญ่นี้ ได้พุ่งเข้ากัดที่ขาของเธอ ทำให้เธอกรีดร้องขอความช่วยเหลือสุดชีวิต โดยเธอพยายามโบกมือเรียกเพื่อนที่อยู่ใกล้ ๆ ซึ่งรีบเข้ามาช่วย โดยเพื่อนพยายามจับมือเธอลากขึ้นฝั่ง แต่ด้วยแรงของจระเข้ที่มีมาก สุดท้ายจระเข้ยักษ์ได้ดึงหญิงเคราะห์ร้ายรายนี้ลงไปใต้น้ำ ต่อหน้าต่อตาเพื่อน ๆ ก่อนที่เพื่อนของเธอจะรีบวิ่งกลับหมู่บ้านเพื่อแจ้งชาวบ้านและเจ้าหน้าที่

เมื่อชาวบ้านและเจ้าหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุ กลับต้องพบภาพสุดสยอง โดยจระเข้ยักษ์ได้ว่ายวนใกล้ชายฝั่ง พร้อมคาบร่างไร้วิญญาณของทาร์ติไว้อย่างเหนียวแน่น

และหลังจากผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง จระเข้ยักษ์ตัวนี้ ก็ยอมปล่อยร่างของทาร์ติออกมา ทำให้ชาวบ้านสามารถนำร่างของเธอขึ้นฝั่ง และนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาได้

ขณะที่ ตำรวจเขตเซาท์บูรู ได้เตรียมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการป้องกันอุบัติเหตุจากจระเข้ในพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดขึ้นอีก

สำหรับ ประเทศอินโดนีเซีย ถือเป็นประเทศที่มีการพบเห็นจระเข้ได้บ่อย เนื่องจากภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่าชายเลน หนองน้ำ โดยในปี 2024 มีการบันทึกสถิติในประเทศอินโดนีเซีย พบว่า เกิดเหตุจระเข้โจมตีกว่า 179 ครั้ง ซึ่งถือเป็นจำนวนจระเข้โจมตีมากที่สุดในโลก โดยมีผู้เสียชีวิต 92 ราย

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ

ขอบคุณข้อมูล : Daily Mail

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...