มัดรวม 8 อุปกรณ์สำหรับ ฟรีแลนซ์ ที่ควรมีไว้ที่บ้าน
LSA Thailand
อัพเดต 01 เม.ย. 2568 เวลา 08.02 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2568 เวลา 01.00 น. • Lifestyle Asia Thailandการเป็น ฟรีแลนซ์ นอกจากจะต้องบริหารเวลาให้ดีแล้ว การจัดพื้นที่ทำงานที่บ้านให้เหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการทำงานและสุขภาพร่างกาย ถ้าโต๊ะทำงานรก เก้าอี้นั่งไม่สบาย หรืออุปกรณ์ไม่ครบพร้อมสำหรับการใช้งาน ก็อาจทำให้การทำงานสะดุดและเสียเวลาไปโดยใช่เหตุ
Relate article
เผย 10 คอร์ส Wellness Retreat โปรแกรมเพื่อสุขภาพ ตามรอยซีรีส์ “The White Lotus ซีซัน 3”
เช็กด่วน ! เรามีอาการหรือยัง ? พร้อมทริคดี ๆ ในการดูแลสุขภาพจิต ต้อนรับ “วันไบโพลาร์โลก”
ในบทความนี้เราอยากจะแนะนำ 8 อุปกรณ์จำเป็นสำหรับ ฟรีแลนซ์ ที่ควรมีติดบ้านไว้ รับรองว่าช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้น และดีต่อสุขภาพในระยะยาวแน่นอน มาดูกันเลยว่าแต่ละไอเท็มช่วยให้ชีวิต ฟรีแลนซ์ ง่ายขึ้นยังไงบ้าง
Hero & Feature image credit : Freepik.com
1 /8
โต๊ะทำงานปรับระดับได้
Image credit : Freepik.com by freepik
ฟรีแลนซ์หลายคนอาจต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน จนส่งผลเสียต่อสุขภาพ โต๊ะปรับระดับได้จึงเป็นไอเท็มที่ทำให้เราสามารถสลับระหว่างการนั่งและยืนทำงานได้ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่ออาการปวดหลังและคอจากการนั่งนาน ๆ แถมยังช่วยให้ร่างกายกระฉับกระเฉง เพิ่มความคล่องตัวในการทำงานขึ้นอีกด้วย
แนะนำ
– เลือกโต๊ะที่มีระบบปรับไฟฟ้า จะสะดวกมากกว่าแบบมือหมุน
– พื้นที่กว้างพอสำหรับวางโน้ตบุ๊ก, จอมอนิเตอร์ และอุปกรณ์อื่น ๆ
– หากมีงบประมาณที่จำกัด สามารถใช้แท่นยกโน้ตบุ๊กแทนได้
2 /8
เก้าอี้เพื่อสุขภาพ
Image credit : Freepik.com by freepik
หากต้องนั่งทำงานทั้งวัน เก้าอี้เพื่อสุขภาพดี ๆ อย่าง Ergonomic Chair ที่ออกแบบมาให้รองรับแนวกระดูกสันหลัง คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด โดยเราควรเลือกเก้าอี้ที่รองรับสรีระร่างกาย สามารถปรับพนักพิงได้ และมีที่รองแขน จะช่วยลดอาการปวดหลัง ปวดเอว จากการนั่งนาน ๆ และทำให้ทำงานได้นานขึ้น
แนะนำ
– เลือกเก้าอี้ที่มี Lumbar Support รองรับช่วงเอว
– สามารถปรับระดับพนักพิงและที่รองแขนได้
– ที่นั่งควรมีฟองน้ำแน่น ไม่นิ่มจนเกินไป
3 /8
จอมอนิเตอร์เสริม
Image credit : Freepik.com by peoplecreations
สำหรับฟรีแลนซ์ที่ต้องทำงานโดยใช้หลายโปรแกรมพร้อมกัน เช่น เปิดเอกสารไปพร้อม ๆ กับการพิมพ์งาน และตัดต่อกราฟิกวิดีโอ การมีจอมอนิเตอร์เสริม จะช่วยให้การทำงานสะดวกรวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องสลับหน้าจอบ่อย ๆ ให้เวียนหัวและเสียเวลา
แนะนำ
– ขนาดจอ 24-27 นิ้ว เพื่อการมองเห็นที่สบายตา
– ความละเอียดขั้นต่ำ Full HD (1920×1080) หรือ 4K สำหรับงานกราฟิก
4 /8
ไฟโต๊ะทำงานแบบปรับแสงได้
Image credit : Freepik.com by freepik
แสงไฟที่เหมาะสมจะช่วยให้ดวงตาไม่ล้า โดยไฟโต๊ะทำงานที่ปรับแสงได้ จะช่วยถนอมสายตาและลดอาการปวดตา นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มบรรยากาศการทำงานให้ดีขึ้นได้อีกด้วย
แนะนำ
– เลือกไฟที่ปรับอุณหภูมิสี Warm / Cool ได้ เพื่อให้เหมาะกับช่วงเวลาต่าง ๆ โดย
- แสงขาว (Cool White) เหมาะสำหรับการทำงานที่ต้องใช้สมาธิ
- แสงส้มอุ่น (Warm White) เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือหรือช่วงพัก
– ควรเลือกไฟแบบ LED จะช่วยให้ประหยัดไฟและไม่ร้อน
5 /8
คีย์บอร์ดและเม้าส์ไร้สาย
Image credit : Freepik.com by freepik
การใช้คีย์บอร์ดและเม้าส์ไร้สายจะช่วยให้โต๊ะทำงานของเราดูเป็นระเบียบยิ่งขึ้น ลดความยุ่งเหยิงของสายไฟ ทำให้สามารถมือขยับได้อิสระมากขึ้น ส่งผลให้พิมพ์งานสะดวก และช่วยลดอาการปวดข้อมือจากการทำงานเป็นเวลานานได้เป็นอย่างดี
แนะนำ
– เลือกคีย์บอร์ดที่ ปุ่มนุ่ม พิมพ์ง่าย ลดอาการเมื่อยมือ
– เมาส์ควรเป็นแบบ Ergonomic Design เพื่อลดอาการปวดข้อมือ
6 /8
หูฟังตัดเสียงรบกวน
Image credit : Freepik.com by pvproductions
หากบริเวณบ้านมีเสียงรบกวน เช่น เสียงรถ เสียงคนคุยกัน หรือเสียงสัตว์เลี้ยง หูฟังตัดเสียงรบกวนจะช่วยให้เราโฟกัสกับการทำงานได้อย่างมีสมาธิมากขึ้น เหมาะสำหรับสายครีเอทีฟ นักเขียน หรือนักออกแบบที่ต้องใช้สมาธิสูง
แนะนำ
– หูฟังแบบ Over-ear จะช่วยตัดเสียงได้ดีกว่าแบบ In-ear
– เลือกหูฟังที่มีฟังก์ชัน Active Noise Cancellation (ANC) เพื่อช่วยให้ลดเสียงรบกวนได้มากขึ้น
7 /8
ฮับ USB และ ปลั๊กไฟอัจฉริยะ
Image credit : Freepik.com by pvproductions
เมื่อมีอุปกรณ์เยอะ ทั้งโน้ตบุ๊ก ไอแพด มือถือ กล้อง ฯลฯ การมีฮับ USB จะช่วยให้เสียบอุปกรณ์เสริมได้ง่ายขึ้น และชาร์จอุปกรณ์หลายอย่างได้พร้อมกัน ส่วนปลั๊กไฟอัจฉริยะสามารถตั้งเวลาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ให้ปิดอัตโนมัติหลังจากไม่ได้ใช้งานนาน ๆ หรือตัดไฟอุปกรณ์ที่สแตนด์บาย เพื่อช่วยลดค่าไฟในระยะยาว นอกจากนี้หลายครั้งที่ฟรีแลนซ์อาจทำงานจนลืมเวลา ส่งผลให้นอนดึกจนพักผ่อนไม่เพียงพอ การใช้ฟังก์ชันตั้งเวลาเปิด-ปิดไฟ จะช่วยจัดตารางชีวิตให้สมดุลมากขึ้น
แนะนำ
– เลือกปลั๊กที่มีพอร์ต USB-C และ USB-A เพื่อรองรับอุปกรณ์ที่หลากหลาย
– ใช้ปลั๊กไฟอัจฉริยะที่สามารถ ตั้งเวลาเปิด-ปิด และ สั่งงานผ่านแอป ได้
8 /8
แก้วน้ำเก็บอุณหภูมิ
Image credit : Freepik.com by freepik
เวลาทำงานเพลิน ๆ หลายคนอาจลืมดื่มน้ำ จนส่งผลเสียต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ผิวแห้ง รู้สึกเพลีย ท้องผูก และอาการอื่น ๆ อีกมากมาย ไอเท็ม แก้วเก็บอุณหภูมิ จะช่วยให้เราไม่ลืมดื่มน้ำ และทำให้เราดื่มน้ำมากขึ้นโดยไม่ต้องลุกไปเติมบ่อย ๆ แถมยังทำให้เครื่องดื่มเย็นหรือร้อนอยู่ได้นานอีกด้วย
แนะนำ
– แก้วที่มีฝาปิดสนิท เพื่อช่วยป้องกันเครื่องดื่มหกใส่คีย์บอร์ด
ดังนั้นสำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพ ฟรีแลนซ์ การทำงาน Work From Home จากที่บ้านให้มีประสิทธิภาพ โดยที่ไม่กระทบต่อสุขภาพร่างกาย ไม่ใช่แค่เรื่องของวินัยและตารางงานเท่านั้น แต่การมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมก็สำคัญไม่แพ้กันเลยทีเดียว ถึงเวลาที่จะต้องลองสำรวจโต๊ะทำงานของตัวเองกันแล้วล่ะ! อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟสไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.