“ตลาดหุ้นเอเชีย” พุ่งแรง ดัชนี Nikkei 225 เพิ่มขึ้น 8.24% ตามวอลล์สตรีท หลังทรัมป์ระงับเก็บภาษีตอบโต้ชั่วคราว 90 วัน
"ตลาดหุ้นเอเชีย" พุ่งแรง ดัชนี Nikkei 225 เพิ่มขึ้น 8.24% ตามวอลล์สตรีท หลังทรัมป์ระงับเก็บภาษีตอบโต้ชั่วคราว 90 วัน
วันที่ 10 เมษายน 2568 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันพฤหัสบดี โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวอย่างรุนแรงของตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งเกิดขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2008 หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศหยุดการขึ้นภาษีสำหรับประเทศคู่ค้าทั้งหมดยกเว้นจีน เป็นเวลา 90 วัน
*ตลาดหุ้นญี่ปุ่น นำการปรับตัวขึ้นในภูมิภาค โดย ดัชนี Nikkei 225 พุ่งขึ้น 8.24% ขณะที่ ดัชนี Topix ที่กว้างกว่าปรับขึ้น 7.33% ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ พุ่งขึ้น 4.8% ขณะที่ดัชนี Kosdaq ซึ่งรวมหุ้นขนาดเล็ก เพิ่มขึ้น 4.2%*
*ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ดัชนี S&P/ASX 200 ปรับตัวขึ้น 5.09% ในการซื้อขายช่วงต้นตลาด*
นักลงทุนยังจับตาการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นจีนอย่างใกล้ชิด หลังสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเป็น 125% เพื่อตอบโต้การที่ปักกิ่งประกาศขึ้นภาษีตอบโต้สินค้าสหรัฐฯ ที่อัตรา 84%
ฟิวเจอร์สดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงอยู่ที่ 20,180 จุด ซึ่งชี้ว่าอาจเปิดตลาดในวันพฤหัสบดีที่ระดับต่ำกว่าการปิดตลาดเมื่อวันพุธที่ 20,264.49 จุดเล็กน้อย
ในตลาดล่วงหน้าสหรัฐฯ ดัชนียังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังจากที่ทรัมป์ประกาศชะลอการขึ้นภาษีต่อประเทศคู่ค้าบางรายเป็นเวลา 90 วัน ส่งผลให้เกิดแรงซื้อขนานใหญ่ในตลาดวอลล์สตรีท
ข้ามคืนในตลาดสหรัฐฯ ดัชนี S&P 500 ซึ่งเป็นดัชนีหลักของตลาด ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงถึง 9.52% ปิดที่ 5,456.90 จุด ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008 และยังเป็นการปรับตัวขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์หลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ขณะเดียวกัน ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) พุ่งขึ้น 2,962.86 จุด หรือ 7.87% ปิดที่ 40,608.45 จุด ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายวันที่สูงที่สุดตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020
ดัชนี Nasdaq Composite ซึ่งรวมหุ้นเทคโนโลยี พุ่งขึ้นถึง 12.16% ปิดที่ 17,124.97 จุด ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นรายวันที่สูงที่สุดนับตั้งแต่มกราคม 2001 และเป็นวันที่ดีที่สุดอันดับสองในประวัติศาสตร์ของดัชนีนี้
อ้างอิง : cnbc.com