โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผลสำรวจพบ “บริษัทญี่ปุ่น” 90% มองมาตรการภาษีทรัมป์ส่งผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 ก.พ. 2568 เวลา 11.30 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. 2568 เวลา 04.30 น.

ผลสำรวจพบ "บริษัทญี่ปุ่น" 90% มองมาตรการภาษีทรัมป์ส่งผลกระทบเชิงลบหรือค่อนข้างเชิงลบต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผลการสำรวจของรอยเตอร์เมื่อวันที่ 20 ก.พ.68 เผยให้เห็นว่า บริษัทญี่ปุ่นเกือบ 9 ใน 10 แห่ง คาดว่านโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจ โดยถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดที่แสดงให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นในหมู่นักลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ

ผลการสำรวจรอยเตอร์แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มภาษีที่สูงขึ้นและความขัดแย้งทางการค้าที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างสหรัฐและจีนได้ส่งผลไม่ชัดเจนต่ออนาคตของบริษัทต่างๆ ในเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก โดยญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพันธมิตรที่มั่นคงของสหรัฐยังพึ่งพาจีนอย่างมาก ทั้งในฐานะฐานการผลิตและตลาดสำคัญสำหรับเครื่องจักรและสินค้าส่งออกอื่น ๆ

ประมาณ 86% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า มาตรการนโยบายของทรัมป์จะส่งผลกระทบเชิงลบหรือค่อนข้างเชิงลบต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ส่วนผู้ตอบแบบสอบถามที่เหลือคาดว่าจะมีผลกระทบเชิงบวกหรือค่อนข้างเชิงบวก

จากการสำรวจรายเดือนในเดือนธันวาคม 2567 พบว่า 73% กล่าวว่า การดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ของทรัมป์ในทำเนียบขาวจะส่งผลเสียต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ

ในบรรดาบริษัทที่มองว่านโยบายริเริ่มของทรัมป์เป็นเรื่องลบ 72% ชี้ว่ากกลยุทธ์การค้าของทรัมป์ ซึ่งรวมถึงการเพิ่มภาษีศุลกากร เป็นปัจจัยที่เป็นอันตรายที่สุด และ 26% มองว่าความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน

ทั้งนี้ทรัมป์ได้ประกาศเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม 25% แล้ว เก็บภาษีสินค้าจากจีน 10% และขู่จะเก็บภาษีนำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโกเป็นเวลา 30 วัน นอกจากนี้ยังได้สั่งให้ทีมเศรษฐศาสตร์ของเขาวางแผนภาษีศุลกากรตอบโต้กับทุกประเทศที่เก็บภาษีการนำเข้าของสหรัฐ และต่อต้านอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากร

ญี่ปุ่นไม่ได้เก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ แต่รัฐบาลสหรัฐกล่าวระหว่างการดำรงตำแหน่งวาระแรกของทรัมป์ว่าอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีนำเข้าต่างๆ หลายประการเป็นอุปสรรคขัดขวางการเข้าถึงตลาดรถยนต์ของญี่ปุ่น เมื่อวันอังคาร ทรัมป์ขู่ว่าจะจัดเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ประมาณ 25% ภายในวันที่ 2 เมษายน 2568

เจ้าหน้าที่ของบริษัทอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่ง กล่าวว่า “หากอุตสาหกรรมรถยนต์ได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้าจากทั่วโลก ยอดขายเซมิคอนดักเตอร์ก็อาจได้รับผลกระทบเช่นกัน”

ในระหว่างการประชุมครั้งแรกแบบพบหน้ากับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ชิเงรุ อิชิบะ ในเดือนนี้ ทรัมป์ผลักดันให้ญี่ปุ่นลงทุนในพลังงานและเทคโนโลยีของสหรัฐ และหาทางออกจากข้อพิพาทกรณีบริษัท Nippon Steel เสนอซื้อหุ้น US Steel มูลค่า 1.49 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

นอกจากนี้จากการสำรวจพบว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นมีผู้ตอบแบบสอบถาม 61% เห็นว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งล่าสุดนี้มีความเหมาะสม ในขณะที่ 25% เชื่อว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วเกินไป และ 15% เห็นว่าสายเกินไป BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก 0.25% เป็น 0.5% ในเดือนมกราคม โดยมองว่าญี่ปุ่นกำลังจะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% อย่างยั่งยืน

“ค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงมากเกินไปทำให้ความมั่งคั่งของประเทศไหลออกอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อหยุดยั้งแนวโน้มดังกล่าว จึงต้องปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีกผู้จัดการของผู้ค้าส่งรายหนึ่ง กล่าว พร้อมเสริมว่า “นั่นจะกระตุ้นให้บริษัทต่างๆ ที่ไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกที่มีอัตราดอกเบี้ย ซึ่งควรจะเป็นสถานะปกติ ต้องถอนตัวหรือเปลี่ยนแปลงตัวเอง”

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...