แม็กซ์-รัชพล น.ศ. วิทยาลัยดุสิตธานี ผู้ที่ผสมผสานความฝันของตนและครอบครัว อย่างลงตัว
เชื่อว่าทุกคนต้องเคยผ่านประสบการณ์ที่ต้องเลือกระหว่างการทำ “สิ่งที่ชอบ” กับ “สิ่งที่ใช่” เพราะบางครั้งสิ่งที่เราชอบก็อาจแตกต่างจากสิ่งที่ใช่หรือเหมาะสมสำหรับชีวิตก็ได้ … เช่นเดียวกับ แม็กซ์ – รัฐพล ทรัพย์ไพบูลย์ หนุ่มหล่อล่ำวัย 25 ปีที่เพิ่งเข้ามาเป็นน้องใหม่แห่งสาขาวิชาการจัดการการบริการ (หลักสูตรนานาชาติ) วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันการศึกษาในเครือโรงแรมดุสิตธานี
แม็กซ์-รัชพล ทรัพย์ไพบูลย์
คุณอ่านไม่ผิดหรอกเรื่องอายุของแม็กซ์ เพราะอันที่จริงเขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีมาแล้วในสาขาการตลาดด้านกีฬา (Sports Studies and Marketing) ที่ Singapore Institute of Management ประเทศสิงคโปร์ หลังจากที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นตั้งแต่อายุ 12 ปี
หนุ่มดีกรีนักเรียนนอกเล่าถึงแบ็กกราวนด์ของตัวเองให้ฟังว่าเหตุใดจากบัณฑิตป.ตรีอย่างเขาจึงกลายมาเป็นน้องใหม่ปี 1 ของวิทยาลัยดุสิตธานี“ผมชอบลงแข่งกีฬา ชอบออกกำลังกาย และชอบทำกิจกรรมมาตั้งแต่เด็ก ทำให้สนใจเรื่องกีฬามาก ตอนกำลังจะเรียนจบม.ปลายที่สิงคโปร์ เลยลองหาที่เรียนเกี่ยวกับกีฬา จนไปเจอหลักสูตรเกี่ยวกับการตลาดด้านกีฬา จึงตัดสินใจเรียนต่อปริญญาตรีในสาขานี้ สาเหตุที่ผมไม่เรียนสายวิทยาศาสตร์การกีฬาหรือ Sports Science เพราะครอบครัวผมซึ่งอยู่ จ.ระยอง เปิดร้ายขายของฝาก ผมเลยโตมากับการขาย และทำให้มีพื้นฐานด้านการตลาดมาตั้งแต่เด็ก ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจ เทคนิคการขาย และการบริหารงานขาย นั่นจึงเป็นสาเหตุให้ผมเลือกเรียนปริญญาตรีสาขาการตลาด…
หลังจากเรียนจบมา ผมก็กลับมาอยู่ที่ไทย ได้มีโอกาสบวชและเป็นทหารเกณฑ์ ซึ่งระหว่างที่ผมเป็นทหารอยู่ ก็ได้ลองนึกดูว่าจะสามารถนำสิ่งที่ผมเรียนมามาประยุกต์ใช้กับอะไรได้บ้างตอนนั้นผมรู้สึกหลงทางพอสมควรเพราะในประเทศไทยไม่ค่อยมีงานที่ตอบโจทย์กับสายงานเกี่ยวกับกีฬา แต่พอออกมาจากกรม ทางครอบครัวของผมก็มีแผนจะเปิดรีสอร์ต และอยากให้ผมมาบริหารกิจการ แต่ด้วยความที่ผมไม่มีความรู้ด้านธุรกิจบริการเลย ผมจึงตัดสินใจมาเรียนปริญญาตรีอีกครั้งที่สาขาวิชาการจัดการการบริการ (หลักสูตรนานาชาติ) วิทยาลัยดุสิตธานี จากคำแนะนำของคุณยายเพราะท่านเคยทำงานที่โรงแรมดุสิตธานีมาก่อน”จริงๆ แล้วก็มีคอร์สสั้นและหลักสูตรเร่งรัดด้านการบริหารธุรกิจทั่วๆ ไปเปิดสอนอยู่มากมาย แต่แม็กซ์เลือกที่จะเรียนด้าน Hospitality หรือธุรกิจบริการเป็นปริญญาตรีใบที่สอง เพราะเขามองว่า การมีความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างถ่องแท้ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน น่าจะช่วยให้เขาบริหารกิจการจนประสบความสำเร็จได้ดีกว่า
“ถ้าผม MBA แล้วกลับมาบริหารงานโรงแรมเลย ผมอาจจะถนัดแค่ทักษะการบริหารอย่างเดียว” เขาบอก “แต่เราคงไม่มีความรู้ลึกซึ้งในธุรกิจสายที่เราจะทำ นั่นคือธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต นอกจากนี้หลักสูตรนี้ก็เป็นหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต เท่ากับว่าผมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารไปด้วยในตัว บวกกับการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อยๆ ก็น่าจะทำให้ผมมีความเชี่ยวชาญทุกเรื่องที่เกี่ยวกับงานโรงแรม อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ หลักสูตรนี้ได้รับการรับรองจากโรงแรมโลซาน (EHL Hospitality Business School) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ด้วย”จริงอยู่ว่า ความใฝ่ฝันของแม็กซ์คืออยากทำงานด้านกีฬาที่เขาโปรดปรานมาตั้งแต่เด็ก แต่ในเมื่อสิ่งที่ชอบอาจแตกต่างจากสิ่งที่ใช่หรือเหมาะสมสำหรับชีวิต เขาก็พยายามที่จะหาจุดตรงกลางเพื่อผสมผสานทั้งสองด้านเข้าด้วยกัน ซึ่งเขาได้นำไอเดียนี้ไปพูดบนเวที Thailand Tourism Forum 2023 ด้วย ในฐานะเป็น 1 ใน 10 นักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานีที่ได้รับเกียรติให้ขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์เป็นภาษาอังกฤษภายในงาน“ผมคิดว่าความชอบกับความรับผิดชอบสามารถมาอยู่ร่วมกันในชีวิตได้ ผมจึงคิดว่าทำอย่างไรถึงจะผสมทั้งสองด้านได้อย่างลงตัวที่สุด เลยเกิดเป็นไอเดียว่า จะทำโรงแรมที่ผมสามารถนำทั้งสองอย่างมารวมกัน นั่นคือ Sports & Hotel โดยจะเป็นโรงแรมที่พักที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมกีฬาให้ผู้เข้าพักได้มาเล่นอย่างครบครัน…
ผมยอมรับว่า ตอนแรกผมไม่มี passion ด้านการโรงแรมมาก่อนเลย แต่พอได้มาเรียนแล้วก็พบว่า การโรงแรมก็สนุกดี ได้เรียนรู้เรื่องของการบริการ การมี Service Mind การเทคแคร์ และการให้เกียรติผู้อื่น ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะบางทีเวลาเราสนิทกันแล้ว เรามักจะคิดว่าไม่ต้องให้เกียรติกันก็ได้ ทั้งๆ ที่การให้เกียรติกันเป็นสิ่งที่ทุกคนสมควรได้รับ”แน่นอนว่า การที่แม็กซ์เรียนจนปริญญาตรีมาแล้ว ที่วิทยาลัยดุสิตธานีเขาจึงกลายเป็น “น้องใหม่” ที่เป็น “พี่ใหญ่” ของเพื่อนร่วมชั้นเรียน ซึ่งตอนแรกเขาก็กังวลว่าจะมี Generation Gap หรือไม่ แต่ปรากฏว่าไม่เป็นอย่างนั้น“ก่อนหน้านี้ก็กลัวนะครับว่าเราจะคุยกับน้องๆ รู้เรื่องไหม จะเข้ากันได้ดีไหม แต่พอเข้ามาแล้วก็พบว่าไม่ได้เป็นเหมือนที่คิดไว้เลย เพราะน้องๆ ทุกคนเป็นมิตรมาก เรียกผมพี่ตลอด ผมชอบบอกพวกเขาว่าไม่ต้องเรียกพี่ก็ได้เพราะผมไม่ค่อยถือเรื่อง Seniority และด้วยความที่ผมอาวุโสกว่าคนอื่น จึงกลายเป็นว่า เพื่อนๆ ร่วมคลาสทั้งเด็กไทยและเด็กต่างชาติมักชอบมาปรึกษาผมเรื่องเรียนแล้วก็เรื่องเพื่อน ทำให้เราสนิทกันและรู้สึกสบายใจมากเลยครับ”นับจากนี้ไปอีกราว 4 ปี เขาก็จะเรียนจบปริญญาตรีใบที่สอง เราจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในอนาคตจะได้เห็นนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง (และหล่อไม่เกรงใจใคร) ที่จะมาสร้างสีสันใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมการโรงแรมชื่อว่า แม็กซ์ – รัฐพล ทรัพย์ไพบูลย์