‘พีท ทองเจือ’ พบ ตร. ลงบันทึกประจำวัน ยืนยันความบริสุทธิ์ ไม่เกี่ยวข้องหรือรู้จัก ‘เสี่ยบอย’ ไลฟ์เฟซบุ๊ก หน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น
วันที่ 10 มีนาคม 2563 ที่ สน.ปทุมวัน พีท ทองเจือ นักแสดง พร้อมด้วยภรรยา และลูกสาว เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อขอให้ตำรวจลงบันทึกประจำวัน เป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ ว่า ตนเองไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับ นายศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี หรือ เสี่ยบอย ที่ไลฟ์เฟซบุ๊กว่า มีหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น เพื่อส่งขายประเทศจีน
นายธนภณ หรือ พีท ทองเจือ กล่าวถึงคลิป เสี่ยบอย ที่มีการเผยแพร่กรณีหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น และมีตนปรากฎอยู่ในคลิปว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ขณะที่ตนไปถ่ายละครที่พัทยากลาง โดยขณะนั้นเห็น เสี่ยบอย กำลังไลฟ์สดเฟซบุ๊กเดินผ่านมา และ เสี่ยบอย ขอให้ตนพูดทักทายกับคนที่ดูไลฟ์สดอยู่ ตนจึงทักทายตอบ โดยไม่รู้ว่า เสี่ยบอย กำลังไลฟ์สดเรื่องอะไร และเมื่อตนพูดทักทายเสร็จ เสี่ยบอย ก็เดินออกไปก่อนจะไปพูดคุยกับคนอื่นภายในกองถ่ายละคร
พีท ทองเจือ กล่าวยืนยันว่า ตนไม่ได้รู้จักกับ เสี่ยบอย มาก่อน กระทั่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เห็นมีการแชร์คลิปไลฟ์สดดังกล่าว ซึ่งมาจากเฟซบุ๊กของ เสี่ยบอย ทำให้สังคมเข้าใจผิดว่า ตนเองอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง จึงตัดสินใจมาลงบันทึกประจำวันเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ และขอให้ตำรวจพิจารณาดำเนินคดีในความผิดที่เกี่ยวข้อง หากพิจารณาแล้วเข้าข่ายเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งเบื้องต้นจากการเปิดคลิปให้ตำรวจดู ก็เชื่อว่า ตนเองไม่น่ามีส่วนเกี่ยวข้องเพราะไม่ได้พูดถึงการโฆษณาชวนเชื่อใดๆ ส่วนจะดำเนินได้อย่างไรบ้าง ยอมรับว่าต้องรอพิสูจน์ข้อเท็จจริงหลายเรื่อง หากจะพิจารณาว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่
“ส่วนตัวไม่รู้สึกหนักใจที่อาจได้รับผลกระทบกับเรื่องนี้ แต่ไม่ต้องการให้สังคมเข้าใจผิด และไม่ต้องการให้มีการนำภาพที่ถ่ายติดภาพของตน ไปใช้แอบอ้างในการโฆษณาเพื่อขายสินค้า หรือทำผิดกฎหมาย ซึ่งก็อยากเรียกร้องให้ เสี่ยบอย ออกมาแสดงความรับผิดชอบ มากกว่ากล่าวคำว่าขอโทษ ส่วนจะดำเนินคดีเพจชื่อดังที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องนี้หรือไม่ มองว่าการที่เพจออนไลน์นำไปโพสต์ เป็นเรื่องปลายทาง หากจะดำเนินคดีก็น่าจะพิจารณาเอาผิดกับคนที่เป็นต้นทางมากกว่า” พีท ทองเจือ กล่าว
อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้แนะนำและรับลงบันทึกประจำวันไว้ตามคำร้องขอ ส่วนการดำเนินคดีเอาผิดทางอาญานั้น พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน แนะนำให้รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่ม เช่น ภาพที่มีคนเข้าไปโพสต์ข้อความต่างๆ ซึ่งยังมีเวลาอายุความ 3 เดือน ที่จะพิจารณาเอาผิดต่อไป