โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระไภษัชยคุรุ-พระหมอยา ที่มาพระกริ่งทั้งหลาย และพระกริ่งปวเรศ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 22 ธ.ค. 2568 เวลา 04.03 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2568 เวลา 08.18 น.
พระพุทธเจ้า 3 องค์ พระประธานในอุโบสถวัดมังกรกมลาวาส (ซ้าย) พระอมิตาภะ, (กลาง)พระศากยมุนี (ขวา) พระไภษัชยคุรุ (ภาพจากหนังสือประวัติมังกรกมลาวาส และประวัติคณะสงฆ์จีนนิกาย)

พระไภษัชยคุรุ “พระหมอยา” ที่มา “พระกริ่ง” ทั้งหลาย และพระกริ่งปวเรศ

พุทธศาสนาฝ่ายมหายาน มีพระพุทธเจ้าหลายพระองค์ตามคติที่ว่า “พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์มีจำนวนมากมายดุจเมล็ดทรายในคงคา นที และในจักรวาลอันเวิ้งว้างนี้ ก็มีโลกธาตุที่มีพระพุทธเจ้ามาอุบัติแสดงพระสัทธรรมเทศนาอยู่ทั่วไปนับประมาณมิได้ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เช่น ปัจจุบันโลกธาตุของเราว่างจากพระพุทธเจ้ามา 2 พันกว่าปี

แต่ในขณะนี้ ณ โลกธาตุอื่นก็มีพระพุทธเจ้าองค์อื่นๆ ทรงดำรงพระชนม์อยู่ และกำลังสั่งสอนสรรพสัตว์ โลกธาตุที่มีพระพุทธเจ้ามาอุบัตินั้น บางทีเรียกว่า พุทธเกษตร” [1]

ซึ่งพระพุทธเจ้าหลายพระองค์นั้นมี “พระไภษัชยคุรุ” พระพุทธเจ้าที่เป็นที่มาพระกริ่งทั้งหลาย

พระไภษัชยคุรุ เมื่อยังเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์ ได้ตั้งปณิธาน 12 ประการ ที่จะช่วยเหลือสัตว์โลกให้พ้นทุกข์ที่เกิดจากโรคทางกายและใจ ทั้งให้มีชีวิตยืนยาว บางครั้งจึงเรียกพระองค์ว่า พระหมอยา หรือ เอี๊ยะซือฮุก ฯลฯ

ในประเทศจีนราว พ.ศ. 1158 พระถังซำจั๋งนำคัมภีร์ “ไภสัชยาคุรุไวฑูรยประภาคตสูตร” ที่ว่าการบูชาพระไภษัชยคุรุเพื่อให้หายป่วยจากโรคต่างๆ เพื่อแปลเป็นภาษาจีน ต่อมาสมัยราชวงศ์ถัง พระไภษัชยคุรุได้รับการยกย่องเทียบเท่าพระศากยมุนี และมีการสร้างประติกรรมรูปเคารพทั้งแบบยืนและนั่ง หากส่วนใหญที่มีในเมืองไทยมักเป็นแบบนั่ง คือ เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิ บนพระหัตถ์ถือหม้อน้ำมนต์ [2] หรือเจดีย์เก็บตำรายา (แบบหลังพบมากในวัดจีนเมืองไทย)

ความเชื่อเรื่องพระไภษัชยคุรุแรกเข้ามาในเขมร ดังในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โดยทรงสร้างโรงพยาบาล หรือ อโรคยศาลาในอาณาจักรของพระองค์ ซึ่งปัจจุบันอโรคยศาลาบางแห่งนั้นอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย อุทิศถวายพระไภษัชยคุรุ เพื่อรักษาคนทั่วไป [3] ความเชื่อดังกล่าวแผ่ขยายเข้ามาในประเทศไทยภายหลัง

นั่นคือประวัติพระไภษัชยคุรุอันเป็นที่มาการสร้างพระกริ่งปวเรศ พระกริ่งสำคัญของประเทศไทย ที่วัดบวรนิเวศวิหาร โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ทรงสร้าง เมื่อ พ.ศ. 2425 มีพุทธลักษณะดังนี้

“องค์พระขนาดเล็ก 2 นิ้ว พระองค์มีสีเหลืองอ่อนเพรียวบางได้สัดส่วน แต่งกายอย่างนักบวชไม่สวมเครื่องประดับ พระศอไม่คล้องลูกประคำ ครองจีวรห่มเฉียงเปิดอังสาขวา ขอบจีวรเรียบไม่มีตุ่มไข่ปลา พระหัตถ์ขวาแสดงปางมารวิชัย พระหัตถ์ซ้ายถือหม้อน้ำมนต์…” [2] และทุกองค์มีจารึกอักษร “ปวร”

โดยเชื่อในพุทธคุณเช่นเดียวกับพระไภษัชยคุรุ เพราะพระกริ่งคือพระไภษัชยคุรุที่มีขนาดเล็กลง พระกริ่งปวเรศจึงมีอํานาจพุทธคุณด้านบําบัดโรคภัยไข้เจ็บนานาชนิด แคล้วคลาด เมตตามหานิยม นอกจากนี้พระหัตถ์ซ้ายพระกริ่งปวเรศถือหม้อน้ำมนต์ จึงทําให้มีอํานาจพุทธคุณในการทําน้ำพุทธมนต์โดยการนําพระกริ่ง แช่ในน้ำเพื่อให้น้ำนั้นเป็นน้ำพุทธมนต์ ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ใช้พระกริ่งปวเรศนี้ทําน้ำพุทธมนต์ที่ใช้ในพิธีมุรธาภิเษก [2]

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เชิงอรรถ :

[1] เว็บไซต์ วัดโพธิ์แมนคุณาราม ค้นหาเมื่อ 18 มีนาคม 2563

[2] ธนุตม์ ธรรมพิทักษ์. รูปแบบความเชื่อของพระกริ่งที่พบในประเทศไทย, สารนิพนธ์ศิลปศาสตรมาหบัณฑิต มหาวิทยาศิลปากร พ.ศ. 2547

[3] เสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป. ลัทธิของเพื่อน, ที่ระลึกในงานฌษปนกิจศพ นางสางศรี อมาตยกุล 21 มกราคม 2503

เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์เมื่อ 18 มีนาคม 2563

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พระไภษัชยคุรุ-พระหมอยา ที่มาพระกริ่งทั้งหลาย และพระกริ่งปวเรศ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...