โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"วีรศักดิ์" ลงพื้นที่อุบลฯ แนะเกษตรกรโคเนื้อ-เกษตรอินทรีย์ ใช้ FTA ดันส่งออก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ก.ย 2563 เวลา 08.22 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2563 เวลา 08.09 น.

“วีรศักดิ์” นำคณะลงพื้นที่จังหวัดอุบลฯ กระตุ้น เกษตรกร วิสาหกิจชุมชนกลุ่มโคเนื้อและเกษตรอินทรีย์ใช้ FTA ขยายตลาดส่งออกไปต่างประเทศ

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยระหว่างนำผู้บริหารกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และสภาเกษตรกรแห่งชาติ ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 26-27 กันยายน 2563 ว่า ฐานะที่ตนได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ดูแล 2 จังหวัดอุบลราชธานี และศรีสะเกษ ภายใต้โครงการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแก้ไขปัญหาจากผลกระทบโควิด-19

ทั้งนี้ ตนเล็งเห็นถึงศักยภาพของจังหวัดอุบลฯ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรโคเนื้อ เกษตรอินทรีย์ และสินค้าแปรรูป จึงต้องการเร่งให้เกษตรกร วิสาหกิจ การใช้ประโยชน์ความตกลงการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ ฉบับต่างๆ ขยายส่งออก

“การใช้ช่องทางเอฟทีเอ จะเป็นช่องทางสำคัญในการช่วยกระตุ้นการส่งออก ลดต้นทุนทางธุรกิจ อีกทั้งจะเป็นแต้มต่อสำคัญที่จะทำให้สินค้าที่มีศักยภาพของจังหวัดขยายตลาดส่งออกได้มากขึ้น และแข่งขันได้ในตลาดโลก”

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมฯ ได้ดำเนินงานภายใต้โครงการ “เพิ่มศักยภาพเกษตรกรในยุคการค้าเสรี” ร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และคาดว่าในปี 2564 ยังคงเดินหน้าต่อเพื่อเตรียมความพร้อมให้ความรู้ในการใช้ช่องทางเอฟทีเอ ให้กับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการมาใช้สิทธิประโยชน์ให้มากขึ้น

โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพของไทย เช่น สินค้าโคเนื้อและเกษตรอินทรีย์ เข้าสู่ตลาดการค้าเสรีให้มากขึ้น โดยปี 2563 นี้ กรมฯเดินหน้าครบแล้ว 6 ครั้ง ซึ่งมีทั้งรูปแบบลงพื้นที่ดูสินค้าและการจัดแสดงสินค้า เพื่อกระตุ้นและให้ความรู้การใช้เอฟทีเอ จังหวัดที่กรมฯเดินหน้ไปแล้ว เช่น จังหวัดบุรีรัมย์ สระบุรี พิษณุโลก เพชรบุรี และอุบลราชธานี ส่วนในปีหน้าอยู่ระหว่างศึกษาสินค้าที่มีศักยภาพและลงพื้นที่กระตุ้นการใข้เอฟทีเอต่อไป

“จากความตกลงการค้าเสรีที่มีในปัจจุบัน 13 ฉบับ ในการส่งออกไปตลาดคู่ค้า 18 ประเทศ เช่น อาเซียน จีน อินเดีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เป็นต้น โดยประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่ได้ลดภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรให้กับไทยแล้ว จึงถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการส่งสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ และจากผลกระทบในปัจจุบันการใช้สิทธิทางการค้าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เพิ่มรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตรที่เป็นสินค้าสำคัญของไทย”

ทั้งนี้ สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปยังคงเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไทย ในปี 2562 มีมูลค่าส่งออกกว่า 40,560.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2563 (ม.ค. – ก.ค.) ส่งออกไปแล้วกว่า 23,041 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 3.4% ซึ่งคาดว่าในภาพรวมสินค้าเกษตรได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ที่เศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ชะลอตัว

โดยสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มมากขึ้น เช่น ผลไม้ 2,600 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 17.3% ไก่สด แช่เย็นแช่แข็ง 536 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 26.3% ปศุสัตว์ 506 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 112.7% เป็นต้น

ทั้งนี้ หากนับเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตรไป 18 ประเทศคู่ FTA ของไทย จะพบว่าการส่งออกในช่วง 7 เดือนแรกของปี 63 ยังคงขยายตัว 0.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 แม้จะเผชิญวิกฤตโควิด-19 ซึ่งแสดงถึงศักยภาพสินค้าเกษตรของไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...