โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้ประกาศข่าวสาวแห่แจ้งความปอท.เพิ่ม ดำเนินคดีผู้ใช้ทวิตเตอร์โพสต์ภาพ-ข้อความลามก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 20 ธ.ค. 2561 เวลา 10.08 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2561 เวลา 03.50 น.

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) น.ส.กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา อดีตผู้ประกาศข่าวช่อง 7 เอชดี ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษากฎหมายและทนายความ จี.เอ็ม.เอ็ม.แกรมมี่ พร้อมด้วย น.ส.ทองเนื้อเก้า คำพิมพ์ ผู้ประกาศข่าวพีพีทีวร น.ส.ภิญญดา ธิติกุลมาศ ผู้ประกาศข่าวพีพีทีวี และ น.ส.นันทรัตน์ อรรถยากร ผู้ประกาศสมาร์ท เอสเอ็มอี เดินทางพร้อมทนายเข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 โฆษก บก.ปอท. ร.ต.อ.หญิง แก้วกาญจน์ อุ่นพันธุ์ รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. นำหลักฐานการโพสต์ข้อความเข้าแจ้งความกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับผู้ใช้สื่อโซเชียล “ทวิตเตอร์” รายหนึ่ง ที่สร้างบัญชีผู้ใช้งานโพสต์ภาพของผู้เสียหายประกอบข้อความที่มีเนื้อหาสื่อไปในทางลามกอนาจาร

น.ส.ทองเนื้อเก้า หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า มีเพื่อนส่งภาพการโพสต์ข้อความดังกล่าวมาให้ซึ่งมีลักษณะใช้ภาพที่ไม่มีการตัดต่อไปโพสต์คู่กับข้อความที่ส่อไปในเชิงลามกอนาจาร ซึ่งตนได้พยายามเข้าไปตรวจสอบในหน้าเพจของผู้โพสต์ข้อความ แต่ปรากฎว่าถูกบล็อคชื่อไว้ นอกจากนี้ยังทราบว่ามีเพื่อนในช่องเดียวกันที่ถูกสืบค้นข้อมูลส่วนตัวนำไปโพสต์ด้วย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เข้าข่ายเป็นการคุกคามทางเพศ ไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ชัดเจน

น.ส.กุญชนิตา กล่าวว่า เปลี่ยนอาชีพไปเป็นทนายความได้ 7 เดือนแล้ว แต่ปรากฎว่าผู้ที่โพสต์มีการติดตามนำข้อมูลปัจจุบันไปโพสต์ ซึ่งเชื่อว่าต้องเป็นผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ประกาศข่าวอย่างใกล้ชิด อีกทั้งจากการตรวจสอบข้อมูลของผู้ก่อเหตุ พบว่ายังมีการกระทำผิดรูปแบบอื่น เช่น มีการตัดต่อภาพผู้ประกาศข่าวเพื่อทำให้เข้าใจผิด และยังมีการโพสต์ลิงค์ไปยังคลิปวีดีโอลามกอนาจารด้วย ซึ่งจะขอให้ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวหากเป็นการนำภาพที่ไม่ได้ตัดต่อไปโพสต์คู่กับข้อความที่มีเนื้อหาเชิงลามกอนาจาร จะเข้าข่ายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ส่วนกรณีของการนำภาพตัดต่อไปโพสต์จะเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งอัตราโทษสูงสุดในคดีนี้ คือจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท

ส่วนกรณีที่พบว่ามีการโพสต์ลิงค์ไปยังคลิปลามกอนาจารนั้น ต้องขอตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ยืนยันว่าตั้งแต่ที่มี น.ส.อร์วลัญช์ นันทะปัตตแวว หรือ วีเจ.แองจี้ ผู้ประกาศข่าวสาวของสถานีโทรทัศน์ ไบรท์ ทีวี ช่อง 20 ผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วเมื่อวานนี้ ก็ได้ให้ฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานไว้ส่วนหนึ่งแล้ว และอยู่ระหว่างการติดตามเบาะแสผู้โพสต์ข้อความ เพื่อตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เวลา 15.00 น.น.ส.ชญาน์ทิพย์ หรือยู โลจนะโกสินทร์ อาจารย์วิทยากรพิเศษด้านการสื่อสาร อดีตผู้ประกาศข่าวช่องดัง เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.หญิง แก้วกาญจน์ อุ่นพันธุ์ รอง สว.(สอบสวน)กก.3 บก.ปอท. แจ้งความดำเนินคดี กรณีที่มีบุคคลไม่ทราบตัวตน ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีทวีตเตอร์รายหนึ่ง นำภาพสมัยทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวมาเผยแพร่พร้อมระบุข้อความลามกอนาจาร ตามที่ได้มีผู้ประกาศข่าวสาวหลายรายได้ตกเป็นผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความแล้วก่อนหน้านี้

โดย น.ส.ชญาน์ทิพย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา ทราบว่ามีบุคคลแปลกหน้า นำภาพตนไปโพสต์ในทวิตเตอร์และเขียนข้อความในเชิงลามกอนาจาร จึงมาใช้สิทธิแจ้งความดำเนินคดี โดยทราบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าการกระทำดังกล่าว เป็นความผิดกฎหมายอาญา ม.328 ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์นั้น เจ้าหน้าที่ยังต้องทำการสอบสวนเพิ่มเติมว่า เจ้าของทวีตเตอร์รายนี้กระทำโดยมีจุดประสงค์เพื่อการค้าหรือไม่ เนื่องจากมีผู้ติดตามสูงถึง 6 พันราย อาจมีการนำคลิปลามกไปปล่อยขายด้วยหรือไม่

“ไม่ว่าผู้หญิงคนไหน อาชีพใดก็มีสิทธิ์จะโดนกระทำในลักษณะนี้ หรือแม้แต่โดนจับต้องตัว และถูกพูดจาแทะโลม จึงไม่อยากให้ผู้หญิงเรานิ่งนอนใจ ไม่ว่าคุณจะอาชีพใดก็ตาม อาจจะไม่กล้าพูด ก็อย่าอาย ขอให้รีบไปแจ้งความฟ้องเป็นคดีอาญา เพียงแจ้งความลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น อย่าปล่อยให้เกินเวลา 3 เดือนนับแต่วันที่ทราบเรื่อง ทั้งนี้ หากมีพยานก็จะดีต่อการฟ้องร้องฐานหมิ่นประมาทซึ่งหน้าได้” น.ส.ชญาน์ทิพย์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...