ผู้ประกาศข่าวสาวแห่แจ้งความปอท.เพิ่ม ดำเนินคดีผู้ใช้ทวิตเตอร์โพสต์ภาพ-ข้อความลามก
เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) น.ส.กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา อดีตผู้ประกาศข่าวช่อง 7 เอชดี ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษากฎหมายและทนายความ จี.เอ็ม.เอ็ม.แกรมมี่ พร้อมด้วย น.ส.ทองเนื้อเก้า คำพิมพ์ ผู้ประกาศข่าวพีพีทีวร น.ส.ภิญญดา ธิติกุลมาศ ผู้ประกาศข่าวพีพีทีวี และ น.ส.นันทรัตน์ อรรถยากร ผู้ประกาศสมาร์ท เอสเอ็มอี เดินทางพร้อมทนายเข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 โฆษก บก.ปอท. ร.ต.อ.หญิง แก้วกาญจน์ อุ่นพันธุ์ รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. นำหลักฐานการโพสต์ข้อความเข้าแจ้งความกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับผู้ใช้สื่อโซเชียล “ทวิตเตอร์” รายหนึ่ง ที่สร้างบัญชีผู้ใช้งานโพสต์ภาพของผู้เสียหายประกอบข้อความที่มีเนื้อหาสื่อไปในทางลามกอนาจาร
น.ส.ทองเนื้อเก้า หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า มีเพื่อนส่งภาพการโพสต์ข้อความดังกล่าวมาให้ซึ่งมีลักษณะใช้ภาพที่ไม่มีการตัดต่อไปโพสต์คู่กับข้อความที่ส่อไปในเชิงลามกอนาจาร ซึ่งตนได้พยายามเข้าไปตรวจสอบในหน้าเพจของผู้โพสต์ข้อความ แต่ปรากฎว่าถูกบล็อคชื่อไว้ นอกจากนี้ยังทราบว่ามีเพื่อนในช่องเดียวกันที่ถูกสืบค้นข้อมูลส่วนตัวนำไปโพสต์ด้วย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เข้าข่ายเป็นการคุกคามทางเพศ ไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ชัดเจน
น.ส.กุญชนิตา กล่าวว่า เปลี่ยนอาชีพไปเป็นทนายความได้ 7 เดือนแล้ว แต่ปรากฎว่าผู้ที่โพสต์มีการติดตามนำข้อมูลปัจจุบันไปโพสต์ ซึ่งเชื่อว่าต้องเป็นผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ประกาศข่าวอย่างใกล้ชิด อีกทั้งจากการตรวจสอบข้อมูลของผู้ก่อเหตุ พบว่ายังมีการกระทำผิดรูปแบบอื่น เช่น มีการตัดต่อภาพผู้ประกาศข่าวเพื่อทำให้เข้าใจผิด และยังมีการโพสต์ลิงค์ไปยังคลิปวีดีโอลามกอนาจารด้วย ซึ่งจะขอให้ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้
ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวหากเป็นการนำภาพที่ไม่ได้ตัดต่อไปโพสต์คู่กับข้อความที่มีเนื้อหาเชิงลามกอนาจาร จะเข้าข่ายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ส่วนกรณีของการนำภาพตัดต่อไปโพสต์จะเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งอัตราโทษสูงสุดในคดีนี้ คือจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท
ส่วนกรณีที่พบว่ามีการโพสต์ลิงค์ไปยังคลิปลามกอนาจารนั้น ต้องขอตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ยืนยันว่าตั้งแต่ที่มี น.ส.อร์วลัญช์ นันทะปัตตแวว หรือ วีเจ.แองจี้ ผู้ประกาศข่าวสาวของสถานีโทรทัศน์ ไบรท์ ทีวี ช่อง 20 ผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วเมื่อวานนี้ ก็ได้ให้ฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานไว้ส่วนหนึ่งแล้ว และอยู่ระหว่างการติดตามเบาะแสผู้โพสต์ข้อความ เพื่อตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
เวลา 15.00 น.น.ส.ชญาน์ทิพย์ หรือยู โลจนะโกสินทร์ อาจารย์วิทยากรพิเศษด้านการสื่อสาร อดีตผู้ประกาศข่าวช่องดัง เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.หญิง แก้วกาญจน์ อุ่นพันธุ์ รอง สว.(สอบสวน)กก.3 บก.ปอท. แจ้งความดำเนินคดี กรณีที่มีบุคคลไม่ทราบตัวตน ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีทวีตเตอร์รายหนึ่ง นำภาพสมัยทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวมาเผยแพร่พร้อมระบุข้อความลามกอนาจาร ตามที่ได้มีผู้ประกาศข่าวสาวหลายรายได้ตกเป็นผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความแล้วก่อนหน้านี้
โดย น.ส.ชญาน์ทิพย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา ทราบว่ามีบุคคลแปลกหน้า นำภาพตนไปโพสต์ในทวิตเตอร์และเขียนข้อความในเชิงลามกอนาจาร จึงมาใช้สิทธิแจ้งความดำเนินคดี โดยทราบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าการกระทำดังกล่าว เป็นความผิดกฎหมายอาญา ม.328 ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์นั้น เจ้าหน้าที่ยังต้องทำการสอบสวนเพิ่มเติมว่า เจ้าของทวีตเตอร์รายนี้กระทำโดยมีจุดประสงค์เพื่อการค้าหรือไม่ เนื่องจากมีผู้ติดตามสูงถึง 6 พันราย อาจมีการนำคลิปลามกไปปล่อยขายด้วยหรือไม่
“ไม่ว่าผู้หญิงคนไหน อาชีพใดก็มีสิทธิ์จะโดนกระทำในลักษณะนี้ หรือแม้แต่โดนจับต้องตัว และถูกพูดจาแทะโลม จึงไม่อยากให้ผู้หญิงเรานิ่งนอนใจ ไม่ว่าคุณจะอาชีพใดก็ตาม อาจจะไม่กล้าพูด ก็อย่าอาย ขอให้รีบไปแจ้งความฟ้องเป็นคดีอาญา เพียงแจ้งความลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น อย่าปล่อยให้เกินเวลา 3 เดือนนับแต่วันที่ทราบเรื่อง ทั้งนี้ หากมีพยานก็จะดีต่อการฟ้องร้องฐานหมิ่นประมาทซึ่งหน้าได้” น.ส.ชญาน์ทิพย์ กล่าว