โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เลบานอน’ จับเจ้าหน้าที่ท่าเรือเอี่ยวปมเก็บ ‘แอมโมเนียไนเตรต’ จนระเบิดใหญ่

The Bangkok Insight

อัพเดต 06 ส.ค. 2563 เวลา 08.08 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2563 เวลา 08.08 น. • The Bangkok Insight

“เลบานอน” จับกุมเจ้าหน้าที่ท่าเรือเอี่ยวเก็บ “แอมโมเนียไนเตรต” 2.7 พันตันจนระเบิดใหญ่ ลั่นจะเปิดผลสอบสวนภายใน 5 วัน ล่าสุดยอดเสียชีวิตพุ่งเป็น 135 ราย บาดเจ็บ 5 พันราย

เมื่อวานนี้ (5 ส.ค. 63) คณะรัฐมนตรีเลบานอนประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงเบรุต เมืองหลวงของประเทศ เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น 135 รายแล้ว

เหตุระเบิดใหญ่ 2 ครั้งซ้อนเกิดขึ้นที่ท่าเรือเบรุต เมื่อราว 18.10 น. ของวันที่ 4 สิงหาคม 2563 ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนเขย่าอาคารทั่วเมืองและสร้างความเสียหายรุนแรง ซึ่งฮาหมัด ฮัสซัน รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของเลบานอน ประกาศว่าเหตุระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 135 ราย และผู้บาดเจ็บ 5,000 ราย

รายงานระบุว่า กองทัพของเลบานอนจะเป็นผู้กำกับดูแลและรักษาความปลอดภัยในเมืองเบรุตขณะประกาศภาวะฉุกเฉิน ส่วนข้อมูลเบื้องต้นเปิดเผยว่าแอมโมเนียไนเตรต ซึ่งถูกเก็บอยู่ในโกดังหมายเลข 12 ของท่าเรือเบรุตตั้งแต่ปี 2557 อาจเป็นสาเหตุของการระเบิดใหญ่ทั้ง 2 ครั้ง

เลบานอน ระเบิด

จับกุมเจ้าหน้าที่ท่าเรือ

คณะรัฐมนตรี เลบานอน ตัดสินใจจับกุมเจ้าหน้าที่ท่าเรือ ซึ่งรู้เห็นและมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเก็บแอมโมเนียไนเตรตไว้ที่ท่าเรือเบรุตปริมาณสูงถึง 2,700 ตัน พร้อมกระตุ้นกระทรวงโยธาธิการโยกย้ายการทำกิจกรรมนำเข้า-ส่งออกไปยังท่าเรือตริโปลี เนื่องจากท่าเรือเบรุตได้รับความเสียหายหนัก

ส่วนคณะกรรมาธิการสูงด้านการบรรเทาทุกข์จะจัดการเปิดโรงเรียนและโรงแรมไว้รองรับประชาชนที่สูญเสียที่อยู่อาศัยจากเหตุระเบิด

ปัจจุบันเลบานอนกำลังสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและสภาป้องกันสูงสุดให้คำมั่นจะเปิดเผยผลการสืบสวนภายใน 5 วัน

โดนัลด์ ทรัมป์

“ทรัมป์” มั่นใจระเบิด “เลบานอน” เป็นการโจมตี

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงความเชื่อมั่นว่า เหตุระเบิดครั้งใหญ่ในกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน อาจเป็น "การโจมตี" โดยไม่สนใจการประเมินเหตุการณ์ของรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมแต่อย่างใด

"ผมว่าคงมีใครเอาพวกอุปกรณ์ระเบิดอะไรพรรค์นั้นไปวางทิ้งไว้มั้ง คงเป็นอย่างนั้น ไม่งั้นอาจเป็นการโจมตี ผมว่าตอนนี้ยังไม่มีใครบอกได้" ทรัมป์กล่าว "บางคนคิดว่าเป็นการโจมตี บางคนก็ว่าไม่ใช่"

ก่อนหน้านี้เมื่อวันอังคาร (4 ส.ค. 63) ทรัมป์กล่าวที่ ทำเนียบขาว ว่า เขาได้ "พบปะกับนายพลคนสำคัญของสหรัฐ หลายนาย ซึ่งดูจะเชื่อว่าการระเบิดในเลบานอนไม่ใช่แค่เหตุโรงงานระเบิดธรรมดา"

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐบางส่วน อาทิ มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวอ้างของทรัมป์ โดยเอสเปอร์แถลงว่า "คนส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุตามการรายงาน" ขณะที่เพนตากอนยังคงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเหตุระเบิดต่อไป

เลบานอน ระเบิด

เมื่อวันอังคาร (4 ส.ค. 63) เกิดเหตุระเบิดใหญ่ 2 ครั้ง ในกรุงเบรุตของ เลบานอน โดยข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่าแอมโมเนียมไนเตรทที่เก็บไว้ในโกดังหมายเลข 12 ที่ท่าเรือเบรุตตั้งแต่ปี 2557 อาจเป็นสาเหตุการระเบิด

นายฮัสซัน ดิอาบ นายกรัฐมนตรีเลบานอน เปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ ที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วทั้งเมืองนั้น เกิดจากการที่สารแอมโมเนียม ไนเตรท จำนวน 2,750 ตัน ซึ่งจัดเก็บไว้บริเวณท่าเรือของกรุงเบรุต เกิดระเบิดขึ้นมา โดยสารเคมีนี้ ถูกจัดเก็บอย่างไม่ปลอดภัย ในคลังสินค้ามานานถึง 6 ปี พร้อมให้คำมั่นที่จะลงโทษต่อผู้ที่ต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้

ผมไม่มีทางที่จะสบายใจได้ จนกว่าเราจะพบตัวผู้รับผิดชอบ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และกำหนดบทลงโทษขั้นสูงสุด เนื่องจากเป็นเรื่องยอมรับไม่ได้ที่แอมโมเนียม ไนเตรท น้ำหนัก 2,750 ตัน อยู่ในคลังสินค้าเป็นเวลา 6 ปี โดยไม่มีมาตรการป้องกัน ซึ่งเป็นภัยคุกคามความปลอดภัยประชาชน

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดยักษ์ครั้งนี้ ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการพบร่างผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเหตุการณ์นี้ ยังทำให้บ้านเรือนหลายร้อยหลังพังราบ และยังทำลายไซโลเก็บธัญพืชขนาดยักษ์อีกหลายแห่ง ซึ่งถือเป็นความเสียหายอย่างร้ายแรง ในช่วงเวลาที่ เลบานอน กำลังอยู่ในภาวะขาดแคลนขนมปัง และต้องพึ่งพาการนำเข้าธัญพืชจากต่างประเทศ

นายมาร์วัน อับบูด ผู้ว่าการกรุงเบรุต ประเมินว่า มูลค่าความเสียหาย จากเหตุระเบิดครั้งนี้อาจอยู่ประมาณ 3,000 - 5,000 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากพื้นที่เกือบครึ่งเมือง ได้รับความเสียหายจากแรงระบเด

เขาบอกด้วยว่า หายนะภัยครั้งนี้ ทำให้มีผู้คนไร้ที่อยู่อาศัย ราว 250,000 - 300,000 คน

ที่มาสำนักข่าวซินหัว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...