โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

พานาโซนิค ปิดโรงงานตู้แช่ ฉะเชิงเทรา ตามแผนย้ายฐานไปแดนมังกร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.ย 2564 เวลา 07.38 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2564 เวลา 04.38 น.
KAZUHIRO NOGI / AFP

กระบวนการย้ายฐานการผลิตจะเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 31 มีนาคม 2565

วันที่ 3 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พานาโซนิคได้ดำเนินการปิดโรงงานพานาโซนิค แอ็พไลแอนซ์ โคลด์เชน (ประเทศไทย) จำกัด ที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งผลิตสินค้าประเภทอุปกรณ์ทำความเย็นในตู้เย็น และตู้แช่เชิงพาณิชย์ ตามแผนที่เคยประกาศไว้เมื่อช่วงเดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา

โดยเพจเฟซบุ๊กหลายเพจ อาทิ สมุทรปราการ และสังคมโรงงาน V2 ได้โพสต์ภาพบรรยากาศการทำงานวันสุดท้าย พร้อมระบุว่า เป็นการปิดตามที่ประกาศล่วงหน้า และพนักงานได้รับชดเชยทุกคน

ขณะเดียวกัน โรงงานพานาโซนิค แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมนวนคร ได้ประกาศรับพนักงานฝ่ายผลิต สัญญาจ้าง 6 เดือน เพิ่มอีก 50 อัตรา

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 ฝ่ายสื่อสารองค์กรของกลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า บริษัทเตรียมย้ายฐานการผลิตตู้แช่จากประเทศไทยไปยังประเทศจีน โดยจะปิดโรงงานพานาโซนิค แอ็พไลแอนซ์ โคลด์เชน (ประเทศไทย) จำกัด ที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งผลิตสินค้าประเภทอุปกรณ์ทำความเย็นในตู้เย็น และตู้แช่เชิงพาณิชย์ ในวันที่ 31 มีนาคม 2565

โดยยักษ์อิเล็กทรอนิกส์ให้เหตุผลว่า การย้ายฐานนี้เป็นไปเพื่อยกระดับการผลิตให้ดียิ่งขึ้น พร้อมยืนยันว่าจะให้ความช่วยเหลือพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการปิดตัวในครั้งนี้ และยังคงให้บริการลูกค้าทุกรายในประเทศไทย รวมถึงพร้อมให้บริการหลังการขาย และจัดหาผลิตภัณฑ์หลังมีการเปลี่ยนรุ่นต่อไป

การย้ายฐานครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ต่อจากการประกาศย้ายฐานการผลิตเครื่องซักผ้าและตู้เย็นจากไทยไปยังเวียดนาม เมื่อปี 2563 ด้วยการควบรวมบริษัท พานาโซนิค แอ็พไลแอ็นซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ดำเนินการผลิตเครื่องซักผ้าและตู้เย็น และบริษัท พานาโซนิค แอ็พไลแอ็นซ์ อาร์ แอนด์ ดี เซ็นเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในส่วนเครื่องซักผ้าและตู้เย็นไปที่ประเทศเวียดนาม

หากการย้ายฐานเสร็จสิ้น จะทำให้กลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทยลดลงจาก 18 บริษัท เหลือ 17 บริษัท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...