โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เลือดแม่ลูกไม่เข้ากัน ภาวะอันตรายที่ต้องระวังไว้

Motherhood.co.th

เผยแพร่ 20 พ.ค. 2563 เวลา 09.00 น. • Motherhood.co.th Blog

เลือดแม่ลูกไม่เข้ากัน ภาวะอันตรายที่ต้องระวังไว้

หมู่เลือดคือสิ่งที่ถ่ายทอดจากพ่อและแม่ไปสู่ทารกน้อยในครรภ์ หากเกิดภาวะ "เลือดแม่ลูกไม่เข้ากัน" ก็จะนำไปสู่ปัญหาหลายอย่าง เช่น การรับเลือดในกรณีเร่งด่วนที่เกิดการเสียเลือดมาก ดังนั้น การตรวจความเข้ากันของเลือดแม่และลูกก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการเข้ากันไม่ได้ของเลือดแม่และลูก ซึ่งวันนี้เราจะมาเรียนรู้เพิ่มเติมในเรื่องนี้ให้มากขึ้นกันค่ะ

บางคนไม่เคยรู้มาก่อนว่าเลือดของแม่และลูกอาจไม่เข้ากันได้

ระบบหมู่เลือดที่ควรรู้

ระบบหมู่เลือด ABO เป็นระบบหมู่เลือดที่พวกเราคุ้นเคยกันดี ซึ่งระบบนี้จะทำการแบ่งหมู่เลือดออกเป็น 4 หมู่ คือ A B AB และ O โดยความแตกต่างที่เกิดขึ้นจะถูกกำหนดโดยโปรตีนที่เกาะอยู่บนผิวของเม็ดเลือดแดง สารโปรตีนนี้คือ แอนติเจน (Antigen) ทำหน้าที่เป็นตัวจำแนกหมู่เลือด ในระบบ ABO มีสารแอนติเจนอยู่ 2 ชนิด คือ สารโปรตีน A (Antigen-A) และสารโปรตีน B (Antigen-B)

หากต้องการทราบว่าลูกมีหมู่เลือดใดในระบบ ABO คุณพ่อคุณแม่สามารถคำนวณได้คร่าว ๆ จากหมู่เลือดของคุณพ่อและคุณแม่เอง ดังนี้

A + A = ลูกเป็นหมู่เลือด A หรือ O

B + B = ลูกเป็นหมู่เลือด B หรือ O

AB + AB = ลูกเป็นหมู่เลือด A หรือ AB หรือ B

O + O = ลูกเป็นหมู่เลือด O เท่านั้น

A + B = ลูกเป็นหมู่เลือดใดก็ได้ มีโอกาสเป็นได้ทุกหมู่

A + AB  = ลูกเป็นหมู่เลือด A หรือ AB หรือ B

B + AB = ลูกเป็นหมู่เลือด A หรือ AB หรือ B

AB + O = ลูกเป็นหมู่เลือด A หรือ B

A + O = ลูกเป็นหมู่เลือด A หรือ O

B + O = ลูกเป็นหมู่เลือด B หรือ O

Rh คืออะไร?

อาร์เอช (Rh) เป็นหมู่เลือดอีกระบบนอกเหนือจากระบบ ABO พื้นฐาน เมื่อคุณแม่ไปฝากครรภ์ แพทย์จะเจาะเลือดเพื่อตรวจดูว่าคุณแม่แต่ละคนมีหมู่เลือดชนิดใด โดยเจาะเพื่อตรวจดูทั้ง 2 ระบบหมู่เลือด ผลการตรวจจะรายงานว่าคุณแม่มีหมู่เลือดแตกต่างกันอย่างไร เช่น คุณแม่บางรายอาจมีหมู่เลือด O, Rh+ ในขณะที่คุณแม่บางรายมีหมู่เลือด B, Rh- และหมู่เลือดทั้ง 2 ระบบนี้จะถ่ายทอดไปยังลูกด้วย โดยหมู่เลือดในระบบ Rh สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มคือ

  • หมู่เลือด Rh+ (Rh positive) จะมีแอนติเจนอยู่ในเม็ดเลือดแดง เป็นหมู่โลหิตธรรมดา ซึ่งคนไทยเรามีหมู่เลือด Rh+ เป็นส่วนมาก
  • หมู่เลือด Rh- (Rh negative) จะไม่มีแอนติเจนอยู่ในเม็ดเลือดแดง เป็นหมู่โลหิตหายากหรือหมู่โลหิตพิเศษ ในคนไทยมีหมู่เลือด Rh- ไม่ถึงร้อยละ 1 ซึ่งร่างกายของคนที่มีหมู่เลือด Rh- นั้นจะไม่รู้จักแอนติเจนในเม็ดเลือดแดง เมื่อคนผู้นั้นได้รับเลือดจากหมู่เลือด Rh+ เข้าไป ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อทำลายเม็ดเลือดแดงเหล่านั้น เพราะคิดว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม

ทั้งนี้ หมู่เลือด Rh ประกอบด้วยยีนของทั้งฝ่ายพ่อและฝ่ายแม่มาจับคู่กัน ลูกจะมีเลือดกรุ๊ปอะไร จะเป็น Rh+ หรือเป็น Rh- ก็ขึ้นอยู่กับยีนที่ลูกได้รับ โดยจะมียีนจากฝ่ายที่มีลักษณะเด่นแสดงออกมาเป็นกรุ๊ปเลือดหรือ Rh แต่อาจมีลักษณะด้อยเป็น Rh+ หรือ Rh- แฝงอยู่ด้วยก็ได้เช่นกัน

Rh มีความเกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์อย่างไร?

ไม่ว่าคุณแม่จะมีเลือดกลุ่ม Rh+ หรือ Rh- ก็สามารถตั้งครรภ์ได้ตามปกติ ถ้าทั้งคุณพ่อและคุณแม่เป็น Rh+ หรือ Rh- ทั้งคู่ หรือคุณแม่เป็น Rh+ ก็จะไม่มีปัญหากับการตั้งครรภ์ ยกเว้นกรณีที่คุณแม่มีกลุ่มเลือด Rh- แต่ลูกในครรภ์มีกลุ่มเลือด Rh+ อาจเพราะได้รับลักษณะเด่นมาจากคุณพ่อ อาจทำให้เกิดปัญหาเลือดแม่และลูกไม่เข้ากัน กรณีนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะหากเลือดของลูกที่เป็น Rh+ เข้าสู่ร่างกายของแม่ทางรกหรือสายสะดือจากการเจาะน้ำคร่ำหรือในการคลอด ก็จะทำให้ร่างกายคุณแม่สร้างภูมิต้านทานขึ้นมาทำลายเม็ดเลือดแดงของลูกได้

การป้องกันที่ดีที่สุดคือ เมื่อพบว่าตั้งครรภ์ก็ให้รีบไปฝากครรภ์เสียตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะหากตรวจพบการไม่เข้ากันของเลือดแม่และลูกในการตั้งครรภ์ครั้งแรก แพทย์จะได้รีบฉีดยาลดการสร้างภูมิต้านทานต่อเลือดของลูกให้ เมื่อมีอายุครรภ์ 28 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดของแม่ไปทำลายเม็ดเลือดแดงของลูกในการตั้งครรภ์ครั้งถัดไป แต่ไม่ได้แปลว่าจะเกิดปัญหาใด ๆ ขึ้นในการคลอด คุณแม่ที่มีกลุ่มเลือด Rh- ยังสามารถคลอดได้ตามปกติ

การฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่ดี

เมื่อเลือดแม่ลูกไม่เข้ากัน

การเกิดภาวะเลือดแม่และเลือดลูกไม่เข้ากันในระบบหมู่เลือด ABO มีสาเหตุจากแอนติบอดีในเลือดของแม่สามารถซึมผ่านรกเข้าไปยังเลือดของลูกในครรภ์ หากแม่มีหมู่เลือด O ก็จะมีแอนติบอดี A และ B ผ่านไปยังลูกได้ ในกรณีที่ลูกมีหมู่เลือด A B หรือ AB แอนติบอดีที่ผ่านรกเข้าไปในเลือดของลูกจะไปทำลายเม็ดเลือดของลูกให้แตก

แต่การไม่เข้ากันของเลือดแม่และลูกในหมู่เลือด ABO มักมีอาการไม่รุนแรงนัก มีเพียงร้อยละ 5 เท่านั้นที่เม็ดเลือดแดงของลูกแตกมาก จนทำให้มีการปล่อยสารที่อยู่ในเม็ดเลือดแดง หรือสารบิลิรูบิน (Billirubin) ซึ่งสารที่มีสีเหลืองออกมาในกระแสเลือด สารนี้จะมาเกาะที่ผิวหนังและเยื่อบุตาขาว ทำให้ทารกมีอาการตัวเหลืองหรือตาเหลืองหลังคลอดได้ แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวล เพราะโอกาสที่ทารกได้รับอันตรายหรือเสียชีวิตในครรภ์จากอาการนี้นับว่าน้อยมาก การไม่เข้ากันของเลือดแม่และเลือดลูกในระบบหมู่เลือด ABO นี้พบได้บ่อยถึงประมาณร้อยละ 20 ของการตั้งครรภ์ และมักพบได้ตั้งแต่การตั้งครรภ์ครั้งแรก

จะเห็นได้ว่าภาวะผิดปกติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับทั้งตัวคุณแม่และทารกเองนั้น เราสามารถยับยั้งหรือผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ด้วยการรีบไปฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ ค่ะ เพื่อที่แพทย์จะได้ตรวจเช็คร่างกายคุณแม่อย่างละเอียดถี่ถ้วน หากเจอปัญหาอะไรจะได้รีบแก้ไขได้ทันก่อนจะสาย

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...