ปลูกมะลิอย่างไร ให้ออกดอกขายได้ตลอดปี
การทำสวนมะลิของคุณเรณูนั้น สร้างความภูมิใจให้เจ้าตัวมากทีเดียว เพราะมะลิสวนนี้เป็นความภูมิใจ สุขใจที่ได้ตื่นขึ้นมาเห็น เมื่อต้นมะลิเจริญเติบโต เมื่อดอกมะลิผลิบาน เสมือนชีวิตของคุณเรณูได้ผลิบานไปพร้อมกันด้วย มันหมายถึงการมีเงินมาเลี้ยงครอบครัว เลี้ยงพ่อแม่ เลี้ยงลูกสองคน และคนงานอีกสิบชีวิต
สวนมะลิเป็นเสมือนตัวแทนของความฝันที่ลงมือทำแล้วเกิดเป็นภาพจริงตรงหน้า คุณเรณูบอกว่าตอนแรกฝันอยากทำโน่นทำนี่ รวมทั้งสวนมะลิด้วย แต่สำหรับสวนมะลิเมื่อลงมือทำแล้วมันเหมาะกับคุณเรณูด้วย เหมาะที่จะเป็นอาชีพของเธอ เป็นสิ่งที่ทำแล้วไม่เหนื่อย ไม่ท้อ วันไหนมะลิราคาถูกก็สู้ สู้ไปเรื่อยๆ เพราะเชื่อว่าสักวันจะสำเร็จ และวันนี้ สวนมะลิก็เป็นความสำเร็จดั่งตั้งใจของคุณเรณู
นางเรณู สุขเนตร เจ้าของสวนมะลิที่หมั่นศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง และผู้มีประสบการณ์จนวันนี้สวนมะลิของเธอ คือความสุข ความภูมิใจ ที่ทำให้เธอสามารถเลี้ยงดูพ่อแม่ ครอบครัว รวมทั้งคนงานได้ เธอไม่เพียงแค่ลงมือปลูก แต่เธอขายเองด้วย เพราะอยากได้ราคาตลาด ไม่ใช่ราคาที่พ่อค้าคนกลางตั้งให้
การให้ปุ๋ยหรือป้องกันแมลงนั้นจำเป็นสำหรับการปลูกมะลิ ทางสวนมะลิของคุณเรณูถึงแม้จะใช้ทั้งสารชีวภาพ และสารเคมีในการบำรุงพืชและป้องกันแมลง ก็ยังเลือกใช้สารเคมี หรือ ไนเตรทในอัตราต่ำ เพื่อไม่ให้อันตรายต่อผู้บริโภค และยังไปช่วยล้างดอกด้วยสารชีวภาพในช่วงเก็บดอกอีกครั้งด้วย
การใส่ปุ๋ยและการป้องกันแมลงมีหลายอย่าง ที่สวนคุณเรณูใช้ทั้งสารเคมี และใช้ทั้งสารชีวภาพ มีสะเดาหมัก น้ำส้มควันไม้ที่ใช้เอามาฉีดเพื่อไล่แมลง ช่วงไหนราคาดี ก็ใช้สารเคมี ช่วงไหนราคาถูก ก็ใช้ชีวภาพ จะได้ตัดการลงทุน ถ้าการผลิตมันต่ำเราก็สามารถขายราคาต่ำได้
ตอนที่ปลูกมะลิ ต้องให้ปุ๋ยชีวภาพลงไปในหลุมครั้งแรกก่อน หลังจากนั้นก็รอมันเจริญเติบโต ประมาณสองเดือนก็จะให้ปุ๋ยชีวภาพอีกครั้ง แต่ในปริมาณไม่เยอะมาก ให้ประมาณหนึ่งช้อนโต๊ะก็เพียงพอ
พอเริ่มโต ก็ใส่ปุ๋ยเดือนละ 2-3 ครั้ง ทั้งปุ๋ยชีวภาพ และปุ๋ยเคมีสลับกันไป
ช่วงที่ตัดยอดเก็บเกี่ยวแล้ว ก็ต้องใส่ปุ๋ย หลังจากตัดแต่งกิ่งมะลิ หลังจากที่โตขึ้นแล้วประมาณปีครึ่ง พอโตมากขึ้นมันจะไม่ค่อยมีดอก จะต้องคอยตัดแต่ง หลังจากนั้นประมาณซักครึ่งเดือน มะลิก็จะเริ่มแตก พอเริ่มแตกยอดอ่อน ถึงจะใส่ปุ๋ยลงไปอาจจะใส่ชีวภาพ ปอนด์ 25 -7- 7 ลงไปแบบเคล้ากันไป เป็นการเร่งให้มันแตก 25-7- 7 เป็นสูตรเร่งต้น ทำให้มะลิออกดอกมาเยอะเพราะมันจะเร่งแป๊บเดียวพอ หลังจากนั้นแล้วหนึ่งเดือน ถ้าหน้าร้อนจะอยู่ที่หนึ่งเดือน ถ้าหน้าหนาวจะอยู่ที่ 60 วันถึงจะมีดอกมันจะแตกต่างกัน ถ้าหน้าร้อน จะ 25 วัน 30 วันก็จะออกดอกเก็บแล้ว หลังจากที่ตัดแต่งกิ่งไปแล้วหลังจาก 25 วันก็จะเริ่มเก็บได้เลย มะลิจะชอบอากาศร้อนแรงอากาศแล้งจะออกดอกเยอะ ไม่ชอบอากาศหนาว หรืออากาศฝนตก ช่วงนั้นจะไม่ค่อยเจริญเติบโต จะไม่ค่อยออกดอก ส่วนมากพืชชนิดนี้ชอบที่มีอากาศร้อน
ส่วนเรื่องการฉีดยาฆ่าแมลงจะฉีดเคมี สูตรไนเตรท 95- 33 -35 ในช่วงก่อนฉีดวันเว้นวัน แต่ในปัจจุบัน รอบด้านสวนมะลิเป็นนา ชาวนาเขาฉีดยา แมลงจึงบินจากที่นามาสวนมะลิ เขาจึงจำเป็นต้องฉีดทุกวัน ค่าใช้จ่ายในการฉีดยา คืนหนึ่งฉีดประมาณ 10 ไร่ ประมาณ 4,000 บาท และค่าจ้างแรงงานอีกประมาณ 5,000 รวมเป็น 9,000 บาท ต่อคืน ต่อ 10 ไร่