โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ลงทุนแนวเทคนิคอล - ซื้อหุ้นเมื่อเบรคไฮ ความเชื่อที่ใช้(ไม่)ได้จริง ?

Stock2morrow

อัพเดต 30 พ.ย. 2560 เวลา 10.11 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2560 เวลา 10.46 น. • Stock2morrow
ลงทุนแนวเทคนิคอล - ซื้อหุ้นเมื่อเบรคไฮ ความเชื่อที่ใช้(ไม่)ได้จริง ?

ซื้อหุ้นเมื่อเบรคไฮ ความเชื่อที่ใช้(ไม่)ได้จริง ?

 

 

          ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Trade Setup หรือระบบในการเข้าซื้อหุ้นของเหล่านักเทคนิคอลกราฟส่วนใหญ่ มักเข้าซื้อหุ้นเมื่อราคาทะลุแนวต้านที่ไฮเดิม (Breakout) หลายคนอาจใช้ความรู้เรื่องโวลุ่มที่เพิ่มสูงขึ้น มาประกอบการพิจารณาเพื่อช่วยยืนยันว่าราคาที่วิ่งขึ้นปะทะไฮเดิมนั้น มีโอกาสเบรคขึ้นจริงหรือไม่

 

ประเด็นที่น่าสนใจคือ…

 

จริงหรือไม่? ทุกครั้งที่เราเข้าซื้อหุ้นด้วยสัญญาณเบรคเอ้าท์ (Break out) นั่นคือการเทรดด้วยวิธี “แบบวัดดวง” เนื่องจากเราแทบไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าการซื้อหุ้นจากการเบรคในครั้งนั้น จะเป็นการเบรคจริงหรือเบรคหลอก ถ้าเป็นการเบรคจริงก็โชคดีไป

 

… แต่ถ้าเป็นการเบรคหลอก ก็ต้องมาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ด้วยวิธีแนวคิดแบบเดิมๆถ่ายทอดบอกต่อกันมาว่านั่นคือวิธีที่แก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือ การคัทลอส (Cut loss)

 

Cut loss คือสิ่งจำเป็นที่เราปฏิเสธไม่ได้เมื่อเทรดผิดทาง แต่ Cut loss อย่างไรให้มีเหตุและผลรองรับคือสิ่งที่สำคัญกว่า “เคยไหมครับ Cut loss ทีไรหุ้นวิ่งขึ้นสวนกลับทุกครั้งเลย”

 

 

เพราะทำไม ?

 

เพราะเราไปยึดติดกับการ Cut loss โดยใช้ความรู้สึกส่วนตัวที่ยอมรับการขาดทุนได้ในแต่ละครั้งเป็นที่ตั้ง มากกว่าการ Cut loss จากเหตุและผลของทรงกราฟเทคนิค

 

ตัวอย่างเช่น เราซื้อหุ้นและจะ Cut loss เมื่อราคาปรับตัวลงมากกว่า 3% แต่หารู้ไม่…การย่อตัวลงของราคาในช่วงนั้นอาจจะเป็นการปรับตัวของสถานะคลื่นปรับก็ได้ (Correction Wave) เมื่อปรับตัวจบก็จะวิ่งขึ้นสู่ Impulse Wave ทันทีนั่นเอง

 

ดังนั้นการCut loss จำเป็นต้องใช้ข้อมูลเชิงปริมาณในการตัดสินใจ จากเหตุและผลของทรงกราฟเทคนิค มากกว่าการ Cut loss โดยใช้ข้อมูลเชิงคุณภาพ จากความรู้สึกส่วนตัวที่ยอมรับการขาดทุนได้

 

 

          ย้อนกลับมาประเด็นหัวข้อเดิมกันอีกครั้ง การซื้อหุ้นด้วยวิธีแบบ Break out นั้นไม่ได้เป็นสิ่งการันตีเสมอไปว่าราคาเบรคแล้วจะวิ่งขึ้นได้จริง บางครั้งมีความเชื่อแบบผิดๆถ่ายทอดและสอนต่อๆกันว่าราคาจะเบรคแนวต้านได้หรือไม่นั้น จำเป็นต้องรอให้ตลาดเฉลยเสียก่อน หากซื้อเมื่อเบรคแนวต้านแล้วผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามคาด ก็ Cut loss ซะ! แล้วมาเริ่มต้นกันใหม่…

 

แท้จริงแล้วเราสามารถวิเคราะห์และคาดกาณ์ล่วงหน้าได้ก่อนที่ตลาดจะเฉลย ว่าราคาที่วิ่งขึ้นปะทะแนวต้านนั้นจะเบรคผ่านหรือไม่

 

คอนเซ็ปต์ในการวิเคราะห์คือ พิจารณาชุดคลื่นใหญ่ที่กำลังโดยสังเกตคลื่นย่อยที่กำลังปะทะแนวต้านนั้นว่าเคลื่อนที่ครบสถานะคลื่น Impulse Wave แล้วหรือยัง

 

หากยังเคลื่อนที่ไม่ครบ …ก็มีโอกาสสูงที่ราคาจะวิ่งขึ้นทะลุเบรคแนวต้านนั้นได้

 

 

ยกตัวอย่างเช่น

 

แนวต้าน High เดิม ราคา 10 บาท ราคาปัจจุบัน 9 บาท และกำลังวิ่งขึ้นด้วยสถานะ Impulse Wave คลื่นที่ 3 ดังนั้นเราสามารถวิเคราะห์ได้ทันทีเลยว่า หากราคาวิ่งขึ้นปะทะแนวต้านที่ High เดิม จะเบรคผ่านอย่างแน่นอน เนื่องจากสถานะคลื่นที่วิ่งขึ้นนั้นยังเคลื่อนที่ไม่ครบวัฏจักรคลื่นนั่นเอง (ดูตัวอย่างจาก VDO บันทึกเทรดสด)

 

แต่ถ้าราคาปัจจุบันวิ่งขึ้นด้วยสถานะ Impulse Wave คลื่นที่ 5 คลื่นย่อยภายในคือคลื่น iii คุณคิดว่าราคาจะสามารถเบรคผ่านแนวต้าน High เดิมที่ราคา 10 บาท ได้หรือไม่ ?

 

คำตอบ สามารถเบรคผ่านได้ แต่การเบรคในครั้งนี้ สุ่มเสี่ยงมากที่จะการเป็นเบรคหลอก(Fault Break) เนื่องจากชุดคลื่นที่วิ่งขึ้น เคลื่อนที่ด้วยสถานะปลายคลื่น(คลื่น 5) แต่คลื่นย่อยภายในยังเคลื่อนที่ไม่ครบวัฏจักร(คลื่น iii)  จึงส่งผลให้ราคาสามารถเคลื่อนที่ขึ้นได้อีกเล็กน้อย เพื่อวิ่งขึ้นให้จบครบสถานะปลายคลื่นของวัฎจักรนั่นเอง

 

สรุป …ราคาจะเบรคผ่านแนวต้านได้หรือไม่นั้น

 

เราจำเป็นต้องรู้สถานะคลื่นเอลเลียตของชุดคลื่นที่กำลังวิ่งขึ้น ว่าอยู่ในสถานะคลื่นใด มี Upside มากน้อยแค่ไหนเป็นต้น

 

 

Fault Break เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

 จากการศึกษาของผมพบว่า สาเหตุหลักของการเกิดเบรคหลอก หรือ Fault Break นั้น มักเกิดจาก 2 ปัจจัยดังต่อไปนี้

 

1. ราคาเคลื่อนที่เบรคแนวต้านด้วยสถานะปลายคลื่น Impulse Wave

2. ราคาเคลื่อนที่เบรคแนวต้านด้วยสถานะคลื่น Correction Wave โดยชุดคลื่นที่เบรคไฮเดิมนั้น คือคลื่นย่อยของ Correction

 

เช่น รูปแบบ Irregular Flat ที่ราคามีการเบรคไฮ(High) ด้วยสถานะคลื่น b และหลังจากนั้นก็เคลื่อนที่ลงหลุด Low ก่อนหน้าด้วยสถานะคลื่น c เพื่อปรับตัวให้จบสถานะคลื่นCorrection Wave ในรูปแบบ Irregular Flat แล้วหลังจากนั้นก็เคลื่อนที่เข้าสู่วัฏจักร Impulse Wave ถัดไป

 

นี่คือเหตุผล ว่าเพราะทำไมเวลาเราซื้อหุ้นเมื่อเบรค High จึงทำให้เราติดดอย ในขณะเดียวกันขายหุ้นเมื่อราคาหลุด Low หุ้นกลับวิ่งขึ้นซะอย่างนั้น!

 

แท้จริงแล้วเราไม่ได้ซื้อหุ้น ณ สถานะคลื่น Impulse Wave แต่เป็นการซื้อหุ้นในสถานะคลื่นปรับ หรือ Correction Wave นั่นเอง

 

ดังนั้น… อย่าหลับหูหลับตาซื้อหุ้นถ้าไม่ทราบสถานะคลื่นที่แท้จริง และจงระลึกเสมอว่า เบรค High ได้เมื่อไหร่ ดอยลูกใหม่เกิดขึ้นทันที

 

แล้วจะทราบได้อย่างไรว่าราคาที่วิ่งขึ้นเบรคไฮเดิม จะเป็นสถานะ Impulse Wave หรือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Correction Wave ?

 

 

บทความหน้าผมจะมาเฉลยและแชร์เทคนิควิธีวิเคราะห์อย่างละเอียด ว่าชุดคลื่นที่วิ่งขึ้นทำ New High จะเป็นสถานะ Impulse Wave ที่ส่งผลให้เกิดการเบรคจริง หรือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Correction Wave ที่ส่งผลให้เกิดการเบรคหลอก … ติดตามบทความถัดไปนะครับ

 

VDO บันทึกการเทรดสดชุดที่ 109  จะสอนวิธีวิเคราะห์และข้อสังเกตต่างๆ ว่าราคาที่วิ่งขึ้นปะทะแนวต้านนั้นจะเบรคผ่านหรือไม่ มีเทคนิคพิจารณาอย่างไร รวมทั้งอธิบายและสรุปข้อผิดพลาดต่างๆจากการเทรดในครั้งนี้ด้วย

 

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

สอน Elliott Wave เชิงลึก ฟรี!

งานสัมมนา “ เลิกมึน เลิกมั่ว เลิกมโน … Elliott Waveสักที! ” วันที่ 16 ธ.ค. 60

ทบทวนทฤษฎี Elliott Waveเชิงลึก + Workshop สอนนับคลื่นหุ้น 7 ชั่วโมงเต็ม !

ผมไปสอนให้ฟรี…  กับเทคนิคดีๆที่ไม่เคยมีใครสอนคุณ

(มีค่าใช้จ่ายเฉพาะเอกสารและอาหาร) รายละเอียดคลิ๊ก

http://www.mano-wave.com/2017/11/elliott-wave-2.html

ชินโชติ ไชยยะ

นักวิเคราะห์ทฤษฎี Elliott Wave คนแรกของเมืองไทย (CEWA-M) ที่ได้รับการรับรองความรู้ในระดับสากล จากสถาบัน Elliott Wave International (EWI) ประเทศสหรัฐอเมริกา (Certified Elliott Wave Analyst - Master Designation) 

เจ้าของเว็บบล๊อค : "มโน-เวฟดอทคอท"  www.mano-wave.com 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...