โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไฟเขียว คุ้มครองพยาน "คดีความมั่นคง-ก่อการร้าย-ค้ามนุษย์"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ธ.ค. 2563 เวลา 10.08 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2563 เวลา 10.15 น.

ครม.ไฟเขียว ปรับปรุง พ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญาเป็นกรณีพิเศษ ทั้งคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือ คดีความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ 

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)คุ้มครองพยานในคดีอาญา สาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ.2546 เกี่ยวกับบทบัญญัติทั่วไปและมาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยาน หน้าที่และอำนาจของสำนักงานคุ้มครองพยาน และอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการคุ้มครองความปลอดภัยของพยาน รวมไปถึงหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่พยาน เพื่อให้พยานเกิดความเชื่อมั่นได้รับการคุ้มครอง และได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ได้กำหนดให้พยานในคดีต่อไปนี้จะได้รับการคุ้มครองตามมาตรการพิเศษ ได้แก่ คดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือ คดีความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย คดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี

สำหรับมาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยานที่สำนักงานคุ้มครองพยานสามารถดำเนินการได้อย่างใดอย่างหนึ่งมี ดังนี้ ย้ายที่อยู่หรือจัดหาที่พักอันเหมาะสม จ่ายค่าเลี้ยงชีพที่เหมาะสมแก่พยาน สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยาน ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการเปลี่ยน ชื่อตัว ชื่อสกุล และหลักฐานทางทะเบียนที่สามารถระบุตัวพยาน รวมทั้งการดำเนินการเพื่อกลับคืนสู่ฐานะเดิมตามคำขอของพยาน

ดำเนินการเพื่อให้มีอาชีพ ให้มีการศึกษาอบรม หรือดำเนินการใดเพื่อให้พยานสามารถดำรงชีพอยู่ได้ตามที่เหมาะสมช่วยเหลือในการเรียกร้องสิทธิที่พยานพึงได้รับ ดำเนินการให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยในระยะเวลาที่จำเป็น และดำเนินการอื่นใดให้พยานได้รับความช่วยเหลือหรือได้รับความคุ้มครองตามที่เห็นสมควร

นอกจากนี้ยังให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจตรวจค้นตัวบุคคลหรือยานพาหนะที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะก่อภัยอันตรายหรือคุกคามพยาน สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยาน ในกรณีที่เป็นความผิดทางอาญาให้มีอำนาจจับกุมและแจ้งพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจท้องที่เพื่อดำเนินการต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...