โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กพช.เห็นชอบโรงไฟฟ้าชุมชนเริ่มเปิด ม.ค.64

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 02 ต.ค. 2563 เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2563 เวลา 08.25 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 16 พ.ย. - กพช.เห็นชอบส่งเสริมเปิดรับซื้อ​โรงไฟฟ้าชุมชน​ นำร่อง 150 เมกะวัตต์​ เปิดยื่น ม.ค.64 หลังจากนั้นประเมินผล 1 ปีครึ่งก่อนเปิดรับซื้ออีกรอบ พร้อมเห็นชอบกองทุนอนุรักษ์​ฯ ปี 64 วงเงิน 6,500ล้านบาท​ เน้นสร้างงานสร้างรายได้

นายสุพัฒนพงษ์  พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน​ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติหรือ​ กพช. ซึ่่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในวันนี้ได้เห็นชอบแนวทางการส่งเสริมโรงไฟฟ้าชุมชนโครงการนำร่องโดยใช้ชีวมวลและก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงาน ผสมน้ำเสีย/ของเสีย ≤ 25 %) มีเป้าหมาย 150 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นชีวมวล 75 เมกะวัตต์ ปริมาณไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 6 เมกะวัตต์ต่อโครงการ และก๊าซชีวภาพ 75 เมกะวัตต์ ปริมาณไม่เกิน 3 เมกะวัตต์ต่อโครงการ กำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (SCOD) ภายใน 36 เดือน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาฯ ให้เปิดรับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) แบบแข่งขันทางด้านราคาเฉพาะค่าไฟฟ้า AP (Availability Payment) หรือ ค่าความพร้อมจ่ายเท่านั้น​ ส่วนค่าเชื้อเพลิงไม่แข่งขันแต่อย่างใด​

สำหรับการแบ่งปันผลประโยชน์ อาทิ การให้หุ้นบุริมสิทธิร้อยละ 10 ให้กับวิสาหกิจชุมชน หรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน (ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลถูกต้องตามกฎหมาย) ซึ่งเป็นผู้ปลูกพืชพลังงานให้แก่โรงไฟฟ้า การให้ผลประโยชน์อื่น ๆ ให้โรงไฟฟ้าและชุมชนทำความตกลงกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม เช่น ด้านการสาธารณสุข ด้านสาธารณูปโภค ด้านการศึกษา เป็นต้น

ทั้งนี้​ คาดว่าจะเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอเดือน​มกราคม 2564 และคัดเลือกเสร็จเดือนเมษายน 2564หลังจากนั้นจะดูผลการดำเนินการเพื่อประเมินผลและปรับปรุงหลักเกณฑ์​เพื่​อเปิดรับซื้อรอบใหม่ในอีก 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง​ โครงการนี้เน้นให้เกษตรกรได้ประโยชน์ จึงกำหนดต้องรับซื้อพืชเชื้อเพลิงจากเกษตรกรไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ​ซึ่งประเมินว่ากำลังผลิตไฟฟ้า 1 เมกะวัตต์​ จะใช้พื้นที่ปลูกพืชถึง​ 1,000 ไร่

นอกจากนี้​ กพช.เห็นชอบแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานปีงบประมาณ 2564 วงเงิน 6,500 ล้านบาท ตามมติคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2563 และให้คณะกรรมการกองทุนฯ มีอำนาจปรับปรุงแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญฯ และการจัดสรรเงินตามกลุ่มงานต่าง ๆ ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยแผนอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน กรอบวงเงิน 6,305 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.กลุ่มงานตามกฎหมาย  200 ล้านบาท 2. กลุ่มงานสนับสนุนนโยบายอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน 500 ล้านบาท 3. กลุ่มงานศึกษา ค้นคว้าวิจัย นวัตกรรม และสาธิตต้นแบบ 355 ล้านบาท 4. กลุ่มงานสื่อสาร และข้อมูล ข่าวสาร 200 ล้านบาท 5. กลุ่มงานพัฒนาบุคลากร 450 ล้านบาท 6. กลุ่มงานส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมขนาดเล็ก (SMEs) อาคาร บ้านอยู่อาศัย ภาคขนส่ง ธุรกิจฟาร์มเกษตรสมัยใหม่ และพื้นที่พิเศษ 2,200 ล้านบาท 7. กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก 2,400 ล้านบาท และแผนบริหารจัดการสำนักงานกองทุนฯ (ส.กทอ.) 195 ล้านบาท

สำหรับกลุ่มงานที่ 7 นั้นเน้นสร้างงานสร้างงานสร้างรายได้แก่ประชาชนใน 76 จังหวัด จึงจัดสรรงบจังหวัดละ 25 ล้านบาทให้เสนอโครงการฯ ผ่านคณะกรรมการบูรณาการที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน​  ส่วนกลุ่มงานอื่น ๆ เสนอมาที่สำนักงานกองทุนฯ เช่นเดิม โดยจะเร่งเปิดพิจารณาโครงการ​โดยเร็วตั้งแต่​เดือนมกราคมและงบฯ จะพิจารณา​เสร็จ​สิ้นประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน 2564 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้น​เศรษฐกิจ.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...