โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รุมเปิดธุรกิจศูนย์ดูแลสูงวัย ดันกฎกระทรวงคุมมาตรฐาน

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 17 มี.ค. 2562 เวลา 15.08 น.
แฟ้มภาพ

นักธุรกิจหลายวงการแห่เปิดธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ รับเทรนด์สังคมสูงวัยตั้งบริษัทเฉียด 100 ราย “วิชัย พูลวรลักษณ์” อสังหาฯชื่อดังร่วมวง สธ.ดันร่างกฎกระทรวงส่งเสริมมาตรฐาน”สถานที่-บุคลากร” เข้า ครม. ผู้ประกอบการต้องยื่นขอใบอนุญาต ส่วนรายที่เปิดให้บริการก่อนกฎกระทรวงบังคับได้สิทธิผ่อนผัน 5 ปี

แห่เปิดบริษัทดูแลสูงวัย

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า จากการตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีการยื่นขอจดทะเบียนบริษัทเพื่อประกอบธุรกิจดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากช่วงก่อนหน้าจะมีการยื่นขอจดทะเบียนประมาณปีละ 10-20 ราย โดยในปี 2560-2561 มีบุคคลสนใจจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจดูแลผู้สูงอายุเกือบ 100 รายต่อปี และสำหรับในปี 2562 เพียงช่วง 2 เดือนแรกก็มีผู้ยื่นจดทะเบียนเกือบ 20 ราย ถือว่าเป็นธุรกิจที่กำลังได้รับความสนใจมาก โดยมีทั้งกลุ่มนายแพทย์ พยาบาล นักธุรกิจ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่เข้ามาจัดตั้งบริษัทเพื่อเปิดให้บริการธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ

อย่างล่าสุดเดือนมีนาคม 2562 บริษัท ไทย ฮ่องกง อินเตอร์เนชั่นแนล บิซิเนส จำกัด ซึ่งมี นายฉาง เจียง เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ได้จัดตั้งบริษัทเพื่อเปิดดำเนินธุรกิจบ้านพักดูแลผู้สูงอายุ ที่เกาะสมุย, บริษัท แสนสุข เวเนส พรอพเพอร์ตี้ จำกัด ของกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไอริสกรุ๊ป ของนายกิตติพงษ์ สุมานนท์ เพื่อดำเนินกิจการสถานที่ฟื้นฟูสุขภาพแก่บุคคลทั่วไปและผู้สูงวัย

รวมทั้ง นายวิชัย พูลวรลักษณ์ ประธาน บริษัท วรลักษณ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ดีเวลอปเปอร์รายใหญ่ก็ได้จดทะเบียนบริษัท ดับเบิ้ลยู-ชิรายูริ จำกัด เมื่อ 23 มกราคม 2562 เพื่อให้บริการดูแลรักษาในสถานที่มีที่พักและคนดูแลประจำสำหรับผู้สูงอายุ

ทุกวงการโดดร่วมวง

นอกจากนี้ ยังมีนักธุรกิจจากหลากหลายวงการที่สนใจ อาทิ บริษัท เฮลท์แคร์ รีสอร์ท แอนด์ ฮอสพิทอล จำกัด ซึ่งเป็นของนายสาทร วณิชเสถียร ประธานกรรมการ บริษัท ทรานส์ เอเชีย โลจิสติกส์ จำกัด ระบุว่าให้บริการสถานที่พักฟื้นและที่พักอาศัยกับผู้สูงวัยและบุคคลทั่วไป บริษัท เทคแคร์เนอร์สซิ่งโฮม จำกัด กรรมการผู้มีอำนาจ คือ นางสาวสุภาพร วิจิตขะจี ซึ่งเป็นผู้บริหารของบริษัท ไทยมังกรพลาสติก อุตสาหกรรม จำกัด, บริษัท สยาม ออร์คิด เรียล เอสเตท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อ ก.ค. 2560 โดยมี ม.ล.ณัฐดิศ ดิศกุล เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 75% เปิดธุรกิจที่พักดูแลผู้สูงอายุที่พัทยาใต้ อำเภอบางละมุง

ขณะที่นายวรยุทธ กิจกูล เจ้าของบริษัท สยามนิชชิน นักธุรกิจมนุษย์ล้อ ได้จัดตั้งบริษัท ทเวนตี้ วัน เฮลท์ตี้ แอนด์ แคร์ จำกัด ให้บริการสถานดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักฟื้น พร้อมทั้งจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ อุปกรณ์ในการดูแลผู้สูงอายุ

รับมือกฎกระทรวงคุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม บางรายที่เพิ่งมีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท แต่ก็เป็นผู้ดำเนินธุรกิจมาอยู่ก่อนแล้ว อาทิ “โกลเด้นแคร์เนอร์สซิ่งโฮม” ซึ่งถือเป็นผู้ประกอบธุรกิจดูแลผู้สูงอายุรายแรก ๆ ก็พบว่ามีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท โกลเด้นแคร์ เนอร์สซิ่งโฮม จำกัด เมื่อช่วงเดือนมกราคม 2561 ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะขณะนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างดำเนินการผลักดัน

“ร่างกฎกระทรวงกำหนดกิจการอื่นในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. ….” เพื่อกำกับดูแลกิจการดูแลผู้สูงอายุ จึงทำให้ภาคธุรกิจก็มีการตื่นตัวเพื่อเตรียมรองรับกฎกระทรวงที่จะออกมาบังคับใช้

นายแพทย์ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผู้อำนวยการกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ล่าสุดกรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้ดำเนินการปรับแก้ ร่างกฎกระทรวงกำหนดกิจการอื่นในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. …. ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว โดยได้เพิ่มบทเฉพาะกาลให้เวลาผู้ประกอบการรายเก่าปรับตัว 5 ปี หลังจากที่กฎกระทรวงฉบับนี้มีผลบังคับใช้

หลังจากนี้ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขจะนำร่างกฎกระทรวงเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ซึ่งคาดหวังจะให้ทันในรัฐบาลชุดนี้ เพื่อที่จะให้มีผลบังคับใช้อย่างรวดเร็ว เพราะเป็นการควบคุมสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุ ให้มีมาตรฐานทั้งสถานที่และบุคลากร ซึ่งหาก ครม.เห็นชอบก็จะมีผลบังคับใช้ 180 วัน หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา

อุ้มรายเก่าปรับตัว 5 ปี

นายแพทย์ภัทรพลกล่าวต่อว่า กรณีที่มีผู้ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเพื่อทำธุรกิจดูแลผู้สูงวัยจำนวนมาก นอกจากที่ผู้ประกอบการเห็นโอกาสทางธุรกิจ อีกด้านหนึ่งก็อาจต้องการหลบกฎกระทรวงที่กำลังจะคลอดออกมา เพราะถ้าผู้ประกอบการที่เกิดขึ้นหลังร่างกฎกระทรวงประกาศบังคับใช้ก็จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ ทันที แต่ในกรณีผู้ประกอบการรายเดิมจะได้รับสิทธิ์ในการปรับตัวเป็นเวลา 5 ปี

โดยหลังกฎกระทรวงประกาศบังคับใช้ ผู้ประกอบการที่เปิดให้บริการอยู่เดิมต้องมาจดแจ้งขึ้นทะเบียนเพื่อจะได้สิทธิผ่อนผัน 5 ปี ส่วนผู้ประกอบการรายใหม่ก็จะต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทดูแลผู้สูงอายุ โดยจะมีค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแบ่งตามขนาดพื้นที่ อาทิ พื้นที่ไม่เกิน 100 ตารางเมตร ใบอนุญาต 1,000 บาท, 100-200 ตารางเมตร ค่าใบอนุญาต 3,000 บาท, 300-400 ตารางเมตร ใบอนุญาต 6,000 บาท และเกิน 400 ตารางเมตร ใบอนุญาต 10,000 บาท ส่วนกรณีให้บริการดูแลผู้สูงอายุระหว่างวันไม่มีที่พักอาศัย ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตก็จะลดลงครึ่งหนึ่ง รวมถึงในส่วนของผู้ดำเนินการหรือผู้จัดการสถานบริการก็จะต้องสอบเพื่อรับใบอนุญาต หรือผ่านหลักสูตรตามที่กำหนด รวมทั้งในส่วนบุคลากรผู้ให้บริการก็ต้องผ่านหลักสูตรบริบาล

พร้อมกันนี้ ร่างกฎกระทรวงได้มีการกำหนดมาตรฐานด้านสถานที่ ทั้งในด้านความสะอาด, ระบบการกำจัดขยะมูลฝอย, รวมทั้งการกำหนดสเป็กห้องน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับผู้สูงอายุ รวมถึงประตู และพื้นที่ทางเดินให้บริการช่องทางเดินไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร เพื่อให้รถเข็นผ่านได้ เป็นต้น มาตรฐานความปลอดภัย อาทิ ต้องมีอุปกรณ์ช่วยชีวิต อาทิ ถุงลมช่วยหายใจ, อุปกรณ์เปิดทางเดินหายใจ รวมทั้งเครื่องกระตุกหัวใจอย่างน้อย 1 เครื่อง และมาตรฐานการให้บริการ อาทิ การจัดทำทะเบียนประวัติผู้รับบริการ การบันทึกติดตามการเปลี่ยนแปลงทางสุขภาวะของผู้รับบริการ เป็นต้น

ด้านนายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า หลักการของกฎกระทรวงฉบับนี้ ก็คือ เนื่องจากปัจจุบันกิจการการดูแลผู้สูงอายุ และผู้มีภาวะพึ่งพิง มีเป็นจำนวนมาก จากการสำรวจก่อนหน้านี้คาดว่าทั่วประเทศมีมากกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายกำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐาน ส่งผลให้การบริการและการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ไม่ได้คุณภาพ จึงกำหนดให้กิจการการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงเป็นสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 โดยมองว่าข้อกำหนดต่าง ๆ จะเป็นการช่วยส่งเสริมให้เกิดการลงทุนธุรกิจการดูแลผู้สูงวัยที่ได้มาตรฐานมากขึ้น เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...