แม่ ไม่เชื่อ ‘กอล์ฟ-ทักษ์ดนัย’ ยิงปืนสู้ตำรวจ ‘ลูกชาย’ เป็นคนดี รักครอบครัว
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 มีนาคม 2562 ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาล ตำรวจ มารดา และแฟนสาวของนายทักษ์ดนัย หรือ กอล์ฟ เหนี่ยวรั้งใจ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลตลิ่งชัน ที่ จ.79/2562 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 ข้อหา “ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีและใช้อาวุธ ขู่เข็ญเพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือ เพื่อให้พ้นการจับกุม ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน” ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ เงินสด 7.2 ล้านบาท จากพนักงานรถขนเงิน BRINKS เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา เดินทางมารับศพของนายทักษ์ดนัย ภายหลังถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรม เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่าน ริมพงหญ้ากลางซอยทวีวัฒนา 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร
ด้านนางสุพัตรา เหนี่ยวรั้งใจ อายุ 49 ปี มารดาของนายทักษ์ดนัย กล่าวว่า ตนเองมีลูกชาย 2 คน นายทักษ์ดนัยเป็นคนโต ก่อนเกิดเหตุก็อยู่ด้วยกันกับตนเองตลอดที่บ้าน เพราะแฟนของลูกชายก็พักอาศัยอยู่กับตน ปกติลูกชายเป็นคนนิสัยดี รักครอบครัว ดูแลตนเองมาตลอด แต่วันที่เกิดเหตุตนเองติดต่อลูกชายไม่ได้เพราะนัดลูกชายให้มารับตนเอง แต่ก็ติดต่อไม่ได้เลย แฟนลูกชายก็ติดต่อไม่ได้ เห็นอีกที่ก็ดูข่าวในโทรทัศน์แล้วจึงทราบเรื่อง
ส่วนกรณีที่มีข่าวระบุว่า ลูกชายเป็นผู้ลงมือก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต เมื่อปี พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา ส่วนตัวไม่เชื่อว่าลูกชายจะเป็นคนก่อเหตุ เพราะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา และบ้านที่พักอาศัยอยู่ปัจจุบัน เป็นการนำเงินเก็บพร้อมเงินของบุตรชาย และตนเองมาซื้อ ยืนยันว่าไม่ได้นำเงินจากการกระทำผิดกฎหมายมาซื้อแต่อย่างใด ส่วนลูกชายจะเคยทำงานบริษัทรถขนเงินหรือไม่ตนเองไม่ทราบข้อมูล
“สำหรับเหตุการณ์เจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรมที่เกิดขึ้น ตนเองมองว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ ตำรวจพยายามปกปิดข้อมูล และสร้างสถานการณ์ขึ้นมา เพราะลูกชายตนไม่มีอาวุธปืน และก่อนหน้านี้ก็มีข่าวออกมาว่า พบปืนที่ลูกชายนำไปทิ้งแล้ว และไม่มีทางเป็นไปได้ที่ลูกชายจะต่อสู้ หลังจากนี้ตนจะเดินหน้าขอความเป็นธรรมและหากเป็นไปได้จะขอให้พิสูจน์ศพลูกชายของตนเองอีกครั้ง” นางสุพัตรา กล่าว