โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การ์ตูนที่รัก : The Croods : A New Age / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 21 มี.ค. 2564 เวลา 16.15 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. 2564 เวลา 12.30 น.

 

The Croods : A New Age

 

หนังการ์ตูน The Croods ภาคแรกปี 2013 สนุกมาก ขำกลิ้ง สาระเพียบ

สาระที่ได้มากที่สุดคือเรื่องวัยรุ่นที่เติบใหญ่ ปีกกล้าขาแข็ง แล้วไปจากถ้ำ คือบ้านของมนุษย์ยุคหิน

พอมาถึงภาคต่อ The Croods : A New Age ไม่สนุกเท่า เนื้อหาไม่มาก สาระไม่มาก ออกแนวเฮฮาวินาศสันตะโรเสียมาก

แต่ถ้าชอบดูภาพการ์ตูนสมัยใหม่สวยๆ ก็ใช้ได้เลย งานของดรีมเวิร์กส์ไม่เป็นรองใคร

หนังภาค 2 มีโครงสร้างของหนังที่เห็นได้ง่ายๆ อยู่ 3 เรื่อง

เรื่องที่หนึ่ง ซ้ำรอยภาคแรก เล่าเรื่องวัยรุ่นที่ผ่านพ้นกลายเป็นวัยผู้ใหญ่ตอนต้นที่ต้องการแยกออกไปสร้างครอบครัวใหม่

เรื่องที่สอง เล่าเรื่องความแตกต่างระหว่างรุ่นหรือวัย หากใช้ภาษาปัจจุบันก็คือความแตกต่างระหว่างเจเนอเรชั่น

เรื่องที่สามคือเรื่องความกลัวคนแปลกหน้าหรือคนต่างด้าว ดังที่เรียกว่า xenophobia

ทั้งสามเรื่องมิได้เพียงเกิดในยุคหินอย่างที่เห็นในหนัง แต่กำลังเกิดที่บ้านเราวันนี้ด้วย

มิได้ว่าบ้านเราเป็นยุคหิน และว่าที่จริงเชื่อได้ว่ามนุษย์ยุคหินมิได้มีประเด็นอย่างที่เห็นจริงๆ หรอก พวกเขาอาจจะเป็นแบบที่อี๊ปพูดไว้ตอนหนึ่งว่า “รอดตายอยู่กลางแจ้งได้นานเท่านี้ก็แปลกแล้ว” แค่นั้น ประเด็นที่เราเห็นในหนังเกิดจากผู้สร้างหนังใช้กรอบความคิดของมนุษย์ในศตวรรษที่ 20 ไปครอบตัวละครยุคโบราณ เป็นสิ่งที่เราทำกันเป็นประจำเวลาสร้างหนังพีเรียดหรือหนังย้อนยุค

หรือว่าบ้านเราอยู่ในยุคหิน

 

เรื่องที่ 1 เมื่อเป็นผู้ใหญ่

ตอนนี้ อี๊ป ลูกสาววัยรุ่นร่างบึ้กแบบมนุษย์ถ้ำโตเต็มวัยถึงวัยเจริญพันธุ์เต็มพิกัดแล้ว เธอพบหนุ่มที่ราบลุ่มยุคใหม่ชื่อกายซึ่งออกเดินทางตามหา “อรุณรุ่ง” มาทั้งชีวิตตั้งแต่ต้นเรื่อง (เป็นมุขนำเรื่องที่เข้าท่าทีเดียว พวกเราหลายคนวันนี้ก็กำลังเดินตามหาอรุณรุ่งกันมานานแสนนานแต่ไม่พบสักที)

อี๊ปมนุษย์ถ้ำพบกายมนุษย์ที่ราบลุ่ม สองคนหวานแหววได้ทั้งวันทั้งคืนเป็นที่ขัดหูขัดตาพ่อมนุษย์ถ้ำ กรั๊ก (ให้เสียงโดยนิโคลัส เคจ ยิ่งมันเข้าไปใหญ่) กรั๊กเป็นพวกมนุษย์ถ้ำแท้ๆ มีค่านิยมเรื่องครอบครัวใหญ่ต้องอยู่ด้วยกัน ล่าด้วยกันกินด้วยกันและนอนด้วยกันเป็นก้อนกลมแน่นปึ้ก (เพื่อสะดวกต่อการช่วยกันป้องกันสัตว์ร้ายยามค่ำคืน)

กรั๊กจึงไม่ยินยอมให้สองหนุ่ม-สาวแยกครอบครัวโดยง่าย

ผู้สูงอายุวันนี้หลายคนยังทำตัวเหมือนกรั๊ก นั่นคือก้าวก่ายวัยรุ่นหรือหนุ่ม-สาววัยผู้ใหญ่ตอนต้นไปเรื่อยๆ แม้กระทั่งเมื่อเด็กๆ อายุ 30-40 ปีเป็นผู้ใหญ่จนไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้วพ่อ-แม่บางบ้านก็ไม่ปล่อย

เด็กๆ (ซึ่งอายุ 30-40 ปีวันนี้) กลายมาเป็นผู้ป่วยของผมหลายคนเพราะเหตุนี้

การถูกรัดรึงและขาดเสรีภาพที่จะเป็นตัวของตัวเองในบ้านของตัวเองเป็นสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษชนิดหนึ่ง

เลื่อนจากครอบครัวออกมาที่ระดับบ้านเมือง ผู้สูงอายุรุ่นอะนาล็อกวันนี้ไม่ลุกจากเก้าอี้บริหารจำนวนมาก แล้วให้คนรุ่นใหม่อายุ 20-40 ปีซึ่งเติบโตมากับโลกดิจิตอลกับดิสรัปชั่นได้เข้าไปทำงานแทน นำมาซึ่งความเจ็บป่วยของสังคมเช่นเดียวกัน

 

เรื่องที่ 2 ความต่างรุ่น

วันนี้ปู่-ย่า-ตา-ยายเป็นรุ่น X หลายบ้านยังมีเบบี้บูมเมอร์หลงเหลืออยู่ ซึ่งอายุมากกว่ามากแล้วและอยู่มานานเกินไปจริงๆ หัวใจแข็งแรงกว่าสมองเพราะได้ยาสมัยใหม่ที่ดีกว่าสมัยก่อนมาก แต่สมองเป็นส่วนที่จะเสื่อมลงตามสังขารและไม่มียาอะไรที่อวดว่าช่วยได้จริง

วันนี้พ่อ-แม่หลายบ้านเป็นรุ่น X และอีกหลายบ้านเป็นรุ่น Y คือรุ่นมิลเลนเนียม ผ่านช่วงวัยรุ่นยุคซิมซิตี้ออฟไลน์และไฮไฟว์ พวกเขามีลูกเป็นรุ่น Z ซึ่งมีความคิดอ่านกว้างไกลไปตามเวิลด์ไวด์เว็บที่ขยายตัวและออกไปอยู่บนท้องถนนวันนี้ กับเด็กรุ่นอัลฟ่าที่ออกจากครรภ์มารดามาพบไอแพด ไอจี และไวไฟทั่วโลกตั้งแต่นาทีแรก

ความแตกต่างระหว่างรุ่นหมายถึงความแตกต่างของก้อนสมองและรอยหยักในกะโหลกศีรษะด้วย

พูดเช่นนี้มิได้แปลว่ารุ่นไหนฉลาดกว่ารุ่นไหน เด็กๆ ก็มิได้ฉลาดกว่าผู้ใหญ่ แต่สมองนั้นเติบโตขึ้นมาในบริบทและสภาพแวดล้อมที่ต่างกันมากเกินไปจริงๆ

มนุษย์ถ้ำอย่างกรั๊กและมนุษย์ที่ราบอย่างกายอาจจะใช้เวลาเป็นแสนปีที่จะแยกตัวกันได้ชัดเจน

แต่คนรุ่น Z และอัลฟ่าวันนี้พวกเขาแยกตัวออกจากพ่อ-แม่และปู่-ย่า ตา-ยายรวดเร็วมาก

เราไม่สามารถสมานความแตกต่างนี้ได้เลยถ้าผู้ใหญ่ไม่อ่อนลงและเปิดใจรับฟัง

ถ้าจะสู้กันจนตาย คนอย่างอี๊ปและกายก็พร้อมจะตายจริงๆ พวกเขาไม่เห็นความจำเป็นต้องอดทนนอนกอดกันเป็นก้อนกลมกับกรั๊กอีกแล้ว

 

เรื่องที่ 3 ความต่างด้าว

กรั๊กและครอบครัวเดินทางไปพบครอบครัวเบ็ตเตอร์แมน (Betterman) ให้ออกเสียงเน้นที่คำว่าเบ็ตเตอร์ ชื่อก็บอกแล้วว่าดีกว่า

พ่อของพวกเบ็ตเตอร์แมนชื่อฟิล เขารังสรรค์ที่ราบลุ่มแห่งหนึ่งเป็นสรวงสวรรค์ สีสันสดใส ของกินมากมาย ชีวีเป็นสุข มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน (เรื่องของเบ็ตเตอร์แมนนี้ชวนให้ระลึกถึงมนุษย์หินฟลิ้นต์สโตนอยู่ไม่น้อย แต่งเติมด้วยประดิษฐกรรมใหม่ๆ ที่ครอบครัวฟลิ้นต์สโตนไม่รู้จักคือ “วินโดวส์” ซึ่งมีศักยภาพทำให้ลูกชายของกรั๊กติดงอมแงม)

เบ็ตเตอร์แมนทำเป็นต้อนรับคนต่างด้าวอย่างครอบครัวครู้ด แต่ที่แท้เขาไม่ต้อนรับ ความไม่ชอบและไม่ต้อนรับความต่างด้าวนี้เป็นปฏิกิริยาทั่วไปของคนทุกชาติทุกภาษาเป็นธรรมดา เกิดได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลรองรับ ไม่ชอบคือไม่ชอบ

ถ้าจะมีเหตุผลรองรับก็เป็นเหตุผลที่เราปั้นมันขึ้นมาเองเพื่อยังความสบายใจแก่ตนเองว่าเราเป็นคนมีเหตุผลเท่านั้นเอง

คนไทยแต่ก่อนไม่ชอบเจ๊ก เจ๊กวันนี้ซึ่งมีการศึกษาและเปลี่ยนนามสกุลแล้วไม่ชอบชาวเขา ชาวเขาวันนี้ซึ่งมีการศึกษาและเปลี่ยนนามสกุลแล้วไม่ชอบคนเมือง เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นและวนไปทั้งในพื้นที่ของประเทศเดียวกันและข้ามพื้นที่

ส่วนที่ข้ามพื้นที่เป็นประเด็นสุดท้ายของในหนัง พวกเบ็ตเตอร์แมนสร้างกำแพงสูงไว้รอบสวรรค์เหมือนจะป้องกัน “ไททัน” มิให้บุกเข้ามา พวกเขาเตรียมของสังเวยไททันเอาไว้ด้วยแล้วสร้างพิธีกรรมกับข้อห้าม (taboo) ประจำเผ่าพันธุ์เอาไว้เลย นั่นคือห้ามกินกล้วย

เรื่องเป็นไปตามที่กรั๊กพูดกับฟิลว่า “พวกแกก็สร้างถ้ำขังตัวเองเหมือนพวกเรา”

หนังการ์ตูนจบแฮปปี้แน่ๆ อยู่แล้ว แต่ทั้งสามเรื่องที่การ์ตูนเล่าให้เราฟังเป็นเรื่องวนเวียนที่จบยาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...