โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

22 ปี 11 ตุลาคม 2540 ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2540 กฎหมายสูงสุดฉบับประชาชน

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 11 ต.ค. 2562 เวลา 04.25 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2562 เวลา 04.25 น.

วันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2540 หรือเมื่อ 22 ปีก่อน เป็นวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 16 ของประเทศไทย และเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 ที่ยกร่างขึ้นโดยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่มีการประกาศใช้นั้นอยู่ในสมัยของรัฐบาลที่มี พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี และมีนายวัน มูฮัมหมัด นอร์มะทา เป็นประธานรัฐสภา รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้มีกระบวนการจัดทำที่ให้ประชาชนเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจากแต่ละจังหวัดเข้ามาด้วย และในขณะดำเนินการยกร่างก็ได้ออกไปฟังความคิดเห็นของประชาชนมากกว่าที่เคยมีมาก่อน จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนเลยทีเดียว

ที่มาของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 นี้มาจากการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมืองหลังจากที่ใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2534 ที่มีคนมองว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากคณะทหารที่ยึดอำนาจ แม้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2534 จะเป็นรัฐธรรมนูญที่มีข้อดีที่สำคัญคือการกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตายตัวเอาไว้ ส่วนข้อด้อยทั้งหลายก็ได้มีการแก้ไขไปอย่างมากแล้วใน พ.ศ. 2535 และผู้คนมองกันว่าเมื่อกันทหารออกไปจากการเมืองแล้วให้นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งเข้ามามีอำนาจเต็มที่ นักการเมืองเหล่านั้นก็ไม่ได้ทำให้การเมืองดีขึ้น ในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2538 พรรคชาติไทย ของนายบรรหาร ศิลปอาชา ได้ชูนโยบายปฏิรูปการเมืองที่ต้องทำให้มีการร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่โดยไม่ให้นักการเมืองเป็นผู้ร่าง เมื่อผลการเลือกตั้งครั้งนั้นพรรคชาติไทยชนะ และได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ที่มีนายบรรหาร ศิลปะอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี การปฏิรูปจึงเริ่มขึ้นโดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญขณะนั้นให้สามารถมีสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาและให้รัฐสภามีหน้าที่เพียงรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นเท่านั้น

สภาร่างรัฐธรรมนูญที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 นี้ ประกอบด้วยตัวแทนจังหวัดละ 1 คน รวม 76 คน ร่วมกับตัวแทนนักวิชาการอีก 23 คน รวมเป็น 99 คน เมื่อได้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแล้วสภาร่างรัฐธรรมนูญจึงเลือกนายอุทัย พิมพ์ใจชน เป็นประธานสภาและเลือกนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่าง สภาร่างได้ดำเนินการยกร่างเสร็จเรียบร้อย เสนอต่อรัฐสภาผ่านออกมาใช้แทนรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2534 ในวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2540 โดยมีประชาชนชื่นชมและสนับสนุน

รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ฉบับนี้มิได้เปลี่ยนโครงสร้างของรูปแบบรัฐบาล คือ ยังเป็นระบบรัฐสภา และมี 2 สภาได้แก่ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งเหมือนกัน แต่รัฐธรรมนูญนี้มีเป้าหมายที่จะเอื้อให้เกิดรัฐบาลที่เข้มแข็งและพรรคการเมืองใหญ่ที่เข้มแข็งขึ้นด้วย จึงกำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนฯ ที่ต้องสังกัดพรรคการเมือง ย้ายพรรคการเมืองได้ยากมาก และกำหนดให้มีสมาชิกสภาผู้แทนฯ ประเภทที่มาจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองทั้งหมดถึง 100 คน โดยพรรคใหญ่จะได้เปรียบเพราะกำหนดคะแนนขั้นต่ำของพรรคการเมืองที่จะได้ผู้แทนราษฎรประเภทนี้จากคะแนนรวมของพรรคทั้งประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของผู้มาออกเสียงเลือกตั้ง

สาระสำคัญอีก 2 ประการในรัฐธรรมนูญก็คือ หนึ่งการบัญญัติถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนไว้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาก่อน ทั้งนี้ เพราะต้องการให้ประชาชนมีความเข้มแข็งมากเช่นกันเพื่อจะได้ทันกับความเข้มแข็งของรัฐบาล อีกอย่างก็คือการกำหนดให้มีองค์กรอิสระที่ไม่ขึ้นกับอำนาจนิติบัญญัติ บริหารหรือตุลาการ จนมีบางคณะเรียกว่าเป็น “อำนาจที่ 4” ขึ้นมาตรวจสอบรัฐบาลและองค์กรอำนาจอื่น ๆ ได้ เพราะทราบกันดีว่าในระบบรัฐสภานั้นสภาจะตรวจสอบรัฐบาลได้ไม่มากนัก

องค์กรอิสระที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นต้น ซึ่งการมีองค์กรอิสระเหล่านี้นับว่าได้เป็นของใหม่ในวงการเมืองไทย และดูจะเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนโดยทั่วไป แต่ฝ่ายการเมืองนั้นดูจะไม่ชอบใจนัก กระนั้นก็ยังยอมรับการเปลี่ยนแปลง

หลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้แล้ว มีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกใน พ.ศ. 2544 พรรคไทยรักไทย ที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรค ชนะได้เสียงเป็นอันดับหนึ่งและใกล้เคียงกับจำนวนกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดในสภาผู้แทนฯ จึงได้จัดตั้งรัฐบาลที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ใช้ต่อมารวมแล้วประมาณ 9 ปี จนถึงวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 สมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งที่ 2 คณะทหารก็ได้ยึดอำนาจการปกครอง ยกเลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 นี้

ที่มาข้อมูล สถาบันพระปกเกล้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...