โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฝายชะลอความชุ่มชื้น(Check Dam) ในรูปแบบต่าง ๆ ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

รักบ้านเกิด

อัพเดต 17 ก.ย 2562 เวลา 08.12 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2562 เวลา 08.12 น. • รักบ้านเกิด.คอม

ป่ากับน้ำดูเหมือนจะเป็นของคู่กัน เพราะเมื่อป่าสมบูรณ์น้ำก็จะเกิดขึ้น สร้างความชุ่มชื้นให้แก่พื้นดิน ดังนั้น น้ำกับป่าจึงมีความสัมพันธ์เกื้อกูลกัน และนำมาซึ่งความสมบูรณ์พูนสุขของสรรพสิ่ง
ป่าไม้ คือ ความสดใสเขียวขจีที่ทำให้อากาศเย็นฉ่ำอยู่เสมอ ช่วยดึงกลุ่มเมฆฝนให้มาตกมากกว่า ในพื้นที่ที่ไม่มีป่าไม้ เป็นแนวป้องกันไฟป่าที่สำคัญ เป็นกำแพงป้องกันภัยจากพายุลมแรง รากของต้นไม้ ช่วยกันจับยึดผิว ป้องกันการเซาะพังทลายยามเมื่อฝนตกหนัก นอกจากนี้ ป่าไม้ยังเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งยากจะพบได้ในที่อื่น กล่าวคือ ป่าไม้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด เป็นแหล่งรวมพืชพรรณนับไม่ถ้วน เป็นแหล่งรวมทางพันธุกรรม อีกทั้งเป็นแหล่งกำเนิด อยู่อาศัย และเสื่อมสลายวนเวียน ไปตามวัฏจักรที่เกี่ยวโยงกันทั้งพืชและสัตว์ ทั้งผู้ให้และผู้รับก่อกำเนิดเป็นระบบนิเวศน์อันสลับซับซ้อนแต่คงไว้ซึ่งความสมดุลเกินกว่าที่มนุษย์จะใช้กำลังเงินหรือเทคโลยีชั้นสูงเพียงใดมาสร้างได้ ดังนั้น เมื่อลูกโซ่แห่งความสมดุลของธรรมชาติเหล่านี้ ถูกทำลายห่วงโซ่แห่งความสมดุลนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น การที่จะทำให้ป่าและน้ำสมบูรณ์ สิ่งสำคัญคือ คนจะต้องช่วยกันดูแลรักษาและปกป้องผืนป่า
การดูแลรักษา และฟื้นฟูสภาพป่าไม้เพื่อนำมาซึ่งความสมบูรณ์ ของป่าไม้ ดิน และ น้ำ มีหลากหลายวิธีการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ และสภาพปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น จึงทรงเสนอวิธีการอันเป็นเครื่องมือที่สามารถจะใช้ประโยชน์ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าไม่ให้ได้ผลดี โดยใช้ฝายกั้นน้ำที่เรียกว่า "Ckeck dam? หรือ ที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ฝายชะลอความชุ่มชื้น"

แนวพระราชดำริเกี่ยวกับฝายต้นน้ำ :
ฝายต้นน้ำลำธาร หรือ Check dam คือ สิ่งก่อสร้างขวางหรือกั้นทางน้ำ ซึ่งปกติจะกั้นลำห้วยลำธารขนาดเล็กในบริเวณที่เป็นต้นน้ำ หรือพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง ให้สามารถกักตะกอนอยู่ได้ และหากช่วงที่น้ำไหลแรง ก็สามารถชะลอการไหลของน้ำให้ช้าลง และกักเก็บตะกอนไม่ให้ไหลลงไปทับถมลำน้ำตอนล่าง ซึ่งเป็นวิธีการอนุรักษ์ดินและน้ำได้มากวิธีการหนึ่ง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานคำอธิบายว่า การปลูกป่าทดแทนพื้นที่ป่าไม้ที่ถูกทำลายนั้น
"…จะต้องสร้างฝายเล็กเพื่อหมุนน้ำส่งไปตามเหมืองไปใช้ในพื้นที่ที่เพาะปลูกทั้งสองด้าน ซึ่งจะค่อยๆ แผ่ขยาย ออกไปทำความชุ่มชื้นในบริเวณนั้นด้วย…"
รูปแบบและลักษณะ Check Dam นั้นได้พระราชทานพระราชดำริ สรุปได้ว่า ให้พิจารณาดำเนินการสร้างฝายราคาประหยัด โดยใช้วัสดุราคาถูกและหาง่ายในท้องถิ่น เช่น แบบหินทิ้ง คลุมด้วยตาข่าย ปิดกั้นร่องน้ำกับลำธารขนาดเล็ก เป็นระยะๆ เพื่อใช้เก็บกักน้ำ และตะกอนดินไว้บางส่วน โดยน้ำที่กักเก็บไว้จะซุมเข้าไปในดินทำให้ความชุ่มชื้นแผ่ขยายออกไปทั้งสองข้าง ต่อไปจะสามารถผลุกพันธุ์ไม้ป้องกันไฟ พันธุ์ไม้โตเร็วและพันธุ์ไม้ไม่ทิ้งไบ เพื่อผื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำลำธารให้มีสภาพเขียวชอุ่มขึ้นเป็นลำดับ
การก่อสร้าง Check Dam นั้น ได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติมในรายละเอียด สรุปได้ว่า สำหรับ Check Dam ชนิดป้องกันไม่ให้ทรายไหลลงไปในอ่างใหญ่จะต้องทำให้ดีและลึก เพราะทรายลงมาจะกักเก็บไว้ ถ้าน้ำตื้นทรายจะข้ามไปลงอ่างใหญ่ได้ ถ้าเป็น Check Dam สำหรับรักษาความชุ่มชื้น ไม่จำเป็นต้องขุดลึกเพียงแต่กักน้ำให้ไปในดิน แต่แบบกันทรายนี้จะต้องทำให้ลึกและออกแบบอย่างไรไม่ให้น้ำลงมาแล้วไล่ทรายออกไป การพิจารณา สร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น เพื่อสร้างระบบวงจรน้ำแก่ป่าไม้ให้เกิดประโยชน์ สูงสุดทั้นได้พระราชทานพระราชดำริ สรุปได้ว่า
ให้ดำเนินการสำรวจหาทำเลสร้างฝายต้นน้ำลำธารในระดับสูงใกล้บริเวณยอดเขามากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ ลักษณะของฝายดังกล่าวจำเป็นต้องออกแบบใหม่ เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ ปริมาณน้ำหล่อเลี้ยงและประคับประคองกล้าไม้พันธุ์ที่แข็งแรงและโตเร็วที่ใช้ปลูกแซมในป่าแห้งแห้งอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง โดยการจ่ายน้ำออกไปรอบๆ ตัวฝายจนสามารถตั้งตัวได้
ประเภทของ Check Dam นั้น ทรงแยกออกเป็น 2 ประเภท ดังพระราชดำริ สรุปได้ว่า Check dam มี 2 อย่าง ชนิดหนึ่งสำหรับให้ความชุ่มชื้นรักษาความชุ่มชื้น อีกอย่างสำหรับป้องกันมิให้ทรายลงในอ่างใหญ่ จึงอาจกล่าวได้ว่า Check Dam นั้นประเภทแรก คือ ฝายต้นน้ำลำธารหรือฝายชะลอความชุ่มชื้นส่วนประเภทที่สองนั้นเป็นฝายดักตะกอนนั่นเอง
นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำรัส ซึ่งเป็นแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับฝายต้นน้ำลำธาร (Check Dam) ในพื้นที่ต่างๆ ดังนี้
เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2521 ณ อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ความตอนหนึ่งว่า
"…สำหรับต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ในบริเวณสองข้างลำห้วยจำเป็นต้องรักษาให้ดี เพราะจะช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นไว้ ส่วนตามร่องน้ำบริเวณที่น้ำซับก็ควรสร้างฝายขนาดเล็กกั้นน้ำไว้ในลักษณะฝายชุ่มชื้น แม้จะมีจำนวนน้อยก็ตาม สำหรับ แหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำมาก จึงสร้างฝายเพื่อผันน้ำลงมาใช้ในพื้นที่เพาะปลูก…"
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2527 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ สรุปได้ว่า เป้าหมายหลักของโครงการฯ แห่งนี้ คือ การฟื้นฟูและอนุรักษ์บริเวณต้นน้ำห้วยฮ่องไคร้ ซึ่งมีสภาพแห้งแล้งโดยเร่งด่วน โดยทดลองใช้วิธีการใหม่ เช่น วิธีการผันน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำ ในระดับบนลงไปตามแนวร่องน้ำต่างๆ เพื่อช่วยให้ความชุ่มชื้นค่อยๆ แผ่ขยายตัวออกไป สำหรับน้ำส่วนที่เหลือก็จะไหลลงอ่างเก็บน้ำในระดับต่ำลงไป เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางด้านเกษตรกรรมต่อไป ในการนี้ควรเริ่มปลูกป่าทดแทนตามแนวร่องน้ำ ซึ่งมีความชุ่มชื้นมากกว่าบริเวณสันเขา ซึ่งจะทำให้เห็นผลโดยเร็ว นอกจานี้ยังเป็นการประหยัดกล้าไม้และปลอดภัยจากไผป่าด้วย เมื่อร่องน้ำดังกล่าวมีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น ลำดับต่อไปก็ควรสร้างฝายต้นน้ำเป็นระยะ เพื่อค่อยๆ เก็บกักน้ำไว้ แล้วส่งต่อท่อไม้ไผ่ส่งน้ำออกทั้งสองฝั่งร่องน้ำอันเป็นการช่วยแผ่ขยายแนวความชุ่มชื้นออกไปตลอดแนวร่องน้ำ
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2527 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร สรุปได้ว่าควรดำเนินการพัฒนาป่าไม้ด้วยน้ำชลประทานแบบง่ายๆ เช่น การต่อท่อน้ำด้วยไม้ไผ่ เพื่อนำน้ำไปสนับสนุนการปลูกป่า การปลูกป่าในบริเวณที่มีฝายกั้นน้ำและการปลูกป่าโดยธรรมชาติ ซึ่งไม่มีฝายกั้นน้ำอยู่ และแสดงให้คนมาดูงานเห็นวิธีการต่างๆ ด้วยในบริเวณที่ว่างเปล่าและสามารถเข้าไปถึง ก็ให้พยายามก่อสร้างฝายกั้นน้ำขนาดเล็กๆ เอารวบรวมน้ำเข้ามาอยู่รวมกัน และพยายามกระจายน้ำออกไปให้ทั่วบริเวณ เพื่อเสริมสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ดินในบริเวณนั้น อันจะช่วยพัฒนาป่าไม้ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อก่อสร้างฝายเล็กๆ แล้วก็ให้ปลูกป่าเสริมให้สามารถปกปิดในบริเวณนั้นได้ทั่วถึง และพยายามส่งเสริมให้มีการสร้างแนวกันไฟด้วย
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2528 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ สรุปได้ว่า การก่อสร้างฝายกักเก็บน้ำลำธาร มีประโยชน์ ในด้ายช่วยให้พื้นที่ใกล้ร่องน้ำมีความชุ่มชื้น ทำให้ป่าไม้นั้นเจริญเติบโตดี จึงเห็นควรพิจารณาสร้างเพิ่มเติมขึ้น ตามความเหมาะสมทั้งในบริเวณพื้นที่พัฒนาป่าไม้ด้วยน้ำชลประทานและพื้นที่ทั่วไป ส่วนระบบแจกจ่ายน้ำจากท่อส่งน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยฮ่องไคร้ 1 ให้เป็นพื้นที่ปลูกป่าทั่วไปให้พิจารณาขยายขอบเขตต่อไปตามความเหมาะสม
เมื่อวันที่ 22 กถุมภาพันธ์ 2523 ณ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยลานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ สรุปได้ว่า งานด้านป่าไม้ มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งปรับปรุงสภาพป้าไม้ทั้งบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำและบริเวณดอยรอบๆ นี้ให้สมบูรณ์ขึ้น เพราะนอกจากจะทำให้ป่าสมบูรณ์แล้ว ยังจะช่วยทำให้น้ำในบริเวณนี้มีความสมบูรณ์ขึ้นด้วยวิธีการปรับปรุงสภาพป่านั้นขอให้อาศัยวิธีการที่ได้ดำเนินการแล้วที่ศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพราะถือเสมือนว่าที่ห้วยลานนี้เป็นศูนย์สาขาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ โดยการทำฝายกักเก็บให้แข็งแรงขึ้น
สำหรับการฟื้นฟูสภาพป่าในพื้นที่สูงตามสันดอยต่างๆ นั้น อาจจะใช้วิธีการติดตั้งปั้ม Turbine ที่อ่างเก็บน้ำห้วยลาน ห้วยป่าไร่ และ ดอยโตน เพื่อส่งน้ำขึ้นที่สูงบริเวณยอดดอย ม่อนผักชี ดอยยาว และ ดอยโตน ไปเก็บไว้บนแท็งค์ และต่อท่อเล็กๆ เจาะรูปล่อยน้ำให้ไหลลงมาจากแนวสันเขา เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ป่าไม้ วิธีการนี้จะทำให้ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ได้ภายใน 2-32 ปี และจะเป็นป่าไม้ตัวอย่างที่อุดมสมบูรณ์และช่วยให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำมีมากขึ้น โดยขอให้มีการบันทึกข้อมูลระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำไว้ด้วย สำหรับพันธุ์ไม้ที่จะใช้ปลูกป่านั้น ขอให้ใช้พันธุไม้์ดั้งเดิมที่ไม่ผลัดใบเป็นหลักไว้
นอกจากนี้บริเวณที่เปิดที่สองข้างทาง ขอให้พิจารณาปลูกพันธุ์ไม้ยึดพื้นดินหรือจะใช้หญ้าแฝกก็ได้ เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินลงในอ่างน้ำ และพิจารณาค่อยๆ จัดสร้างฝายกับเก็บตะกอน ดังเช่นที่กรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินการแล้วที่ศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งตะกอนเหล่านี้เมื่อมีจำนวนมากขึ้น ก็สามารถตักเอามาใช้ประโยชน์ได้อีก นอกจากนั้นอ่าจจัดทำเป็นร่องดินขวางทางเดินของน้ำให้แตกกระจายไปทั่วๆ ซึ่งจะช่วยลดปัยหาการชะล้างและการตกตะกอนได้

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2523 ณ ดอยอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ สรุปได้ว่า ควรสร้างฝายลำธารตามร่องน้ำเพื่อช่วยชะลอกระแสน้ำและเก็บกักน้ำสำหรับสร้างความชุ่มชื้นให้กับบริเวณต้นน้ำ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำริเพิ่มเติม สรุปได้ว่า ในเขตของศูนย์ศึกษาฯ แห่งนี้ ควรจะต้องมีการแสดงการศึกษาทดลองเปรียบเทียบให้เห็นเด่นชัด โดยแบ่งพื้นที่ที่มีการใช้ระบบน้ำชลประทานส่วนหนึ่ง และพื้นที่ที่ได้รับเฉพาะน้ำฝน โดยมี Check Dam ช่วยกักน้ำฝนไว้ส่วนหนึ่ง และพื้นที่ที่ปล่อยไว้โดยระบบธรรมชาติอีกส่วนหนึ่งต้นไม้ต่างๆ ในศูนย์ฯจะเจริญเติบโตหรือหงิกงอ ก็ไม่เป็นไร เพราะนั่นเป็นการทดลองเปรียบเทียบให้เห็นข้อแตกต่าง ซึ่งเป็นจุดประสงค์ ที่สำคัญของศูนย์ศึกษาฯ
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2533 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยเสด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี ในการนี้ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับฝายชะลอความชุ่มชื้น สรุปได้ดังนี้
การฟื้นฟูสภาพป่าไม้บนภูเขา ก็ให้ดำเนินการแบบเขาเสวยกะปิ โดยการสูบน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำ กังหันน้ำขึ้นไปเก็บไว้ที่ฝายเก็บกักน้ำ ซึ่งได้สร้างปิดกั้นร่องน้ำตามช่องเขาต่างๆ เป็นชั้นๆ ตามความเหมาะสม พร้อมกับต่อท่อกระจายน้ำไปตามลาดเขา เป็นการทดลองสร้างภูเขาป่าในระดับสูงด้วยระบบน้ำชลประทานที่บริเวณเขาเสวยกะปิแห่งนี้ ให้มีสภาพสมบูรณ์ และดำเนินการปลูกป่าประเภทไม้โตเร็ว คนกินได้ สัตว์กินได้ ไม้สวยงาม ตลอดจนไม้ทำฟืนตามบริเวณลาดเขาต่างๆ เมื่อสามารถปลูกป่าไม้ได้เจริญเติบโตได้ผลดีแล้ว ก็ให้นำรูปแบบเดียวกันนี้ไปขยายผลการดำเนินงานไปยังภูเขาลูกอื่นๆ ก็จะช่วยให้พื้นที่มีสภาพะป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์และมีความชุ่มชื้นตลอดไปด้วย
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2534 ณ โครงการพัฒนาห้วยลานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สรุปได้ว่า Check Dam มี 2 อย่าง ชนิดหนึ่ง สำหรับให้มีความชุ่มชื้น รักษาความชุ่มชื้นอีกอย่างสำหรับป้องกันไม่ให้ทรายลงไปอ่างใหน่ ความจริงจะต้องทำให้ดีและลึกเพราะทรายลงมาะกักเก็บไว้ ถ้าทำตื้นทรายก็จะข้ามมาลงอ่างใหญ่ได้ ถ้าเป็น Check Dam สำหรับรักษาความชุ่มชื้น ไม่จำเป็นต้องขุดลึก เพียงแต่กักน้ำไว้ให้ลงไปในดิน แต่แบบกักทรายนี้จะต้องทำให้ลึกและออกแบบอย่างไรไม่ให้น้ำลงมา แล้วไล่ทรายออกไป และสำหรับ ตัวที่ 6 มิได้ดักทรายเท่าไหร่เพราะว่าไม้ไดทำหน้าที่ดักทรายเท่ไหร่ และที่นี่จะไม่มีทรายเพราะว่าอ่างเก็บน้ำห้วยดอนโตนและอ่างเก็บน้ำห้วยป่าไร่ ซึ่งเก็บน้ำไว้สำหรับกิจกรรมของศูนย์ประมง และป่าไม้นั้น จะช่วยดักตะกอนไว้แล้ว Check Dam ตัวที่ 6 นี้ จึงทำหน้าที่สำหรับรักษาความชุ่มชื้นของป่า และป้องกันตะกอนในพื้นที่ ในกรณีที่มีการเกษตรเท่านั้น ส่วน Check Dam ที่ทำหน้าที่ดักตะกอนทราย ได้แก่ Check Dam ที่ทำเหนืออ่างเก็บน้ำห้วยดอนโต และ ห้วยป่าไร่
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2541 ณ โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สรุปได้ว่า ให้สำรวจตรวจสอบพื้นที่ที่เหมาะสมที่จะทำ Check Dam ซึ่งหากพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความเหมาะสมก็ดำเนินการได้เลย ถ้ามีฝนแล้งหรือเกิดน้ำท่วมก็พิจารณาหาแหล่งน้ำสัก 1 จุด ซึ่งจะใช้น้ำมาเติม Check Dam ก็ได้และเนื่องมาจากแม่น้ำกุยบุรีเป็นแม่น้ำสายสำคัญ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำน้อยและตื้นเขินในฤดูแล้งควรมีการสร้างฝายหรือเขื่อนเก็บกักน้ำ รวมถึงการขุดลอกหรือหาแนวทางแก้ไขโดยวิธีอื่นเพื่อให้มีน้ำใช้ตลอดปี เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตรและการใช้สอยของราษฎรในบริเวณลุ่มน้ำดังกล่าว
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2546 ณ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำของอ่างเก็บน้ำยางชุมฯ อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สรุปได้ว่า ให้พิจารณาก่อสร้างฝายต้นน้ำ Check Dam สระน้ำขนาดเล็กตามลำห้วยในพื้นที่เหนืออ่าง เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ ซึ่งจะช่วยชะลอน้ำไม่ให้เกิดน้ำท่วม เกิดความชุ่มชื้นและช้างมีน้ำกินด้วย
ฉะนั้นจะเห็นว่าการก่อสร้างฝายต้นน้ำลำธารหรือ Check Dam จึงเป็นแนวทางหรือวิธีหนึ่งในการฟื้นฟู สภาพป่าไม้บริเวณต้นน้ำลำธารเพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ และการทำให้เกิดความหลากหลายด้านชีวภาพ (Bio diversity) แก่สังคมของพืชและสัตว์ ตลอดจนนำความชุ่มชื้นมาสู่แผ่นดิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...