โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

The Last Dance การเต้นระบำฉากสุดท้ายของชิคาโก บูลส์ ยุครุ่งเรือง

TODAY

อัพเดต 04 พ.ค. 2563 เวลา 20.37 น. • เผยแพร่ 04 พ.ค. 2563 เวลา 20.29 น. • Workpoint News

The Last Dance ซีรี่ส์ที่เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) เข็นมาออกอากาศไวกว่ากำหนดเดิม เพื่อเยียวยาความรู้สึกของคนในช่วงโควิด-19 กลายเป็นหมุดหมายสำคัญในทุกสัปดาห์ ไม่ใช่เฉพาะแฟนกีฬาเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการตลาด การเมือง และคนที่ได้มีโอกาสเป็นสักขีพยานความยิ่งใหญ่ของยอดทีมแห่งยุค

The Last Dance เป็นเรื่องราวของทีมชิคาโก บูลส์ (Chicago Bulls) ในปี 1997-98 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่ทีมดังคว้าแชมป์ ก่อนที่แกนหลักของทีมจะแยกย้ายออกไป ซึ่งไมเคิล จอร์แดน แกนหลักของทีมและซีรี่ส์เรื่องนี้ อนุญาตให้ช่างภาพบันทึกช่วงเวลาสำคัญ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ต้นฤดูกาลที่ผู้จัดการทีม เจอรี่ เคราส์ ออกมาประกาศชัดเจนว่าจะเป็นฤดูกาลสุดท้ายก่อนจะแยกทางกับหัวหน้าโค้ช ฟิล แจ็คสัน และผู้เล่นหลายคนที่อายุมากแล้ว

ทีมชิคาโก บูลส์ในปี 1997-98 เต็มไปด้วยสตาร์ดัง นอกจากจอร์แดนแล้ว ยังรวมถึง สก็อตตี้ พิพเพ่น และ เดนนิส ร็อดแมน แต่กลายเป็นผู้จัดการทีมร่างอ้วนท้วมอย่างเคราส์ที่กลายเป็นคนขับเคลื่อนเรื่องราวให้มาถึงจุดที่แต่ละปมถูกมัดรวมกัน และมาคลายในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการบันทึกเทปนี้เอาไว้

ผู้เล่น องค์กร และผู้จัดการทีมที่ชื่อเคร้าส์

เจอรี่ เคร้าส์ ผู้จัดการทั่วไปของชิคาโก บูลส์ ในยุครุ่งเรืองของทีม กับปมปัญหากับสตาร์ดังในทีม

สิ่งที่สะท้อนผ่านสารคดีเรื่องนี้ออกมาอย่างชัดเจน คือเคราส์พยายามให้ความสำคัญ "องค์กร" ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง มาจนถึงพนักงานรายวัน และรวมถึงเขาด้วย มากกว่า "ทีม" ซึ่งหมายถึงเหล่าผู้เล่นที่ลงสนาม คว้าแชมป์ 6 สมัยในช่วง 8 ปีมาสำเร็จ ซึ่งสวนทางกับสิ่งที่จอร์แดนมอง โดยจอร์แดนพูดไว้ว่า "องค์กรเป็นเรื่องสำคัญ แต่สุดท้าย คนที่ลงไปเสียเหงื่อ บาดเจ็บ ลงเล่นแม้เป็นไข้ ก็คือผู้เล่น ไม่ใช่องค์กร"

เจอรี่ เคร้าส์ เป็นคนที่ปลุกปั้นบูลส์ในช่วงปลายปี 80 ด้วยการรวบรวมผู้เล่นเก่งๆ ทั้งจอร์แดนและพิพเพ่นเข้าสู่ทีม เขายังเป็นคนเลือกแจ็คสันมาเป็นหัวหน้าโค้ช ก่อนที่ทีมสร้างตำนาน 3 แชมป์ - แน่นอนเขารู้สึกว่าเขาคู่ควรที่จะได้รับความเคารพและความสำคัญ

แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ทั่วโลกกลับสนใจอยู่ที่จอร์แดน ไม่ใช่แค่นักบาสเก็ตบอลอันดับหนึ่งของโลก แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ทางการตลาดให้กับไนกี้ ผู้เล่นที่ยกระดับเอ็นบีเอ (NBA) ให้สูงขึ้นไปอีก สปอตไลท์จับจ้องมาที่จอร์แดน และแสงสว่างเหล่านั้นก็ถูกส่งต่อมาที่พิพแพ่น ร็อดแมน สตีฟ เคอร์ โทนี่ คูโคช และเหล่าผู้เล่นคนดัง แต่น้อยนักที่คนจะให้เครดิตเคร้าส์

ปมเล็กๆ ตรงนี้ ที่ เจสัน เฮอีร์ ผู้กำกับสารคดีบอกว่าเปรียบได้กับบรรยากาศในไฮสคูล ที่เคร้าส์เปรียบเหมือนคนที่อยากเข้าร่วมกลุ่มเพื่อนสุดเจ๋งของโรงเรียน ซึ่งแม้บางครั้ง เขาจะได้รับเชิญไปปาร์ตี้บ้าง แต่ก็ไม่วันได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับกลุ่มได้เลย ปมนี้นำไปสู่จุดจบของทีมบูลส์ที่หลายคนมองว่าไวเกินไป ทั้งๆ ที่ทีมยังทำผลงานได้อย่างสุดยอด แต่ก็ต้องจบลงเพราะผู้จัดการทีมต้องการภาพใหม่ๆ ให้กับทีม

เฮอีร์สรุปปมตรงนี้ไว้ว่า "เคร้าส์สมควรได้รับเครดิตมากกว่าที่เขาได้ แต่ในเวลาเดียวกันเขาก็คาดหวังเครดิตมากเกินกว่าที่เขาสมควรจะได้รับ"

The Last Dance สุดยอดสารคดีกีฬา

ฟุตเตจที่ตามถ่ายจอร์แดนตลอดฤดูกาล ถูกบันทึกเก็บไว้ และรอเวลานานเกือบ 20 ปี จนกว่าจอร์แดนจะอนุญาตให้นำออกมาเผยแพร่ได้ ทีมงานใช้เวลาอีก 3 ปีในการตระเวนสัมภาษณ์ทุกตัวละครที่เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาสำคัญของทีมรวม 116 คน ตัดต่อจนพร้อมออกอากาศ

นอกจากปมหลักของเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจอร์แดน เคร้าส์ และ เดวิด สเติร์น (อดีตประธาน NBA) แล้ว The Last Dance ยังฉายเรื่องราวของ พิพเพ่น ร็อดแม่น  ไนกี้ การเมืองในชิคาโก และที่สำคัญที่ทุกเฝ้ารอดูคือช่วงเวลาที่จอร์แดนรีไทร์จากบาสเก็ตบอล เพื่อไปเบสบอลปีครึ่ง ซึ่งถึงวันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ซึ่งต้องติดตามในตอนที่ 7-8 ของสารคดีเรื่องนี้

บทความโดยนภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์ บรรณาธิการ Workpoint News

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...