โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SKOOTAR เน้นขยายไลน์ส่งอาหารและอี-คอมเมิร์ซ

Businesstoday

เผยแพร่ 01 เม.ย. 2563 เวลา 07.43 น. • Businesstoday

SKOOTAR สตาร์ตอัพบริการเรียกคนส่งของ (Messenger) ได้รับผลกระทบจากวิกฤติ COVID-19 ทั้งลูกค้ากลุ่มธุรกิจที่ส่งเอกสารทั่วไป เช่น วางบิล รับเช็ค รวมถึงลูกค้าบริษัททัวร์ที่ปกติจะรับงานวิ่งเอกสารทำวีซ่า ต้องปรับธุรกิจใหม่เน้นการส่งอาหาร และสินค้าจากบริษัทที่ทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซมากขึ้น เพื่อให้ธุรกิจไปรอดได้

-Seekster ปรับธุรกิจใหม่ รองรับวิกฤติ COVID-19
-Freshket พลิกวิกฤติ COVID-19 เพิ่มบริการส่งวัตถุดิบให้บุคคลทั่วไป ถึง 30 เม.ย. 63

กมลพฤทธิ์ ชุมพล (โก้) co-founder และ CEO ของ SKOOTAR กล่าวว่า โดยรวมธุรกิจยังทรง ๆ อยู่ กลุ่มลูกค้าธุรกิจทั่วไปเริ่มกระทบตอนที่มีกระแสทำงานที่บ้าน กลุ่มส่งอาหารให้จัดเลี้ยง หรือสวัสดิการพนักงานบริษัท ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ที่ขยับขึ้นมาเป็นการส่งอาหารให้กับผู้บริโภคทั่วไป และส่งด่วนอุปกรณ์ไอที ของ Banana IT และร้านออนไลน์อื่น ๆ ซึ่ง 2 ส่วนหลังเพิ่มขึ้นมาประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์

ปรับตัวทั้งระยะสั้น-ยาว

SKOOTAR ปรับธุรกิจในระยะสั้นจนกว่าจะจบวิกฤติ COVID-19 โดยให้คนส่งของใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ให้บริการ เปลี่ยนจากการเซ็นชื่อในมือถือเป็นการถ่ายรูปเพื่อเก็บหลักฐานแทน ดูแลความสะอาดล้างมือก่อนส่งของ รวมถึง Contactless Delivery การรับของโดยไม่ต้องสัมผัสกัน

ด้านลูกค้าให้ปรับเป็นการจ่ายเงินออนไลน์ผ่าน พร้อมเพย์ โอนให้กับคนขับ ตัดบัตรเครดิต หรือใช้ SKOOTAR Wallet

แผนระยะยาว "กมลพฤทธิ์" มองว่าจะกระทบกับธุรกิจในแง่บวกและลบ เพราะ SKOOTAR เก่งเรื่องการเก็บเอกสารหรือ เดินเรื่องเอกสาร แต่วิกฤติครั้งนี้บริษัทต่าง ๆ อาจจะปรับไปใช้เอกสารดิจิทัลกันหมดเพื่อลดการติดต่อกัน ต้องปรับธุรกิจมาทำอย่างอื่นมากขึ้นเข้าไปแย่งตลาดจากเจ้าใหญ่ ๆ

กมลพฤทธิ์ กล่าวต่อว่า คนอาจจะทำงานจากบ้านกันมากขึ้นทำให้การส่งเอกสารไปที่บริษัทไม่มีความจำเป็น จะกระทบกับบริการของบริษัทในระยะยาว

คาดว่าวิกฤติครั้งนี้จะทำให้ธุรกิจปรับตัวเร็วขึ้น ขณะที่มีหลายเจ้าที่หันมาทำอี-คอมเมิร์ซมากขึ้นส่งของมากขึ้น

“เรากำลังดูอยู่ว่าจะขยายการส่งอาหารมากขึ้นได้อย่างไร ซึ่งเป็นความท้าทาย เพราะมีเจ้าใหญ่อยู่หลายเจ้าที่เขามีเงินทุนหนาและมีเครือข่ายร้านอาหารที่ดี เราจะไปสู้กับเขาตรง ๆ ไม่ได้ อาจจะต้องไปจับมือกับสตาร์ตอัพอื่น ๆ”

ส่วนของอี-คอมเมิร์ซจะปรับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและค่าขนส่งถูกลง เพื่อให้ตอบโจทย์มากขึ้น เราเน้นการส่งไว 1-2 ชั่วโมง แต่ค่าส่งก็จะแพงกว่าเจ้าอื่น ที่ส่งถึงในวันถัดไปอย่าง Kerry

"SKOOTAR มีคนส่งของในบริษัท 8-9 คัน ตั้งเป้าจะเพิ่มคนส่งของถ้ามีความต้องการมากขึ้น"

SKOOTAR เน้นขยายไลน์ส่งอาหารและอี-คอมเมิร์ซ

เพิ่มโปรโมชั่นดึงลูกค้า

SKOOTAR มอบส่วนลดให้กับบริษัทที่มาใช้บริการครั้งแรก 500 บาท ต่อ 1 สิทธิ์ คิดค่าบริการราคาพิเศษลูกค้าร้านอาหารจากเริ่มต้นที่ 55 บาทเหลือ 45 บาท สำหรับลูกค้าทั่วไปมีโปรโมชั่นร่วมกับกทม. covidbkk ลด 10% ของค่าขนส่ง ใช้ได้ 10 ครั้ง

กมลพฤทธิ์ กล่าวว่า จัดโปรโมชั่นเพื่อช่วยคนที่อยู่ในวิกฤติ ร้านอาหารที่ยังเปิดหน้าร้านไม่ได้ อยากให้เขาขายออนไลน์ได้ ตอนนี้ก็กำลังดูร้านอาหารที่เป็นระดับกลางที่ต้องการมีหลายช่องทาง ไม่ได้พึ่งช่องทางที่มีการเก็บค่าธรรมเนียมร้านค้า (GP) สูง ๆ อย่างเดียว

เจ้าใหญ่ ๆ จะนำค่า GP จากร้านอาหารมาจ่ายให้กับคนขับ เพราะลำพังคิดค่าส่งแค่ 10-20 บาทคงไม่พอ ร้านอาหารคงต้องมองช่องทางของตัวเองเอาไว้ด้วยถ้าต้องการขายแบบส่งเป็นหลัก

"Grab หรือ Get ใช้การทำตลาดทำเมนูและมีคนขนส่งให้ ขณะที่ SKOOTAR ทำเรื่องขนส่งอย่างเดียวจึงไม่ได้เก็บค่า GP"

ร้านอาหารถ้าอยากจะโปรโมทจะต้องใช้บริการเจ้าใหญ่ที่เป็นหนึ่งช่องทาง ส่วนร้านที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วสามารถเปิดช่องทางของตัวเองด้วยระบบสำเร็จรูปง่าย ๆ แต่ไม่มีระบบขนส่ง SKOOTAR จะเข้าไปช่วย ซึ่งค่าส่งอยู่ที่ว่าร้านอาหารจะออกให้ทั้งหมด หรือจะแบ่งกันจ่ายกับลูกค้า แล้วแต่นโยบาย

นอกจากปรับรูปแบบธุรกิจแล้ว SKOOTAR ยังมีแผนขยายตลาดจากกรุงเทพฯและปริมณฑล ไปต่างจังหวัดด้วย คาดว่าจะเป็นช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด

กมลพฤทธิ์ กล่าวว่า ระดมทุนรอบสุดท้ายเมื่อปี 2016 ในรอบ Seed Round ถ้าจะระดมทุนอีกครั้งคงเป็นรอบ Series A

“ปัจจุบันรายได้สามารถเลี้ยงทีมได้ ถ้าเจอพาร์ทเนอร์ที่ทำงานด้วยกันได้จะไม่ต้องระดมทุนมาก แต่ถ้าต้องทำเองเกือบทั้งหมดก็เป็นไปได้ที่จะต้องระดมทุน ซึ่งเรายังดูทางเลือกอื่นที่ดีที่สุด อาจจะเป็นการกู้เงินก็เป็นไปได้”

ภาพจาก FB skootarapp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...