โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

NASA ค้นพบดาวดวงใหม่คล้ายโลก ระยะห่างเพียง 300 ปีแสง พร้อมย้ายเข้าอยู่ในอนาคต

BT Beartai

อัพเดต 19 เม.ย. 2563 เวลา 00.59 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. 2563 เวลา 16.13 น.
NASA ค้นพบดาวดวงใหม่คล้ายโลก ระยะห่างเพียง 300 ปีแสง พร้อมย้ายเข้าอยู่ในอนาคต

ในภาพยนตร์เกี่ยวกับอวกาศที่สะท้อนถึงความปรารถนาของมนุษย์ที่จะขยับขยายเคลื่อนย้ายเผ่าพันธุ์ไปยังดาวดวงอื่นในจักรวาล หรือกระทั่งในหลายเรื่องก็มีเหตุเภทภัยให้ต้องย้ายมนุษย์บนโลกไปตั้งอาณานิคมใหม่กันอยู่บ่อย ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วก็ไม่รู้ว่าอีกกี่ชั่วอายุคนที่จะได้เห็นการเดินทางข้ามดวงดาวเกิดขึ้นจริง ๆ อย่างไรก็ตาม แม้จะยังเดินทางไปไม่ได้ แต่การได้ค้นพบดาวที่มนุษย์น่าจะมีโอกาสได้เดินทางไปในสักวันหนึ่งนั้นก็ยังเป็นที่น่าตื่นเต้นสำหรับนักดาราศาสตร์และผู้ที่ติดตามแวดวงนี้อยู่เสมอ

ภาพเสก็ตพื้นผิวดาว ของนาซา

ภาพเสก็ตพื้นผิวดาว Kepler-1649c ของนาซา

เมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือองค์การนาซา ได้ออกมาเปิดเผยการค้นพบครั้งใหม่ว่า นักดาราศาสตร์พบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่มีลักษณะคล้ายโลก ชื่อว่า “Kepler-1649c” ทั้งขนาดของดาวและอุณหภูมิพื้นผิว โดยอยู่ห่างออกไปประมาณ 300 ปีแสง (1 ปีแสงคือระยะทางที่แสงเดินทางในเวลา 1 ปีหรือประมาณ 9.4 ล้านล้านกิโลเมตร) โดยดาวดวงนี้โคจรรอบดาวฤกษ์ชื่อดาวแคระแดง เช่นเดียวกับโลกที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ซึ่งเอื้อต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต และคาดว่ามีน้ำเป็นของเหลวในดาวด้วย นักดาราศาสตร์ของนาซาค้นพบดาวดวงใหม่นี้ระหว่างส่องกล้องโทรทรรศน์ Kepler

ดาว Kepler-1649c นี้มี้ขนาดใหญกว่าโลกประมาณ 1.06 เท่า ได้รับพลังงาานจากดาวฤกษ์ดาวแคระแดงประมาณ 75% ของพลังงานที่โลกได้รับจากดวงอาทิตย์ นักดาราศาสตร์จึงคาดว่า ดาวดวงนี้จะมีอุณหภูมิใกล้เคียงกับโลก ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พบดาวเคราะห์ขนาดใกล้โลกและมีองค์ประกอบที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต และระยะความห่างพอเหมาะที่จะมี “น้ำ” ในดวงดาวอยู่ในสถานะของเหลว

ภาพเสก็ตช์ของนักดาราศาสตร์ที่สันนิษฐานว่า ดาวที่คล้ายโลกจะหันหน้าด้านเดียวเข้าหาดาวฤกษ์ของมัน

ภาพเสก็ตช์ของนักดาราศาสตร์ที่สันนิษฐานว่า ดาวที่คล้ายโลกจะหันหน้าด้านเดียวเข้าหาดาวฤกษ์ของมัน

อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์ว่าดาว Kepler-1649c ดวงนี้อยู่ใกล้ดาวฤกษ์ที่เป็นศูนย์กลางของการการโคจรมาก โดยดาวใช้เวลาโคตรรอบดาวแคระแดงเพียงแค่ 19.5 วันบนโลกเท่านั้น เทียบกับโลกที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 365หรือ 366 วันที่เรียกว่า 1 ปี) แรงโน้มถ่วงของดาวฤกษ์ดาวแม่นี้ อาจส่งผลให้ Kepler-1649c หันหน้าเพียงด้านเดียวเข้าหาดาวแม่เสมอ ๆ เช่นเดียวกับดวงจันทร์ที่โคจรรอบโลก นอกจากนี้ จากการศึกษายังพบดาวเคราะห์อีกหนึ่งดวงที่โคจรรอบดาวแคระแดงด้วย โดยมีขนาดใกล้เคียงกับ Kepler-1649c แต่อยู่ในวงโคจรที่ใกล้กว่าประมาณครึ่งหนึ่ง โคจรรอบดาวฤกษ์ 8.7 วัน คล้ายกับโลกของเราที่มีดาวเคราะห์ฝาแฝดคือ ดาวศุกร์และอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก

ในปัจจุบัน กล้องโทรทรรศน์ Kepler ได้ปลดประจำการและหยุดการบันทึกไปแล้วตั้งแต่ปลายปี 2018 แต่ก็ยังมีข้อมูลมหาศาลจากการถ่ายภาพไว้ที่รอการวิเคราะห์ โดยขณะนี้กล้องมีข้อมูลดาวฤกษ์กว่า 200,000 ดวง ซึ่งนักดาราศาสตร์กำลังวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ผ่านการพัฒนาระบบอัลกอริทึม Robovetter ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Kepler ขึ้นมาเพื่อค้นหาดาวในลักษณะต่าง ๆ ที่นักดาราศาสตร์ต้องการศึกษา อย่างไรก็ดี อัลกอริทึมนี้ก็อาจจะยังไม่สมบูรณ์แบบมากนัก เพราะดาว Kepler-1649c นั้นเคยเป็นหนึ่งในรายชื่อดวงดาวที่ระบบตัดทิ้งไปจากการเป็นดาวที่น่าสนใจศึกษา แต่เมื่อทีมนักวิจัยนำข้อมูลที่ถูกตัดทิ้งมาตรวจสอบอีกครั้งจึงทำให้พบดาวเคราะห์ที่อาจจะเป็นเป้าหมายในอนาคตของมนุษย์ที่จะย้ายไปดวงนี้

อ้างอิง

อ้างอิง

 

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...