ศุกร์ (สุข) ละวัด กราบพระนอนตะแคงซ้าย แห่งเดียวในไทย ที่ ‘วัดป่าประดู่’
The Bangkok Insight
อัพเดต 22 ก.ย 2566 เวลา 08.06 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2566 เวลา 08.05 น. • The Bangkok Insight"วัดป่าประดู่" เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ แต่เดิมมีชื่อว่า "วัดป่าเลไลยก์" ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครระยอง ถนนสุขุมวิท จังหวัดระยอง เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงเมื่อปี 2533
ประวัติเล่ากันมาว่า มีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อ อุปัชฌาย์เทียน เดิมจำพรรษาอยู่ที่ วัดเนิน หรือ วัดอินทรสมบัติ ซึ่งปัจจุบันรวมกับวัดลุ่มมหาชัยชุมพลแล้ว ได้มาพบสถานที่แห่งนี้ ซึ่งอยู่ในสภาพวัดร้าง มีต้นตะเคียนเป็นจำนวนมาก ตัววัดเหลือแต่ซากโบสถ์ ซากพระพุทธรูปปางไสยาสน์ และซากองค์พระประธาน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ จึงเคยมีชื่อเดิมว่า "วัดป่าเลไลยก์"
อุปัชฌาย์เทียนจึงได้มาจำพรรษาเพื่อบำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐานอยู่ที่นี่ บรรดาชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงศรัทธาเลื่อมใส จึงชักชวนกันสร้างกุฏิถวาย และร่วมกันปฏิสังขรณ์วัดนี้จนเจริญสืบต่อมา
เพื่อให้สอดคล้องกับนามหมู่บ้านที่วัดตั้งอยู่คือ ตลาดท่าประดู่ อีกทั้งเพราะมีต้นประดู่ใหญ่อยู่ภายในวัดเป็นจำนวนมาก และเพื่อมิให้ชื่อวัดพ้องกับวัดป่าเลไลยก์ จังหวัดสุพรรณบุรี จึงได้เปลี่ยนนามวัดเป็น “วัดป่าประดู่”
ภายในวัดป่าประดู่ มีพระพุทธรูปนอนตะแคงซ้ายที่เก่าแก่ เดิมอยู่กลางแจ้ง ต่อมาสร้างวิหารครอบเมื่อปี 2524 ถือเป็นพระพุทธไสยาสน์ที่แปลกที่สุดในประเทศไทย โดยปกติแล้วเมื่อมีการสร้างองค์พระปางสีหไสยาสน์ มักจะสร้างประทับอยู่ในท่านอนตะแคงขวา แต่พระพุทธไสยาสน์ที่วัดป่าประดู่สร้างในท่านอนตะแคงซ้าย มีความยาว 11.95 เมตร สูง 3.60 เมตร
เมื่อปี 2478 พระครูสมุทรสมานคุณ (แอ่ว) อดีตเจ้าอาวาส ได้บูรณะองค์พระส่วนที่ชำรุดแล้วปิดทองใหม่ มีผู้สันนิษฐานว่า เป็นการสร้างตามพระพุทธประวัติ ตอนพระพุทธเจ้ากระทำยมกปาฏิหาริย์ให้พวกเดียรถีย์ชม โดยมีพระพุทธนิมิตแสดงอาการอย่างเดียวกับพระพุทธเจ้าเป็นคู่ ๆ
เมื่อถึงอิริยาบถไสยาสน์จึงผินพระพักตร์เข้าหากันเป็นการนอนตะแคงซ้าย และขวาในลักษณะเดียวกัน ผู้สร้างจึงสร้างให้มีนัยของพุทธปาฏิหาริย์ดังกล่าว จึงสร้างเป็นพระนอนตะแคงซ้าย ในลักษณะพระพุทธรูปนอนตะแคงซ้าย มีความพิเศษคือ หนุนพระเศียรด้วยหัตถ์ซ้าย
ไม่มีใครทราบอายุ และประวัติของพระพุทธรูปนอนตะแคงซ้ายองค์นี้ แต่เมื่อดูจากลักษณะของพระเกศ ไรพระศก และจีวรแล้ว สันนิษฐานว่า น่าจะถูกสร้างขึ้นมา ในสมัยอยุธยา ถือเป็นพระเก่าแก่คู่บ้านเมืองของระยองแห่งหนึ่ง
อ่านข่าวเพิ่มเติม