[END] หลงมิติมนตรา [มี E-book]
ข้อมูลเบื้องต้น
สวัสดีปีใหม่ไทยค่าาา
เนื่องในวันดีปีใหม่ไทย ขอมอบความสุขให้กับรี้ดที่น่ารักทุกท่านด้วยนิยายเรื่องใหม่ของไร้ท์ที่ชื่อว่า " หลงมิติมนตรา " ด้วยนะคะ
เป็นแนวจีนโบราณแบบแฟนตาซีเหมือนเช่นเคยค่ะ ขอให้รี้ดได้รับความสุขจากอรรถรสแห่งการอ่านกันทุกท่านเลยนะคะ
ตัวละคร ชื่อบุคคล เหตุการณ์ สถานที่ล้วนเป็นสิ่งสมมติที่ไร้ท์กำหนดขึ้นไม่อิงกับบุคคลจริงหรือสถานที่จริงแต่อย่างใด
นิยายเรื่องนี้มีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย ห้ามล่วงละเมิด
***นอกจากนิยายเรื่องนี้แล้วไร้ท์ยังมีนิยายแนวแฟนตาซีทะลุมิติที่เขียนจบไปแล้วอีก 4 เรื่อง เชิญติดตามกันได้เลยนะคะ***
1.เหม่ยอิงแม่แฝดสี่
" เดี๋ยวๆ โอ้ย ปวดหัว ปวดหูไปหมดแล้วโว้ย เสียงลูกใครมาร้องไห้ตะโกนใส่หูวะ ช่างแม่ง! ไม่ใช่ลูกกู "
" ท่านแม่ แง แง แง แง "
นิสิตหนุ่มจบใหม่คณะบริหารธุรกิจมหาลัยชื่อดังร้องตะโกนขึ้นอย่างงวยงงสุดขีด
" อ้าว เฮ้ย นี่ลูกกูเอ้งงง "
2.ฟางเฟินหวนลิขิต
" แม่ครับ ทำไมพ่อยังไม่มา? ทำไมมีแต่แม่กลับมาหาผมคนเดียว? ทำไมเราต้องย้ายบ้านด้วยครับ? "
เอิ่ม! สามทำไมแล้วจะตอบลูกว่ายังไง? เมื่อทะลุมิติมาแล้วเธอคิดจะตัดพ่อของลูกและตระกูลของเขาออกไปจากชีวิต
3.จากนี้…สู้ชีวิตใหม่
พรุ่งนี้ชีวิตใหม่ต้องดีกว่าเดิม
" หา อะไรคือชีวิตใหม่ไม่ได้อยู่ที่โลกใบนี้ ท่านปู่ เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไปเจ้าค่ะ ท่านปู่ ท่านปู้ "
เผลอรับปากทำภารกิจแลกเงิน ดันทะลุมิติโผล่ไปโลกไหนก็ไม่รู้ ทำไงดีนะ
และยังมีอีกเรื่องที่พิเศษเพียงหนึ่งเดียวคือ
“ พี่มาใกล้ๆให้ผมตีหน่อย “
เป็นนิยายวายที่เกี่ยวกับความรักของไอดอลหนุ่มแดนมังกรแนวมิตรภาพของลูกผู้ชาย
มาเอาใจช่วยให้พวกเขาทั้งคู่สามารถดำรงมิตรภาพระหว่างกันไปให้ได้ตราบนานเท่านานนะคะ
นิยายเรื่องนี้จึงเน้นความรู้สึกของคนสองคน และความมุ้งมิ้งเวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกัน
จับมือฝ่าฟันทุกอุปสรรคที่ขวางกั้น ตราบจน….. I will always love you more and more.
See you again.
ขอบคุณมากค่ะ
P-Alize (ฤาหวนคืน)
1. มาแบบมึนงง
" โว้ยยย! ไม่อยากใช้ชีวิตแล้วเว้ยยยย! กูเหนื่อยยย! "
" อ้าว! เอาจริงดิ? นี่ที่ไหนวะ? "
" ฉิบหาย! เห้ย! เรือหาย! ทำไมกูกลายเป็นผู้หญิงงงงงงง? แล้วที่นี่มันที่ไหนกันวะ? "
" วอท? อะไรวะเนี่ย? "
นี่มันเพิงหมาแหงนที่ไหนกันวะ? ช่างโล่งโจ้งดีแท้! ฝาผนังเก่าๆผุๆด้านเดียวที่มีอยู่นี่คือมีเอาไว้ให้กันแดดกันลมได้แล้วใช่ไหม? โห! คนสร้างจะคิดประหยัดอะไรกันขนาดนั้น? แล้วทั่วทั้งเพิงว่างเปล่ามีแคร่ไม้เก่าๆผุๆเอียงๆ จะพังมิพังแหล่ที่กูนอนอยู่อันเดียวนี่อะนะ?
จอมทัพบ่นงึมงำอยู่ในใจเพียงคนเดียว พร้อมกับอาการปวดเศียรเวียนเกล้าอย่างรุนแรงที่จู่โจมเข้ามา เพราะการมองเห็นภาพเหตุการณ์ที่ทยอยวิ่งเรียงซ้อนๆกันเข้ามาปรากฏอยู่ในสมองของตนอย่างรวดเร็วเพื่อให้เขาเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเองที่เป็นอยู่ในทันทีทันใด
เขาผู้เป็นชายหนุ่มรูปงาม อันมีใบหน้าที่สวยหวาน ตาคม ปากนิด จมูกหน่อย ดูดียิ่งกว่าผู้หญิงบางคน แม้แต่ผู้ชายยังแอบชื่นชอบ ดันหลุดมิติหรือหลงมิติก็ไม่รู้ล่ะ มาอยู่ในยุคเสมือนจีนโบราณแห่งนี้ได้ไง แบบงงๆ
จากผู้ชายกลายเป็นผู้หญิงมาอยู่ในร่างของลูกสาวคนโตวัย 13 หนาวของตระกูลเว่ยนามว่า " ซูเม่ย ที่แปลว่ามนตราที่สวยงาม " นามอันไพเราะเพราะพริ้งที่ฟังดูแล้วเหมือนไม่ธรรมดาแต่กลับธรรมด๊า ธรรมดาเอามากๆ
เพราะเป็นเพียงเด็กหญิงในตระกูลของชาวบ้านที่ยากจนข้นแค้นไร้ซึ่งพละกำลังหรืออำนาจใดๆมาหนุนหลัง จนคนเป็นพ่อเป็นแม่โดนเศรษฐีกวงผู้ร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้านกู้ที่ครอบครัวอาศัยอยู่ ใช้กำลังบีบบังคับขู่เข็ญให้จำใจต้องขายลูกสาวเพียงคนเดียวยกให้ไปเป็นอนุของตาเฒ่ากวงผู้นั้น
เนื่องจากคนเป็นพ่อของบ้านเว่ยไปกู้ยืมเงินจากบ้านเศรษฐีกวงมาเป็นเงินจำนวน 1 ตำลึงเงินเพื่อไปซื้อยารักษาอาการเจ็บป่วยได้ไข้ต่อเนื่องอันเกิดจากฤดูหนาวที่กินเวลายาวนานกว่าทุกปีที่ผ่านมาของบุตรชายเพียงคนเดียวนามว่า " เว่ยหยุน " ที่มีวัย 5 หนาว แล้วไม่มีปัญญาชดใช้เงินคืน
เพราะเหตุที่ไอ้เศรษฐีหน้าเลือดมันคิดเงินทบต้นทบดอกแบบตามอำเภอใจ จากเงินยืมเพียงแค่ 1 ตำลึงเงินกลายเป็นเงินยืมถึง 10 ตำลึงเงินไปในเวลาเพียงไม่นานได้แบบหน้าด้านๆ อย่างน่าตกใจ
ด้วยความเกรงกลัวในอิทธิพลของตาเฒ่าเศรษฐีกวง และเพื่อความอยู่รอดของชีวิตลูกชาย บิดามารดาผู้ให้กำเนิดซึ่งมีความคิดตามแบบธรรมเนียมคนสมัยโบราณที่ว่า ลูกชายจักเป็นผู้สืบทอดเชื้อสายวงศ์ตระกูลของตนต่อไปในภายภาคหน้าจึงเลือกให้ความสำคัญกับลูกชายที่มีเพียงคนเดียวมากกว่าลูกสาวที่ตนเองมีอยู่
โดยทั้งคู่จำต้องยินยอมก้มหน้ากล้ำกลืนฝืนใจส่งมอบตัวลูกสาววัย 13 หนาวซึ่งยังไม่ถึงวัยปักปิ่น(15 หนาว)ดี ที่มีอยู่เพียงคนเดียวเช่นกันนั้น ให้ตกไปเป็นอนุของบ้านเศรษฐีกวงเจ้าเล่ห์เพื่อเป็นการชดใช้หนี้เงินยืม 10 ตำลึงเงินตามที่เศรษฐีหน้าเลือดต้องการ
เมื่อคืนวานที่ผ่านมาก็เป็นวันเข้าหอของเจ้าของร่างนามเว่ยซูเม่ย กับไอ้เศรษฐีแก่ลามกที่อยากจะเคี้ยวกินหญ้าอ่อนคนนั้น และเพียงเพราะเป็นการแต่งอนุที่ไร้ความสำคัญทำให้ไม่ต้องถึงกับมีพิธียกน้ำชาคำนับญาติผู้ใหญ่ หรือพิธีกราบไหว้ฟ้าดินใดๆทั้งสิ้น
เพียงแต่งชุดเจ้าสาวสีแดงขึ้นเกี้ยวสามัญธรรมดาๆ ที่ตาเฒ่ากวงส่งคนไปรับมาส่งตัวเข้าห้องหอที่บ้านของฝ่ายชายเพียงเท่านั้น จึงไม่มีการกินเลี้ยงเชิญแขกเหรื่อภายนอกให้ใหญ่โตวุ่นวายอย่างใด
แต่ด้วยความที่เศรษฐีกวงตื่นเต้นดีใจที่คราวนี้ตนจะได้มีเมียเด็กวัยละอ่อนคราวลูกคราวหลาน ถึงแม้จะไม่มีการเชิญแขกเหรื่อภายนอก แต่ก็ยังมีการเลี้ยงฉลองภายในให้กับพวกบ่าวไพร่ในเรือนของตนเองได้ร่ำสุรากินอาหารอย่างใจป้ำ
เมื่อวานน่าจะเป็นคืนวันที่วิญญาณของจอมทัพได้เข้ามาอยู่แทนที่วิญญาณของเด็กสาววัย 13 หนาวเจ้าของร่างเดิมที่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในชะตาชีวิตอันไร้ที่พึ่งพิงของตนเอง แต่สาวน้อยร่างนี้ช่างใจเด็ดนัก แน่วแน่ที่จะปกป้องความบริสุทธิ์ของร่างกายตนเอง ไม่ยินยอมให้ถูกล่วงละเมิดจนต้องตกไปเป็นอนุของตาเฒ่าเศรษฐีกวง
" อย่าเข้ามานะ! ไอ้แก่ลามก! "
" เปรี้ยง! "
" โครม! "
" โอ้ยยยย! "
ตอนเข้าหอถึงกับกล้าตัดสินใจเอาเชิงเทียนมงคลวันแต่งงานนั่นแหละฟาดหัวกบาลเจ้าบ่าวเฒ่าของตนจนสลบเหมือด ทำให้รอดพ้นจากการเสียตัวแบบฉิวเฉียด แล้วรีบแอบวิ่งออกมาทางหลังบ้านซึ่งเวรยามหละหลวมเพราะพากันร่ำสุราฉลองงานแต่งอนุคนใหม่ของเจ้านายจนเมามายไร้สตินอนก่ายกองกันอยู่อย่างระเนระนาดหลบหนีออกมาจนได้
เมื่อแอบหนีออกมาจากบ้านเศรษฐีกวงได้แล้ว สาวน้อยก็ไม่กล้ากลับไปยังบ้านเว่ยซึ่งเป็นบ้านเดิมของตน ตัดสินใจออกวิ่งแบบล้มลุกคลุกคลานฝ่าลมหนาวเย็นในยามค่ำคืนมุ่งหน้าตรงไปยังหมู่บ้านตงซึ่งสหายรักของตนนามว่า " ตงหง " พักอาศัยอยู่ถัดไป สหายหญิงสนิทที่มีวัยไล่เลี่ยกันเพียงคนเดียว ซึ่งรักใคร่ห่วงใยคอยช่วยเหลือกันและกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยยังเด็กมาแล้ว
ด้วยความเหน็ดเหนื่อยและร่างกายไม่แข็งแรงเพราะการกินอยู่ที่อดหยากแร้นแค้น ประจวบกับความตื่นตระหนกตกใจในเรื่องราวที่เกิดขึ้นทำให้เว่ยซูเม่ยที่อ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจมีอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ตายจากไปแบบกะทันหันตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาเสียอย่างนั้น
และด้วยบุพกรรมที่เคยมีร่วมกันเป็นเหตุทำให้วิญญาณของจอมทัพได้เข้ามาอยู่แทนที่ในร่างของเว่ยซูเม่ย ณ ที่แห่งนี้
" จอมทัพ " หนุ่มวัยทำงานอายุสามสิบกว่าปี ผู้เบื่อหน่ายและเหน็ดเหนื่อยกับการใช้ชีวิตของพนักงานระดับล่างเงินเดือนต่ำต้อยน้อยค่าของตนเอง ที่ทุกวันต้องรีบตื่นแต่เช้าไปทำงานงกๆจนมืดค่ำถึงจะได้กลับบ้าน
ชายหนุ่มผู้พยายามตะเกียกตะกายดิ้นรนใช้ชีวิตอย่างประหยัดจนตัวลีบมาหลายปีแล้วก็ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันจนสามารถมาเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนเองให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมได้
เดือนหนึ่งๆ วนลูปอยู่กับการที่เงินเดือนไม่เคยพอใช้ สิ้นเดือนก็จ่ายหนี้บัตรเครดิตที่รูดมาซื้อของกินของใช้ที่จำเป็นของเดือนที่แล้วล่วงหน้าจนเงินเดือนแทบจะหมดเกลี้ยง แล้วก็ไปรูดบัตรเครดิตซื้อของกินของใช้ของเดือนนี้มาใช้ใหม่ วนเวียนซ้ำซากอยู่แบบนี้ เป็นชีวิตที่เขาเอือมระอาจนสุดที่จะทนแล้ว
หรือเป็นเพราะคำบ่นว่าเบื่อหน่ายของเขาที่ไม่อยากใช้ชีวิตของตัวเองที่พูดซ้ำซากอยู่ทุกวี่ทุกวัน? แต่ชีวิตใหม่ที่ให้มาอยู่แทนที่นี่มันก็หนักกว่าเดิมอีกไหม?
" เวรเอ้ยยย! ใครส่งกูมาที่นี่วะ? "
" โอ้ยยย! ปวดหัวโว้ยย! "
จอมทัพในอดีต หรือเว่ยซูเม่ยในตอนนี้ยกมือขึ้นทุบหัวของตัวเองถี่ๆ เพื่อหวังจะให้ช่วยคลี่คลายจากอาการปวดเวียนหัวจนมึนงงที่เป็นอยู่
หรือเขาน่าจะซ้อนวิญญาณหลุดเข้ามาแบบมึนงงตั้งแต่เจ้าของร่างนี้กล้าลุกขึ้นมาตีหัวตาเฒ่านั่นแล้วกระมัง?
" อาเม่ย! "
" หือ? ใครเรียกวะ? "
*****************************
สวัสดีค่ะ
สุขสันต์วันสงกรานต์
ขอให้มีสุขสมบูรณ์
ชุ่มฉ่ำอุรากันทุกท่านนะคะ
P-Alize (ฤาหวนคืน)
2.ต้องลงมือทำ
" อาเม่ย!!! "
ตงหง หรือ อาหง สหายรักของเว่ยซูเม่ยที่ตื่นนอนขึ้นมาก่อนใครในตอนเช้าตั้งแต่ฟ้ายังมืดไม่ทันจะสว่าง แล้วรีบลุกขึ้นแยกตัวเองออกจากสหายที่ยังนอนคู้ไม่รู้สึกตัวอยู่ข้างกันในเพิงเก็บของหลังเก่าที่ว่างอยู่ข้างหลังบ้านเพื่อออกไปล้างหน้าล้างตาจัดการธุระส่วนตัวของตนเอง
เมื่อเสร็จธุระส่วนตัวแล้วก็รีบเดินย้อนกลับมาหาสหายรักอีกครั้งด้วยความห่วงใย ทันได้มาเห็นภาพของเว่ยซูเม่ยที่กำลังทุบหัวตัวเองดังปึกๆเหมือนดั่งคนบ้าอยู่อย่างนั้นเข้าพอดี
" อาเม่ย! อาเม่ย! ฮะ ฮึก เจ้าอย่าทำร้ายตัวเองแบบนี้เลยนะ ข้าเจ็บปวดใจแทนเจ้าเจียนตายอยู่แล้ว อาหงผู้นี้! ช่างเป็นเพื่อนที่ไม่เอาไหน ไม่สามารถช่วยเหลือเจ้ายามทุกข์ยากเดือดร้อนได้เลย โฮ! โฮ! "
อาหงรีบสาวเท้าวิ่งเข้ามาเอามือยื้อยุดสาวน้อยตัวผอมบางไม่ต่างกันเอาไว้เพื่อไม่ให้สหายทำร้ายตนเองอีกต่อไป พร้อมกับร้องไห้ฟูมฟายรำพึงรำพันออกมาจนน้ำตาเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าที่ผอมบางซีดเซียวด้วยความทุกข์ยากในชีวิต และดูมอมแมมด้วยน้ำตาจากความโศกเศร้าเสียใจกับโชคชะตาและเรื่องราวของสหายรักที่กำลังเผชิญอยู่
เรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนนี้ที่ต่างปรับทุกข์บอกเล่าสู่กันฟังจนต่างคนต่างผล็อยหลับไปตามสภาพร่างกายของตนเองนั้น
" ใครวะ? อาหง? "
" ข้าเองน่ะสิ! เจ้าอย่าทำแบบนี้เลยนะ พวกเรา พวกเราพากันหนีไปจากที่นี่กันเถิด! "
" หนีไป? "
" ใช่! "
" จะหนีไปไหน? แล้วพ่อกับแม่ของพวกเราจะโดนทำร้ายให้เจ็บตัวตามกันไปด้วยไหม? ไหนจะพี่ๆน้องๆของพวกเราอีกล่ะ? ข้าหนีเอาตัวรอดคนเดียวแล้วทิ้งปัญหาเอาไว้แบบนี้ไม่ได้หรอก! ตาเฒ่ากวงต้องไม่ยอมปล่อยให้ครอบครัวของข้าอยู่ดีมีสุขเป็นแน่! พาลจะสร้างความลำบากไปถึงครอบครัวของเจ้าเข้าด้วย "
" ละ แล้วเจ้าจะทำอย่างไรหรือ? "
อาหงเอ่ยปากถามสหายของตน พร้อมกับทำตาปริบๆ อย่างคนซื่อบื้อที่จับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร
" ปัญหาทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะบ้านข้าไม่มีเงินใช้หนี้คนอื่นเขา การหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ข้าจะต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุด ต้องหาเงินมาใช้หนี้ไอ้เศรษฐีเฒ่าเจ้าเล่ห์นั่นทั้งหมดให้จงได้ "
" งะ เงินตั้งสิบตำลึงเงิน มากมายขนาดนั้นเจ้าจะไปหาเอาจากที่ไหน? ตอนนี้แม้แต่อีแปะเดียวก็ยังไม่มีเลย "
" อือม์! "
ต่างคนต่างพูด และแล้วสองสาวน้อยที่น่าสงสารต่างก็นั่งกอดเข่าเจ่าจุกมองหน้ากันจ่อมจมอยู่ในความคิดคำนึงของตนเองอย่างเหงาหงอยไร้หนทาง
เว่ยซูเม่ยนั่งคิดคำนึงวนอยู่ในหัวของตนเองว่า แล้วนี่จะทำอย่างไรต่อไปดีเล่า? พูดว่าจะหาเงินมาใช้หนี้ทั้งหมดน่ะมันง่าย แต่ทำน่ะมันยาก เงินตั้งสิบตำลึงเชียวนะ! ว่าแต่จะหาเงินจากไหนมาใช้หนี้ได้ล่ะ?
ใคร? ใครมันส่งกูให้มาทุกข์ยากอยู่ที่นี่ว่ะ? ตัวช่วยน่ะมีให้ไหม? หรือจะเข้าป่าไปหาของดีมาขายแบบในนิยายทะลุมิติที่เคยอ่านดีวะ? เผื่อจะมีความโชคดีแบบตัวเอกในนิยายบ้าง ขืนมานั่งงอมืองอเท้าอยู่เฉยๆแบบนี้ก็เสียเวลาทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์อะนะ
เอาว่ะ! ต้องลุกขึ้นมาลงมือทำ! ลองดูกันสักตั้ง มือเท้าก็ยังอยู่ดีมีครบ ถึงจะไม่ค่อยมีเรี่ยวมีแรงสักเท่าไหร่ก็ตามทีเถอะ! ท้องก็ร้องโครกครากแบบไม่รักหน้าเจ้าของเล้ยยย ถึงแม้จะรู้สึกหิวมากเพียงไรก็ตาม เขาก็ไม่กล้าเอ่ยปากร้องขออาหารจากสหายรักของตน
ด้วยรู้ดีจากความทรงจำของร่างเดิมว่าครอบครัวแปดชีวิตของอาหงนั้น ข้าวหรือธัญพืชที่จะกรอกหม้อกินในแต่ละมื้อ หรือในแต่ละวันก็แทบจะไม่มีเหมือนกัน เฮ้ออ! บ้านนี้ก็นะ! ลูกดกอะ!
พ่อแม่ ลูกสาวคนโตต่อด้วยลูกชายอีกสี่คนรวดปิดอู่สุดท้ายด้วยลูกสาวคนสุดท้องอย่างตงหงอีกคนรวมแปดชีวิตอัดรวมกันอยู่ภายในกระท่อมดินหยาบห้องเดียวหลังเล็กๆ ทำให้เมื่อคืนอาหงซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านถึงต้องพาตัวเขาระเห็จออกมานอนกองรวมกันอยู่สองคนที่เพิงหมาแหงนโย้เย้นี่ไง?
ดีที่ตอนนี้ยังไม่ใช่ฤดูหนาวนะ ไม่งั้นก็ไม่อยากจะคิดว่าคงนอนแข็งทื่อตายกันไปตั้งแต่กลางคืนไม่ทันได้ลุกขึ้นมาตื่นนอนในตอนเช้าไปแล้ว
" ไป! กองทัพต้องเดินด้วยท้อง! ไปเข้าป่าหาอะไรกินลงท้องกันก่อนเถอะ กินอิ่มแล้วค่อยมาว่ากันอีกทีนะ "
เว่ยซูเม่ยพูดจบก็ขยับตัวลุกเดินออกมาจากแคร่ เอามือวักน้ำจากโอ่งดินที่ตั้งอยู่ข้างๆเพิงมาล้างหน้าบ้วนปากอย่างรวดเร็ว เสร็จแล้วก็สาวเท้าก้าวเดินยาวๆตรงไปยังป่าหลังบ้านของอาหงที่ตนจำได้อยู่ในความทรงจำเดิมว่า ป่านี้กว้างใหญ่มีอาณาเขตติดต่อกันหลายหมู่บ้าน รวมถึงหมู่บ้านกู้ที่เจ้าของร่างเดิมอาศัยอยู่ด้วย
" เดี๋ยวอาเม่ยยย! รอข้าด้วยยยย! "
อาหงร้องตะโกนพลางเอื้อมมือคว้าตะกร้าไม้ไผ่สานสำหรับใส่ของใบที่ว่างเปล่าอยู่ตวัดขึ้นสะพายหลัง พร้อมหยิบมีดบิ่นๆ กับเสียมเล็กขุดดินแถวนั้นติดมือของตนรีบออกตัววิ่งตามไปด้วยอย่างไม่รอช้า
ในขณะเดียวกันก็อดที่จะมีความรู้สึกแปลกๆ กับทั้งคำพูดคำจาและทีท่าของสหายสนิทที่เปลี่ยนไปจากเดิมโดยไม่รู้แน่ชัดว่ามาจากเหตุใดขึ้นมาในใจตนเองไม่ได้ หรือว่าอาเม่ย! เป็นเพราะนางได้รับความสะเทือนใจมากไปจากเรื่องราวที่เกิดขึ้น เลยทำให้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปเช่นนี้?
ฝ่ายจอมทัพหรือเว่ยซูเม่ยก็แอบรำพึงรำพันขึ้นมาอยู่ในใจเงียบๆคนเดียวว่า ป่านนี้ตาเฒ่ากวงมันจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอาละวาดบ้านแตกไปแล้วหรือยังนะ? ต้องรีบหาของมีค่าที่จะแลกเปลี่ยนเป็นเงินไปใช้หนี้แก้ปัญหาทั้งหมดให้ได้ทีเดียวก่อนเป็นอันดับแรก
ต้องรีบสะสาง! ไม่อย่างนั้นคนบ้านเว่ยคงโดนเล่นงานกันจนอ่วม ใครก็ตามที่ส่งเขามาที่นี่ก็ต้องรับผิดชอบชีวิตเขาด้วย ต้องช่วยเหลือเขาด้วยนะ! ไม่งั้น? สวยแน่!
ใคร้? ใครที่จะสวย? ตัวกูเองนี่แหละ!จากผู้ชายที่เคยแอบชอบมองผู้ชายด้วยกันเองด้วยความสับสนกับรสนิยมที่ตัวเองก็ยังไม่แน่ชัด หรือเข้าใจมันได้ดีพอ กลายร่างมาเป็นผู้หญิงที่เมื่อก่อนเคยแอบคิดเล่นๆแบบสนุกๆไปว่า ถ้าหากเกิดมาเป็นผู้หญิงก็คงดีจะได้บอกรักผู้ชายที่ตนแอบมองได้ แล้วไง? คิดเล่นเป็นจริง! พอตอนนี้ดันกลายมาเป็นผู้หญิงจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิด? บันเทิงล่ะกู!
ซูเม่ยคิดพลางก็เร่งฝีเท้าก้าวเดินยาวๆอย่างคนร้อนใจ สายตาก็สอดส่ายมองหาของอะไรที่พอจะกินได้หรือใช้แลกเปลี่ยนเป็นเงินได้ไปด้วย ได้ยินเสียงฝีเท้าของอาหงวิ่งตามตุ๊บๆ อยู่ข้างหลังจนมาทันกันได้ในที่สุด
อาหงกำลังจะอ้าปากตัดพ้อต่อว่า แต่เมื่อมองเห็นหน้านิ่วคิ้วขมวดของสหาย พร้อมกับกลิ่นอายจริงจังที่ทำให้รู้สึกเกรงใจไปเองอย่างไม่รู้ตัว ก็เลยอ้าปากแล้วก็หุบปากเดินตามไปเงียบๆโดยไม่ส่งเสียงอะไรเสียอย่างนั้น
" อาหง! เจ้ารู้บ้างไหมว่าพวกชาวบ้านเขาเข้าไปหาสมุนไพรหายากกันที่ป่าบริเวณไหน?
" ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรกันเล่า? ทุกทีที่เคยเข้าป่าไปหาผักกินกันกับเจ้าก็แค่ป่าบริเวณรอบนอกนี้เท่านั้น สมุนไพรมีค่าพวกนั้นน่าจะต้องเข้าไปในเขตป่าชั้นในหรือป่าลึกลับโน้น พวกเราต่างขี้กลัวขลาดเขลาออกปานนี้ มีหรือที่เคยจะกล้าเข้าไปกันเองตามลำพังสองคนเลยสักครั้ง? "
" งั้นวันนี้ก็ลองเข้าไปดูกันเถอะ! ตามข้ามาเร็วๆเข้า! "
" ฮะ! อาเม่ยยย! ช้าหน่อย! รอข้าด้วยยย "
3.เทพเซียนบรรพบุรุษ
" อาเม่ย! รอข้าด้วยยย! "
อาหงทั้งร้องทั้งเรียกทั้งเร่งฝีเท้าพลางก้มหน้าก้มตาตั้งมั่นเดินตามหลังคนที่เดินนำหน้าจนหายใจหายคอแทบไม่ทัน ทำไมวันนี้สหายที่ร่างกายอ่อนแอของตนถึงเดินได้รวดรวดเร็วนักล่ะ?
สาวน้อยบ้านตงพยายามเร่งฝีเท้าเดินตามติดอาเม่ยจนเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ได้? รู้แต่ว่าพอเงยหน้าขึ้นมาตามที่อีกฝ่ายส่งเสียงบอกให้หยุดได้แล้ว ก็ต้องตกตะลึงกับทิวทัศน์ตรงหน้าที่ตนไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย
" อาหงหยุดตรงนี้ก่อน!
นี่! มันไม่ใช่ป่าโปร่งรอบนอกที่นางเคยเข้ามาหาของป่าด้วยกันกับอาเม่ยอยู่เป็นประจำนี่นา! มันคงป่าทึบชั้นในกระมัง?
" เจ้ามองหาเห็ดสนเก็บใส่ตะกร้า แล้วนั่งรอข้าอยู่ที่นี่ไปก่อนนะ! "
เว่ยซูเม่ยส่งเสียงร้องบอกอีกคนให้รอตนอยู่ที่นี่ พร้อมกับสั่งความให้สหายหาเก็บเห็ดสนเอาไว้รอท่าด้วย ซึ่งตัวเองก็ไม่เข้าใจว่า ตนรู้ได้อย่างไรว่าตรงนี้มีเห็ดสนกำลังกินให้เลือกเก็บเอาได้ เมื่อพูดจบแล้วก็ผละตัวก้าวเดินออกห่างจากสหายอย่างไม่ยินยอมให้เสียเวลาอีกต่อไป
" หา! อาเม่ยยย! แล้วเจ้าจะไปที่ใดอย่างนั้นรึ? "
อาหงที่เพิ่งจะเงยหน้าขึ้นมาก็ร้องถามออกมาเสียงหลงด้วยความตกใจกับการเดินจากไปอย่างกะทันหันของอาเม่ยผู้เป็นสหายรักของตน แต่ถึงอย่างไรนางก็ยอมเชื่อฟังแต่โดยดี โดยพยายามสอดส่ายสายตามองหาเห็ดสนตามที่อาเม่ยได้ตะโกนบอกสั่งความเอาไว้
ซูเม่ยที่อยู่ๆมีความรู้สึกในส่วนลึกผุดขึ้นมาเองราวกับเทพเซียนดลใจทำให้รู้สึกเอาเองได้ว่า ตนต้องเดินบุกป่าฝ่าดงต่อไปข้างหน้าเพียงลำพังคนเดียวจึงจะพบเจอกับของมีค่าตามที่ต้องการ
" เฮ้ย! พลั่ก! พลั่ก! พลั่ก! อิหยังวะ? "
เว่ยซูเม่ยไม่รู้ว่าก้าวเท้าพลาดที่ตรงไหน? รู้แต่ว่าตนเองกำลังเดินบุกป่าทึบอยู่ดีๆก็ก้าวตกลงไปในหลุมลึก จนตัวกลิ้งลุ่นๆผ่านชั้นใต้ดินเบื้องล่างอย่างรวดเร็วหล่นลงไปยังถ้ำใต้ดินที่กว้างขวางใหญ่โตแห่งหนึ่ง ภายในถ้ำสว่างไสว อากาศปลอดโปร่งเบาสบายไม่ทำให้รู้สึกว่าอึดอัด
" โอ้ยยย! ซี้ดดด! เจ็บแฮะ! แล้วข้อมือไปฟาดโดนอะไรเล่านี่? เป็นแผลเลือดไหลออกซิบๆเลย! แปลกจริง! ทำไมรอยแผลมันถึงเหมือนด้ายแดงถักเปียเกลียวเหมือนเป็นกำไลพันข้อมือพอดิบพอดีเลยวะ? "
เว่ยซูเม่ยเหม่อมองดูรอยแผลสีแดงที่เหมือนเปียผมเส้นเล็กพันวนรอบข้อมือข้างขวาของตัวเองอย่างสวยงามปราณีตบรรจงด้วยความประหลาดใจ สมองสั่งการตามความรู้สึก มือซ้ายพลันยกขึ้นมาลูบคลำรอยด้ายแดงพันเปียที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างฉงนฉงายอยู่ภายในใจ
" เหวอออ!!! "
ทันทีที่มือสัมผัสกับรอยแผลที่เหมือนเปียเส้นด้ายสีแดงนั้น ก็เหมือนบังเอิญไปปลดกลไกเปิดค่ายกลอะไรบางอย่างเข้า เพราะพื้นถ้ำเป็นดินดำแปลกตาที่เขานั่งอยู่นั้น กลับขยายกว้างออกกลายเป็นผืนดินดำใหญ่โตกว่าเดิมอีกร่วมสองถึงสามเท่าตัวกระมัง?
ผนังถ้ำสองข้างซ้ายขวาที่เดิมเป็นผนังหินราบเรียบว่างเปล่าแสนธรรมดา พลันเปลี่ยนแปลงเปิดตัวอลังการ เต็มไปด้วยช่องที่ถูกเจาะเป็นโพรงเหมือนรวงผึ้งยักษ์ขนาด 2x2 ฉื่อ หรือ 1x1 เมตร (10 ฉื่อ = 2.5 เมตร)
ช่องมากมายเจาะเรียงกันตั้งแต่ระดับพื้นดินสูงขึ้นไปท่วมหัวจนถึงช่องเก็บอันสุดท้ายจรดเพดานถ้ำ ที่สำคัญว่าอลังการก็คือแต่ละช่องล้วนแล้วแต่มีหีบสมบัติใบใหญ่บรรจุอยู่ภายในช่องนั้น
หีบใบที่มองเห็นในระดับสายตามีตำลึงเงิน ตำลึงทอง ก้อนทองที่หลอมเป็นแท่งสี่เหลี่ยมบ้าง หลอมเป็นรูปก้อนทรงกลม หรือหลอมเป็นรูปทรงปิรามิด และรูปทรงแปลกตาอื่นๆ อีกหลากหลายใส่อยู่จนเต็มหีบ
บางหีบก็เป็นก้อนทองหลอมเป็นรูปตัวปลาแบบปลาทองดูคล้ายของโบราณบรรจุอยู่จนเต็มหีบเช่นกัน นอกจากนี้แล้ว ช่องเก็บอื่นๆ ยังมีพวกเครื่องประดับสวยงามอันมีค่าแวววาวแทบล้นหีบอีกเป็นจำนวนมาก
แล้วทำไมเขาถึงรู้ว่าหีบที่วางอยู่ในระดับสายตามองเห็นพวกนี้เป็นของมีค่าอย่างตำลึงเงิน ตำลึงทอง ก้อนทองโบราณหรือเครื่องประดับสวยงามอะไรพวกนั้นบรรจุไว้น่ะหรือ?
ก็หีบทุกใบมันเปิดฝาอ้าออกเพื่อแข่งขันประชันกันส่องแสงระยิบระยับ อวดโฉมสิ่งของมีค่าที่บรรจุอยู่ภายในแบบล้นทะลักออกมาให้เห็นกับตาน่ะสิ!
" ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! "
ส่วนหีบในช่องรวงผึ้งใบที่อยู่สูงเกินกว่าระดับสายตาจะมองเห็นอีกมากมายหลายร้อยหีบนั้น ถึงแม้จะไม่รู้ว่าบรรจุสิ่งของอะไรไว้อยู่ภายในกันแน่ แต่เวลานี้ก็ขอคิดแบบเข้าข้างตัวเองไปก่อนว่า เป็นสิ่งของที่มีค่าเช่นเดียวกัน ก็ในเมื่อหีบที่เปิดฝาออกล้วนบรรจุสิ่งของมีค่า หีบที่อยู่สูงๆถึงมองไม่เห็นสิ่งของภายใน แต่มันก็ต้องเป็นของดีมีค่าควรเมืองเหมือนกันนั่นแหละวะ!
ซูเม่ยดีใจจนเนื้อเต้น ลองคาดคะเนนับจำนวนหีบดูด้วยสายตาอย่างคร่าวๆ แล้ว หีบทั้งหมดทั้งมวลที่มีมากจนทำให้ละลานสายตาเต็มไปหมดนั้น อย่างต่ำน่าจะมีเป็นจำนวนหลายร้อยหลายพันหีบได้อยู่นะ
" ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! กูรวยแล้วโว้ยยย! "
ไม่ต้องเสียเวลาออกแรงขุดหาของป่าอะไรพวกนั้นให้เมื่อย ก็ได้ของมีค่าสำเร็จรูปพวกนี้มาเป็นจำนวนมาก ดี! ดีที่สุด! ยอดเยี่ยม! ถูกใจเป็นยิ่งนัก!
" ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! "
เว่ยซูเม่ยแหงนคอตั้งบ่ามองดูหีบสมบัติมากมายของตัวเองที่ส่องแสงแข่งกัน แล้วพูดพึมพำคนเดียว หัวเราะไม่หยุดจนพุงน้อยๆกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความดีใจเหมือนกับคนบ้า
" โครม! โว้ยย! ใครถีบกูวะ? "
ความรู้สึกเหมือนถูกลูกถีบ เร็ว! แรง! เต็มๆ แบบลงนรกแระ! อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ตูมมม!!! จมลงก้นบ่อน้ำสีเขียวใสดั่งมรกต พร้อมพลังบางอย่างที่เข้ามากดทับบังคับให้ทั้งตัวจมดิ่งลงใต้น้ำไปเรื่อยๆ
จากตอนแรกที่ตกใจพยายามดิ้นรนโดยฝืนแรงกดดันอันมหาศาลเพื่อที่จะแหวกว่ายช่วยตัวเองให้ลอยตัวขึ้นมาอยู่เหนือน้ำแต่ไม่สามารถกระทำได้ กลับยิ่งถูกกดให้จมลึกดิ้นพล่าน น้ำเข้าปากเข้าจมูก รู้สึกถึงความเย็นเยือกและแสบร้อนไปทั่วทั้งร่างกายในเวลาเดียวกัน จนยากที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดใดได้
ทั้งเนื้อตัวเหมือนถูกแรงฉีกกระชากออกแล้วถูกป่นกระดูกหลอมรวมกันขึ้นมาใหม่ เจ็บปวดเจียนตายจนแทบอยากจะสลบสิ้นสติสมประดี นอนหลับตาแน่นิ่งขยับร่างกายไม่ได้ จมอยู่ใต้น้ำไปเสียอย่างนั้น
เวลาผันผ่านไปอย่างรวดเร็วนานเท่าใดก็ไม่อาจรู้ได้ อยู่ในสภาวะกึ่งรู้สึกตัวเพราะยังรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นทางกายได้ กับกึ่งหลับไหลอยู่เช่นนั้น จวบจนค่อยๆได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นมาข้างหูอย่างชัดเจนว่า
" สถานที่แห่งนี้คือมิติคลังสมบัติของเซียนบรรพบุรุษต้นตระกูลเว่ยที่มีมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล ห่างหายจากการสืบทอดให้กับบุตรหลานในสายเลือดของตนมาเนิ่นนานหลายแสนปีล่วงมาแล้ว จะเป็นด้วยเหตุผลกลใดหรือเป็นเพราะนามซูเม่ยที่หมายถึงมนตราที่สวยงาม อันอาจจะเป็นสัญญาสืบทอดก็แล้วแต่ ปู่เองก็สุดที่จะรู้ได้ มิติวิเศษแห่งนี้ถึงเลือกดึงตัวตนของเจ้าอีกคนหนึ่ง คือ จอมทัพที่ยังพอมีสายเลือดของตระกูลเว่ยไหลเวียนอยู่ภายในกายอย่างเจือจางจากโลกใบเดิมที่เจ้าใช้ชีวิตอยู่ให้มาแทนที่ซูเม่ยบรรพบุรุษต้นตระกูลคนหนึ่งของเจ้า และเป็นตัวตนที่แท้จริงของเจ้า! ให้กลับมาในโลกคู่ขนานคล้ายกับจีนโบราณแห่งนี้ เพื่อให้เจ้าได้มีโอกาสในการพลิกฟื้นชะตาชีวิตของตนเองอีกครั้ง! "
" โอ้ยยย! ฟังแล้วยิ่งงงคร้าบบบ! "
" โป๊ก!!! "