โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

[END] หลงมิติมนตรา [มี E-book]

นิยาย Dek-D

อัพเดต 12 ต.ค. 2566 เวลา 02.08 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2566 เวลา 02.08 น. • P-Alize
" โว้ยยย! ไม่อยากใช้ชีวิตแล้วเว้ยยยย! กูเหนื่อยยย! " เมื่อหนุ่มหล่อเบื่อหน่ายกับชีวิต แล้วใครบางคนก็ดลบันดาลให้เป็นไปตามปากจนเจ้าตัวถึงกับต้องร้องอุทานว่า " เรือหายยย! "

ข้อมูลเบื้องต้น

สวัสดีปีใหม่ไทยค่าาา

เนื่องในวันดีปีใหม่ไทย ขอมอบความสุขให้กับรี้ดที่น่ารักทุกท่านด้วยนิยายเรื่องใหม่ของไร้ท์ที่ชื่อว่า " หลงมิติมนตรา " ด้วยนะคะ

เป็นแนวจีนโบราณแบบแฟนตาซีเหมือนเช่นเคยค่ะ ขอให้รี้ดได้รับความสุขจากอรรถรสแห่งการอ่านกันทุกท่านเลยนะคะ

ตัวละคร ชื่อบุคคล เหตุการณ์ สถานที่ล้วนเป็นสิ่งสมมติที่ไร้ท์กำหนดขึ้นไม่อิงกับบุคคลจริงหรือสถานที่จริงแต่อย่างใด

นิยายเรื่องนี้มีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย ห้ามล่วงละเมิด

***นอกจากนิยายเรื่องนี้แล้วไร้ท์ยังมีนิยายแนวแฟนตาซีทะลุมิติที่เขียนจบไปแล้วอีก 4 เรื่อง เชิญติดตามกันได้เลยนะคะ***

1.เหม่ยอิงแม่แฝดสี่

" เดี๋ยวๆ โอ้ย ปวดหัว ปวดหูไปหมดแล้วโว้ย เสียงลูกใครมาร้องไห้ตะโกนใส่หูวะ ช่างแม่ง! ไม่ใช่ลูกกู "

" ท่านแม่ แง แง แง แง "

นิสิตหนุ่มจบใหม่คณะบริหารธุรกิจมหาลัยชื่อดังร้องตะโกนขึ้นอย่างงวยงงสุดขีด

" อ้าว เฮ้ย นี่ลูกกูเอ้งงง "

2.ฟางเฟินหวนลิขิต

" แม่ครับ ทำไมพ่อยังไม่มา? ทำไมมีแต่แม่กลับมาหาผมคนเดียว? ทำไมเราต้องย้ายบ้านด้วยครับ? "

เอิ่ม! สามทำไมแล้วจะตอบลูกว่ายังไง? เมื่อทะลุมิติมาแล้วเธอคิดจะตัดพ่อของลูกและตระกูลของเขาออกไปจากชีวิต

3.จากนี้…สู้ชีวิตใหม่

พรุ่งนี้ชีวิตใหม่ต้องดีกว่าเดิม

" หา อะไรคือชีวิตใหม่ไม่ได้อยู่ที่โลกใบนี้ ท่านปู่ เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไปเจ้าค่ะ ท่านปู่ ท่านปู้ "

เผลอรับปากทำภารกิจแลกเงิน ดันทะลุมิติโผล่ไปโลกไหนก็ไม่รู้ ทำไงดีนะ

และยังมีอีกเรื่องที่พิเศษเพียงหนึ่งเดียวคือ

“ พี่มาใกล้ๆให้ผมตีหน่อย “

เป็นนิยายวายที่เกี่ยวกับความรักของไอดอลหนุ่มแดนมังกรแนวมิตรภาพของลูกผู้ชาย

มาเอาใจช่วยให้พวกเขาทั้งคู่สามารถดำรงมิตรภาพระหว่างกันไปให้ได้ตราบนานเท่านานนะคะ

นิยายเรื่องนี้จึงเน้นความรู้สึกของคนสองคน และความมุ้งมิ้งเวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกัน

จับมือฝ่าฟันทุกอุปสรรคที่ขวางกั้น ตราบจน….. I will always love you more and more.

See you again.

ขอบคุณมากค่ะ

P-Alize (ฤาหวนคืน)

1. มาแบบมึนงง

" โว้ยยย! ไม่อยากใช้ชีวิตแล้วเว้ยยยย! กูเหนื่อยยย! "

" อ้าว! เอาจริงดิ? นี่ที่ไหนวะ? "

" ฉิบหาย! เห้ย! เรือหาย! ทำไมกูกลายเป็นผู้หญิงงงงงงง? แล้วที่นี่มันที่ไหนกันวะ? "

" วอท? อะไรวะเนี่ย? "

นี่มันเพิงหมาแหงนที่ไหนกันวะ? ช่างโล่งโจ้งดีแท้! ฝาผนังเก่าๆผุๆด้านเดียวที่มีอยู่นี่คือมีเอาไว้ให้กันแดดกันลมได้แล้วใช่ไหม? โห! คนสร้างจะคิดประหยัดอะไรกันขนาดนั้น? แล้วทั่วทั้งเพิงว่างเปล่ามีแคร่ไม้เก่าๆผุๆเอียงๆ จะพังมิพังแหล่ที่กูนอนอยู่อันเดียวนี่อะนะ?

จอมทัพบ่นงึมงำอยู่ในใจเพียงคนเดียว พร้อมกับอาการปวดเศียรเวียนเกล้าอย่างรุนแรงที่จู่โจมเข้ามา เพราะการมองเห็นภาพเหตุการณ์ที่ทยอยวิ่งเรียงซ้อนๆกันเข้ามาปรากฏอยู่ในสมองของตนอย่างรวดเร็วเพื่อให้เขาเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเองที่เป็นอยู่ในทันทีทันใด

เขาผู้เป็นชายหนุ่มรูปงาม อันมีใบหน้าที่สวยหวาน ตาคม ปากนิด จมูกหน่อย ดูดียิ่งกว่าผู้หญิงบางคน แม้แต่ผู้ชายยังแอบชื่นชอบ ดันหลุดมิติหรือหลงมิติก็ไม่รู้ล่ะ มาอยู่ในยุคเสมือนจีนโบราณแห่งนี้ได้ไง แบบงงๆ

จากผู้ชายกลายเป็นผู้หญิงมาอยู่ในร่างของลูกสาวคนโตวัย 13 หนาวของตระกูลเว่ยนามว่า " ซูเม่ย ที่แปลว่ามนตราที่สวยงาม " นามอันไพเราะเพราะพริ้งที่ฟังดูแล้วเหมือนไม่ธรรมดาแต่กลับธรรมด๊า ธรรมดาเอามากๆ

เพราะเป็นเพียงเด็กหญิงในตระกูลของชาวบ้านที่ยากจนข้นแค้นไร้ซึ่งพละกำลังหรืออำนาจใดๆมาหนุนหลัง จนคนเป็นพ่อเป็นแม่โดนเศรษฐีกวงผู้ร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้านกู้ที่ครอบครัวอาศัยอยู่ ใช้กำลังบีบบังคับขู่เข็ญให้จำใจต้องขายลูกสาวเพียงคนเดียวยกให้ไปเป็นอนุของตาเฒ่ากวงผู้นั้น

เนื่องจากคนเป็นพ่อของบ้านเว่ยไปกู้ยืมเงินจากบ้านเศรษฐีกวงมาเป็นเงินจำนวน 1 ตำลึงเงินเพื่อไปซื้อยารักษาอาการเจ็บป่วยได้ไข้ต่อเนื่องอันเกิดจากฤดูหนาวที่กินเวลายาวนานกว่าทุกปีที่ผ่านมาของบุตรชายเพียงคนเดียวนามว่า " เว่ยหยุน " ที่มีวัย 5 หนาว แล้วไม่มีปัญญาชดใช้เงินคืน

เพราะเหตุที่ไอ้เศรษฐีหน้าเลือดมันคิดเงินทบต้นทบดอกแบบตามอำเภอใจ จากเงินยืมเพียงแค่ 1 ตำลึงเงินกลายเป็นเงินยืมถึง 10 ตำลึงเงินไปในเวลาเพียงไม่นานได้แบบหน้าด้านๆ อย่างน่าตกใจ

ด้วยความเกรงกลัวในอิทธิพลของตาเฒ่าเศรษฐีกวง และเพื่อความอยู่รอดของชีวิตลูกชาย บิดามารดาผู้ให้กำเนิดซึ่งมีความคิดตามแบบธรรมเนียมคนสมัยโบราณที่ว่า ลูกชายจักเป็นผู้สืบทอดเชื้อสายวงศ์ตระกูลของตนต่อไปในภายภาคหน้าจึงเลือกให้ความสำคัญกับลูกชายที่มีเพียงคนเดียวมากกว่าลูกสาวที่ตนเองมีอยู่

โดยทั้งคู่จำต้องยินยอมก้มหน้ากล้ำกลืนฝืนใจส่งมอบตัวลูกสาววัย 13 หนาวซึ่งยังไม่ถึงวัยปักปิ่น(15 หนาว)ดี ที่มีอยู่เพียงคนเดียวเช่นกันนั้น ให้ตกไปเป็นอนุของบ้านเศรษฐีกวงเจ้าเล่ห์เพื่อเป็นการชดใช้หนี้เงินยืม 10 ตำลึงเงินตามที่เศรษฐีหน้าเลือดต้องการ

เมื่อคืนวานที่ผ่านมาก็เป็นวันเข้าหอของเจ้าของร่างนามเว่ยซูเม่ย กับไอ้เศรษฐีแก่ลามกที่อยากจะเคี้ยวกินหญ้าอ่อนคนนั้น และเพียงเพราะเป็นการแต่งอนุที่ไร้ความสำคัญทำให้ไม่ต้องถึงกับมีพิธียกน้ำชาคำนับญาติผู้ใหญ่ หรือพิธีกราบไหว้ฟ้าดินใดๆทั้งสิ้น

เพียงแต่งชุดเจ้าสาวสีแดงขึ้นเกี้ยวสามัญธรรมดาๆ ที่ตาเฒ่ากวงส่งคนไปรับมาส่งตัวเข้าห้องหอที่บ้านของฝ่ายชายเพียงเท่านั้น จึงไม่มีการกินเลี้ยงเชิญแขกเหรื่อภายนอกให้ใหญ่โตวุ่นวายอย่างใด

แต่ด้วยความที่เศรษฐีกวงตื่นเต้นดีใจที่คราวนี้ตนจะได้มีเมียเด็กวัยละอ่อนคราวลูกคราวหลาน ถึงแม้จะไม่มีการเชิญแขกเหรื่อภายนอก แต่ก็ยังมีการเลี้ยงฉลองภายในให้กับพวกบ่าวไพร่ในเรือนของตนเองได้ร่ำสุรากินอาหารอย่างใจป้ำ

เมื่อวานน่าจะเป็นคืนวันที่วิญญาณของจอมทัพได้เข้ามาอยู่แทนที่วิญญาณของเด็กสาววัย 13 หนาวเจ้าของร่างเดิมที่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในชะตาชีวิตอันไร้ที่พึ่งพิงของตนเอง แต่สาวน้อยร่างนี้ช่างใจเด็ดนัก แน่วแน่ที่จะปกป้องความบริสุทธิ์ของร่างกายตนเอง ไม่ยินยอมให้ถูกล่วงละเมิดจนต้องตกไปเป็นอนุของตาเฒ่าเศรษฐีกวง

" อย่าเข้ามานะ! ไอ้แก่ลามก! "

" เปรี้ยง! "

" โครม! "

" โอ้ยยยย! "

ตอนเข้าหอถึงกับกล้าตัดสินใจเอาเชิงเทียนมงคลวันแต่งงานนั่นแหละฟาดหัวกบาลเจ้าบ่าวเฒ่าของตนจนสลบเหมือด ทำให้รอดพ้นจากการเสียตัวแบบฉิวเฉียด แล้วรีบแอบวิ่งออกมาทางหลังบ้านซึ่งเวรยามหละหลวมเพราะพากันร่ำสุราฉลองงานแต่งอนุคนใหม่ของเจ้านายจนเมามายไร้สตินอนก่ายกองกันอยู่อย่างระเนระนาดหลบหนีออกมาจนได้

เมื่อแอบหนีออกมาจากบ้านเศรษฐีกวงได้แล้ว สาวน้อยก็ไม่กล้ากลับไปยังบ้านเว่ยซึ่งเป็นบ้านเดิมของตน ตัดสินใจออกวิ่งแบบล้มลุกคลุกคลานฝ่าลมหนาวเย็นในยามค่ำคืนมุ่งหน้าตรงไปยังหมู่บ้านตงซึ่งสหายรักของตนนามว่า " ตงหง " พักอาศัยอยู่ถัดไป สหายหญิงสนิทที่มีวัยไล่เลี่ยกันเพียงคนเดียว ซึ่งรักใคร่ห่วงใยคอยช่วยเหลือกันและกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยยังเด็กมาแล้ว

ด้วยความเหน็ดเหนื่อยและร่างกายไม่แข็งแรงเพราะการกินอยู่ที่อดหยากแร้นแค้น ประจวบกับความตื่นตระหนกตกใจในเรื่องราวที่เกิดขึ้นทำให้เว่ยซูเม่ยที่อ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจมีอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ตายจากไปแบบกะทันหันตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาเสียอย่างนั้น

และด้วยบุพกรรมที่เคยมีร่วมกันเป็นเหตุทำให้วิญญาณของจอมทัพได้เข้ามาอยู่แทนที่ในร่างของเว่ยซูเม่ย ณ ที่แห่งนี้

" จอมทัพ " หนุ่มวัยทำงานอายุสามสิบกว่าปี ผู้เบื่อหน่ายและเหน็ดเหนื่อยกับการใช้ชีวิตของพนักงานระดับล่างเงินเดือนต่ำต้อยน้อยค่าของตนเอง ที่ทุกวันต้องรีบตื่นแต่เช้าไปทำงานงกๆจนมืดค่ำถึงจะได้กลับบ้าน

ชายหนุ่มผู้พยายามตะเกียกตะกายดิ้นรนใช้ชีวิตอย่างประหยัดจนตัวลีบมาหลายปีแล้วก็ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันจนสามารถมาเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนเองให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมได้

เดือนหนึ่งๆ วนลูปอยู่กับการที่เงินเดือนไม่เคยพอใช้ สิ้นเดือนก็จ่ายหนี้บัตรเครดิตที่รูดมาซื้อของกินของใช้ที่จำเป็นของเดือนที่แล้วล่วงหน้าจนเงินเดือนแทบจะหมดเกลี้ยง แล้วก็ไปรูดบัตรเครดิตซื้อของกินของใช้ของเดือนนี้มาใช้ใหม่ วนเวียนซ้ำซากอยู่แบบนี้ เป็นชีวิตที่เขาเอือมระอาจนสุดที่จะทนแล้ว

หรือเป็นเพราะคำบ่นว่าเบื่อหน่ายของเขาที่ไม่อยากใช้ชีวิตของตัวเองที่พูดซ้ำซากอยู่ทุกวี่ทุกวัน? แต่ชีวิตใหม่ที่ให้มาอยู่แทนที่นี่มันก็หนักกว่าเดิมอีกไหม?

" เวรเอ้ยยย! ใครส่งกูมาที่นี่วะ? "

" โอ้ยยย! ปวดหัวโว้ยย! "

จอมทัพในอดีต หรือเว่ยซูเม่ยในตอนนี้ยกมือขึ้นทุบหัวของตัวเองถี่ๆ เพื่อหวังจะให้ช่วยคลี่คลายจากอาการปวดเวียนหัวจนมึนงงที่เป็นอยู่

หรือเขาน่าจะซ้อนวิญญาณหลุดเข้ามาแบบมึนงงตั้งแต่เจ้าของร่างนี้กล้าลุกขึ้นมาตีหัวตาเฒ่านั่นแล้วกระมัง?

" อาเม่ย! "

" หือ? ใครเรียกวะ? "

*****************************

สวัสดีค่ะ

สุขสันต์วันสงกรานต์

ขอให้มีสุขสมบูรณ์

ชุ่มฉ่ำอุรากันทุกท่านนะคะ

P-Alize (ฤาหวนคืน)

2.ต้องลงมือทำ

" อาเม่ย!!! "
ตงหง หรือ อาหง สหายรักของเว่ยซูเม่ยที่ตื่นนอนขึ้นมาก่อนใครในตอนเช้าตั้งแต่ฟ้ายังมืดไม่ทันจะสว่าง แล้วรีบลุกขึ้นแยกตัวเองออกจากสหายที่ยังนอนคู้ไม่รู้สึกตัวอยู่ข้างกันในเพิงเก็บของหลังเก่าที่ว่างอยู่ข้างหลังบ้านเพื่อออกไปล้างหน้าล้างตาจัดการธุระส่วนตัวของตนเอง
เมื่อเสร็จธุระส่วนตัวแล้วก็รีบเดินย้อนกลับมาหาสหายรักอีกครั้งด้วยความห่วงใย ทันได้มาเห็นภาพของเว่ยซูเม่ยที่กำลังทุบหัวตัวเองดังปึกๆเหมือนดั่งคนบ้าอยู่อย่างนั้นเข้าพอดี
" อาเม่ย! อาเม่ย! ฮะ ฮึก เจ้าอย่าทำร้ายตัวเองแบบนี้เลยนะ ข้าเจ็บปวดใจแทนเจ้าเจียนตายอยู่แล้ว อาหงผู้นี้! ช่างเป็นเพื่อนที่ไม่เอาไหน ไม่สามารถช่วยเหลือเจ้ายามทุกข์ยากเดือดร้อนได้เลย โฮ! โฮ! "
อาหงรีบสาวเท้าวิ่งเข้ามาเอามือยื้อยุดสาวน้อยตัวผอมบางไม่ต่างกันเอาไว้เพื่อไม่ให้สหายทำร้ายตนเองอีกต่อไป พร้อมกับร้องไห้ฟูมฟายรำพึงรำพันออกมาจนน้ำตาเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าที่ผอมบางซีดเซียวด้วยความทุกข์ยากในชีวิต และดูมอมแมมด้วยน้ำตาจากความโศกเศร้าเสียใจกับโชคชะตาและเรื่องราวของสหายรักที่กำลังเผชิญอยู่
เรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนนี้ที่ต่างปรับทุกข์บอกเล่าสู่กันฟังจนต่างคนต่างผล็อยหลับไปตามสภาพร่างกายของตนเองนั้น
" ใครวะ? อาหง? "
" ข้าเองน่ะสิ! เจ้าอย่าทำแบบนี้เลยนะ พวกเรา พวกเราพากันหนีไปจากที่นี่กันเถิด! "
" หนีไป? "
" ใช่! "
" จะหนีไปไหน? แล้วพ่อกับแม่ของพวกเราจะโดนทำร้ายให้เจ็บตัวตามกันไปด้วยไหม? ไหนจะพี่ๆน้องๆของพวกเราอีกล่ะ? ข้าหนีเอาตัวรอดคนเดียวแล้วทิ้งปัญหาเอาไว้แบบนี้ไม่ได้หรอก! ตาเฒ่ากวงต้องไม่ยอมปล่อยให้ครอบครัวของข้าอยู่ดีมีสุขเป็นแน่! พาลจะสร้างความลำบากไปถึงครอบครัวของเจ้าเข้าด้วย "
" ละ แล้วเจ้าจะทำอย่างไรหรือ? "
อาหงเอ่ยปากถามสหายของตน พร้อมกับทำตาปริบๆ อย่างคนซื่อบื้อที่จับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร
" ปัญหาทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะบ้านข้าไม่มีเงินใช้หนี้คนอื่นเขา การหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ข้าจะต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุด ต้องหาเงินมาใช้หนี้ไอ้เศรษฐีเฒ่าเจ้าเล่ห์นั่นทั้งหมดให้จงได้ "
" งะ เงินตั้งสิบตำลึงเงิน มากมายขนาดนั้นเจ้าจะไปหาเอาจากที่ไหน? ตอนนี้แม้แต่อีแปะเดียวก็ยังไม่มีเลย "
" อือม์! "
ต่างคนต่างพูด และแล้วสองสาวน้อยที่น่าสงสารต่างก็นั่งกอดเข่าเจ่าจุกมองหน้ากันจ่อมจมอยู่ในความคิดคำนึงของตนเองอย่างเหงาหงอยไร้หนทาง
เว่ยซูเม่ยนั่งคิดคำนึงวนอยู่ในหัวของตนเองว่า แล้วนี่จะทำอย่างไรต่อไปดีเล่า? พูดว่าจะหาเงินมาใช้หนี้ทั้งหมดน่ะมันง่าย แต่ทำน่ะมันยาก เงินตั้งสิบตำลึงเชียวนะ! ว่าแต่จะหาเงินจากไหนมาใช้หนี้ได้ล่ะ?
ใคร? ใครมันส่งกูให้มาทุกข์ยากอยู่ที่นี่ว่ะ? ตัวช่วยน่ะมีให้ไหม? หรือจะเข้าป่าไปหาของดีมาขายแบบในนิยายทะลุมิติที่เคยอ่านดีวะ? เผื่อจะมีความโชคดีแบบตัวเอกในนิยายบ้าง ขืนมานั่งงอมืองอเท้าอยู่เฉยๆแบบนี้ก็เสียเวลาทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์อะนะ
เอาว่ะ! ต้องลุกขึ้นมาลงมือทำ! ลองดูกันสักตั้ง มือเท้าก็ยังอยู่ดีมีครบ ถึงจะไม่ค่อยมีเรี่ยวมีแรงสักเท่าไหร่ก็ตามทีเถอะ! ท้องก็ร้องโครกครากแบบไม่รักหน้าเจ้าของเล้ยยย ถึงแม้จะรู้สึกหิวมากเพียงไรก็ตาม เขาก็ไม่กล้าเอ่ยปากร้องขออาหารจากสหายรักของตน
ด้วยรู้ดีจากความทรงจำของร่างเดิมว่าครอบครัวแปดชีวิตของอาหงนั้น ข้าวหรือธัญพืชที่จะกรอกหม้อกินในแต่ละมื้อ หรือในแต่ละวันก็แทบจะไม่มีเหมือนกัน เฮ้ออ! บ้านนี้ก็นะ! ลูกดกอะ!
พ่อแม่ ลูกสาวคนโตต่อด้วยลูกชายอีกสี่คนรวดปิดอู่สุดท้ายด้วยลูกสาวคนสุดท้องอย่างตงหงอีกคนรวมแปดชีวิตอัดรวมกันอยู่ภายในกระท่อมดินหยาบห้องเดียวหลังเล็กๆ ทำให้เมื่อคืนอาหงซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านถึงต้องพาตัวเขาระเห็จออกมานอนกองรวมกันอยู่สองคนที่เพิงหมาแหงนโย้เย้นี่ไง?
ดีที่ตอนนี้ยังไม่ใช่ฤดูหนาวนะ ไม่งั้นก็ไม่อยากจะคิดว่าคงนอนแข็งทื่อตายกันไปตั้งแต่กลางคืนไม่ทันได้ลุกขึ้นมาตื่นนอนในตอนเช้าไปแล้ว
" ไป! กองทัพต้องเดินด้วยท้อง! ไปเข้าป่าหาอะไรกินลงท้องกันก่อนเถอะ กินอิ่มแล้วค่อยมาว่ากันอีกทีนะ "
เว่ยซูเม่ยพูดจบก็ขยับตัวลุกเดินออกมาจากแคร่ เอามือวักน้ำจากโอ่งดินที่ตั้งอยู่ข้างๆเพิงมาล้างหน้าบ้วนปากอย่างรวดเร็ว เสร็จแล้วก็สาวเท้าก้าวเดินยาวๆตรงไปยังป่าหลังบ้านของอาหงที่ตนจำได้อยู่ในความทรงจำเดิมว่า ป่านี้กว้างใหญ่มีอาณาเขตติดต่อกันหลายหมู่บ้าน รวมถึงหมู่บ้านกู้ที่เจ้าของร่างเดิมอาศัยอยู่ด้วย
" เดี๋ยวอาเม่ยยย! รอข้าด้วยยยย! "
อาหงร้องตะโกนพลางเอื้อมมือคว้าตะกร้าไม้ไผ่สานสำหรับใส่ของใบที่ว่างเปล่าอยู่ตวัดขึ้นสะพายหลัง พร้อมหยิบมีดบิ่นๆ กับเสียมเล็กขุดดินแถวนั้นติดมือของตนรีบออกตัววิ่งตามไปด้วยอย่างไม่รอช้า
ในขณะเดียวกันก็อดที่จะมีความรู้สึกแปลกๆ กับทั้งคำพูดคำจาและทีท่าของสหายสนิทที่เปลี่ยนไปจากเดิมโดยไม่รู้แน่ชัดว่ามาจากเหตุใดขึ้นมาในใจตนเองไม่ได้ หรือว่าอาเม่ย! เป็นเพราะนางได้รับความสะเทือนใจมากไปจากเรื่องราวที่เกิดขึ้น เลยทำให้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปเช่นนี้?
ฝ่ายจอมทัพหรือเว่ยซูเม่ยก็แอบรำพึงรำพันขึ้นมาอยู่ในใจเงียบๆคนเดียวว่า ป่านนี้ตาเฒ่ากวงมันจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอาละวาดบ้านแตกไปแล้วหรือยังนะ? ต้องรีบหาของมีค่าที่จะแลกเปลี่ยนเป็นเงินไปใช้หนี้แก้ปัญหาทั้งหมดให้ได้ทีเดียวก่อนเป็นอันดับแรก
ต้องรีบสะสาง! ไม่อย่างนั้นคนบ้านเว่ยคงโดนเล่นงานกันจนอ่วม ใครก็ตามที่ส่งเขามาที่นี่ก็ต้องรับผิดชอบชีวิตเขาด้วย ต้องช่วยเหลือเขาด้วยนะ! ไม่งั้น? สวยแน่!
ใคร้? ใครที่จะสวย? ตัวกูเองนี่แหละ!จากผู้ชายที่เคยแอบชอบมองผู้ชายด้วยกันเองด้วยความสับสนกับรสนิยมที่ตัวเองก็ยังไม่แน่ชัด หรือเข้าใจมันได้ดีพอ กลายร่างมาเป็นผู้หญิงที่เมื่อก่อนเคยแอบคิดเล่นๆแบบสนุกๆไปว่า ถ้าหากเกิดมาเป็นผู้หญิงก็คงดีจะได้บอกรักผู้ชายที่ตนแอบมองได้ แล้วไง? คิดเล่นเป็นจริง! พอตอนนี้ดันกลายมาเป็นผู้หญิงจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิด? บันเทิงล่ะกู!
ซูเม่ยคิดพลางก็เร่งฝีเท้าก้าวเดินยาวๆอย่างคนร้อนใจ สายตาก็สอดส่ายมองหาของอะไรที่พอจะกินได้หรือใช้แลกเปลี่ยนเป็นเงินได้ไปด้วย ได้ยินเสียงฝีเท้าของอาหงวิ่งตามตุ๊บๆ อยู่ข้างหลังจนมาทันกันได้ในที่สุด
อาหงกำลังจะอ้าปากตัดพ้อต่อว่า แต่เมื่อมองเห็นหน้านิ่วคิ้วขมวดของสหาย พร้อมกับกลิ่นอายจริงจังที่ทำให้รู้สึกเกรงใจไปเองอย่างไม่รู้ตัว ก็เลยอ้าปากแล้วก็หุบปากเดินตามไปเงียบๆโดยไม่ส่งเสียงอะไรเสียอย่างนั้น
" อาหง! เจ้ารู้บ้างไหมว่าพวกชาวบ้านเขาเข้าไปหาสมุนไพรหายากกันที่ป่าบริเวณไหน?
" ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรกันเล่า? ทุกทีที่เคยเข้าป่าไปหาผักกินกันกับเจ้าก็แค่ป่าบริเวณรอบนอกนี้เท่านั้น สมุนไพรมีค่าพวกนั้นน่าจะต้องเข้าไปในเขตป่าชั้นในหรือป่าลึกลับโน้น พวกเราต่างขี้กลัวขลาดเขลาออกปานนี้ มีหรือที่เคยจะกล้าเข้าไปกันเองตามลำพังสองคนเลยสักครั้ง? "
" งั้นวันนี้ก็ลองเข้าไปดูกันเถอะ! ตามข้ามาเร็วๆเข้า! "
" ฮะ! อาเม่ยยย! ช้าหน่อย! รอข้าด้วยยย "

3.เทพเซียนบรรพบุรุษ

" อาเม่ย! รอข้าด้วยยย! "
อาหงทั้งร้องทั้งเรียกทั้งเร่งฝีเท้าพลางก้มหน้าก้มตาตั้งมั่นเดินตามหลังคนที่เดินนำหน้าจนหายใจหายคอแทบไม่ทัน ทำไมวันนี้สหายที่ร่างกายอ่อนแอของตนถึงเดินได้รวดรวดเร็วนักล่ะ?
สาวน้อยบ้านตงพยายามเร่งฝีเท้าเดินตามติดอาเม่ยจนเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ได้? รู้แต่ว่าพอเงยหน้าขึ้นมาตามที่อีกฝ่ายส่งเสียงบอกให้หยุดได้แล้ว ก็ต้องตกตะลึงกับทิวทัศน์ตรงหน้าที่ตนไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย
" อาหงหยุดตรงนี้ก่อน!
นี่! มันไม่ใช่ป่าโปร่งรอบนอกที่นางเคยเข้ามาหาของป่าด้วยกันกับอาเม่ยอยู่เป็นประจำนี่นา! มันคงป่าทึบชั้นในกระมัง?
" เจ้ามองหาเห็ดสนเก็บใส่ตะกร้า แล้วนั่งรอข้าอยู่ที่นี่ไปก่อนนะ! "
เว่ยซูเม่ยส่งเสียงร้องบอกอีกคนให้รอตนอยู่ที่นี่ พร้อมกับสั่งความให้สหายหาเก็บเห็ดสนเอาไว้รอท่าด้วย ซึ่งตัวเองก็ไม่เข้าใจว่า ตนรู้ได้อย่างไรว่าตรงนี้มีเห็ดสนกำลังกินให้เลือกเก็บเอาได้ เมื่อพูดจบแล้วก็ผละตัวก้าวเดินออกห่างจากสหายอย่างไม่ยินยอมให้เสียเวลาอีกต่อไป
" หา! อาเม่ยยย! แล้วเจ้าจะไปที่ใดอย่างนั้นรึ? "
อาหงที่เพิ่งจะเงยหน้าขึ้นมาก็ร้องถามออกมาเสียงหลงด้วยความตกใจกับการเดินจากไปอย่างกะทันหันของอาเม่ยผู้เป็นสหายรักของตน แต่ถึงอย่างไรนางก็ยอมเชื่อฟังแต่โดยดี โดยพยายามสอดส่ายสายตามองหาเห็ดสนตามที่อาเม่ยได้ตะโกนบอกสั่งความเอาไว้
ซูเม่ยที่อยู่ๆมีความรู้สึกในส่วนลึกผุดขึ้นมาเองราวกับเทพเซียนดลใจทำให้รู้สึกเอาเองได้ว่า ตนต้องเดินบุกป่าฝ่าดงต่อไปข้างหน้าเพียงลำพังคนเดียวจึงจะพบเจอกับของมีค่าตามที่ต้องการ
" เฮ้ย! พลั่ก! พลั่ก! พลั่ก! อิหยังวะ? "
เว่ยซูเม่ยไม่รู้ว่าก้าวเท้าพลาดที่ตรงไหน? รู้แต่ว่าตนเองกำลังเดินบุกป่าทึบอยู่ดีๆก็ก้าวตกลงไปในหลุมลึก จนตัวกลิ้งลุ่นๆผ่านชั้นใต้ดินเบื้องล่างอย่างรวดเร็วหล่นลงไปยังถ้ำใต้ดินที่กว้างขวางใหญ่โตแห่งหนึ่ง ภายในถ้ำสว่างไสว อากาศปลอดโปร่งเบาสบายไม่ทำให้รู้สึกว่าอึดอัด
" โอ้ยยย! ซี้ดดด! เจ็บแฮะ! แล้วข้อมือไปฟาดโดนอะไรเล่านี่? เป็นแผลเลือดไหลออกซิบๆเลย! แปลกจริง! ทำไมรอยแผลมันถึงเหมือนด้ายแดงถักเปียเกลียวเหมือนเป็นกำไลพันข้อมือพอดิบพอดีเลยวะ? "
เว่ยซูเม่ยเหม่อมองดูรอยแผลสีแดงที่เหมือนเปียผมเส้นเล็กพันวนรอบข้อมือข้างขวาของตัวเองอย่างสวยงามปราณีตบรรจงด้วยความประหลาดใจ สมองสั่งการตามความรู้สึก มือซ้ายพลันยกขึ้นมาลูบคลำรอยด้ายแดงพันเปียที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างฉงนฉงายอยู่ภายในใจ
" เหวอออ!!! "
ทันทีที่มือสัมผัสกับรอยแผลที่เหมือนเปียเส้นด้ายสีแดงนั้น ก็เหมือนบังเอิญไปปลดกลไกเปิดค่ายกลอะไรบางอย่างเข้า เพราะพื้นถ้ำเป็นดินดำแปลกตาที่เขานั่งอยู่นั้น กลับขยายกว้างออกกลายเป็นผืนดินดำใหญ่โตกว่าเดิมอีกร่วมสองถึงสามเท่าตัวกระมัง?
ผนังถ้ำสองข้างซ้ายขวาที่เดิมเป็นผนังหินราบเรียบว่างเปล่าแสนธรรมดา พลันเปลี่ยนแปลงเปิดตัวอลังการ เต็มไปด้วยช่องที่ถูกเจาะเป็นโพรงเหมือนรวงผึ้งยักษ์ขนาด 2x2 ฉื่อ หรือ 1x1 เมตร (10 ฉื่อ = 2.5 เมตร)
ช่องมากมายเจาะเรียงกันตั้งแต่ระดับพื้นดินสูงขึ้นไปท่วมหัวจนถึงช่องเก็บอันสุดท้ายจรดเพดานถ้ำ ที่สำคัญว่าอลังการก็คือแต่ละช่องล้วนแล้วแต่มีหีบสมบัติใบใหญ่บรรจุอยู่ภายในช่องนั้น
หีบใบที่มองเห็นในระดับสายตามีตำลึงเงิน ตำลึงทอง ก้อนทองที่หลอมเป็นแท่งสี่เหลี่ยมบ้าง หลอมเป็นรูปก้อนทรงกลม หรือหลอมเป็นรูปทรงปิรามิด และรูปทรงแปลกตาอื่นๆ อีกหลากหลายใส่อยู่จนเต็มหีบ
บางหีบก็เป็นก้อนทองหลอมเป็นรูปตัวปลาแบบปลาทองดูคล้ายของโบราณบรรจุอยู่จนเต็มหีบเช่นกัน นอกจากนี้แล้ว ช่องเก็บอื่นๆ ยังมีพวกเครื่องประดับสวยงามอันมีค่าแวววาวแทบล้นหีบอีกเป็นจำนวนมาก
แล้วทำไมเขาถึงรู้ว่าหีบที่วางอยู่ในระดับสายตามองเห็นพวกนี้เป็นของมีค่าอย่างตำลึงเงิน ตำลึงทอง ก้อนทองโบราณหรือเครื่องประดับสวยงามอะไรพวกนั้นบรรจุไว้น่ะหรือ?
ก็หีบทุกใบมันเปิดฝาอ้าออกเพื่อแข่งขันประชันกันส่องแสงระยิบระยับ อวดโฉมสิ่งของมีค่าที่บรรจุอยู่ภายในแบบล้นทะลักออกมาให้เห็นกับตาน่ะสิ!
" ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! "
ส่วนหีบในช่องรวงผึ้งใบที่อยู่สูงเกินกว่าระดับสายตาจะมองเห็นอีกมากมายหลายร้อยหีบนั้น ถึงแม้จะไม่รู้ว่าบรรจุสิ่งของอะไรไว้อยู่ภายในกันแน่ แต่เวลานี้ก็ขอคิดแบบเข้าข้างตัวเองไปก่อนว่า เป็นสิ่งของที่มีค่าเช่นเดียวกัน ก็ในเมื่อหีบที่เปิดฝาออกล้วนบรรจุสิ่งของมีค่า หีบที่อยู่สูงๆถึงมองไม่เห็นสิ่งของภายใน แต่มันก็ต้องเป็นของดีมีค่าควรเมืองเหมือนกันนั่นแหละวะ!
ซูเม่ยดีใจจนเนื้อเต้น ลองคาดคะเนนับจำนวนหีบดูด้วยสายตาอย่างคร่าวๆ แล้ว หีบทั้งหมดทั้งมวลที่มีมากจนทำให้ละลานสายตาเต็มไปหมดนั้น อย่างต่ำน่าจะมีเป็นจำนวนหลายร้อยหลายพันหีบได้อยู่นะ
" ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! กูรวยแล้วโว้ยยย! "
ไม่ต้องเสียเวลาออกแรงขุดหาของป่าอะไรพวกนั้นให้เมื่อย ก็ได้ของมีค่าสำเร็จรูปพวกนี้มาเป็นจำนวนมาก ดี! ดีที่สุด! ยอดเยี่ยม! ถูกใจเป็นยิ่งนัก!
" ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! "
เว่ยซูเม่ยแหงนคอตั้งบ่ามองดูหีบสมบัติมากมายของตัวเองที่ส่องแสงแข่งกัน แล้วพูดพึมพำคนเดียว หัวเราะไม่หยุดจนพุงน้อยๆกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความดีใจเหมือนกับคนบ้า
" โครม! โว้ยย! ใครถีบกูวะ? "
ความรู้สึกเหมือนถูกลูกถีบ เร็ว! แรง! เต็มๆ แบบลงนรกแระ! อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ตูมมม!!! จมลงก้นบ่อน้ำสีเขียวใสดั่งมรกต พร้อมพลังบางอย่างที่เข้ามากดทับบังคับให้ทั้งตัวจมดิ่งลงใต้น้ำไปเรื่อยๆ
จากตอนแรกที่ตกใจพยายามดิ้นรนโดยฝืนแรงกดดันอันมหาศาลเพื่อที่จะแหวกว่ายช่วยตัวเองให้ลอยตัวขึ้นมาอยู่เหนือน้ำแต่ไม่สามารถกระทำได้ กลับยิ่งถูกกดให้จมลึกดิ้นพล่าน น้ำเข้าปากเข้าจมูก รู้สึกถึงความเย็นเยือกและแสบร้อนไปทั่วทั้งร่างกายในเวลาเดียวกัน จนยากที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดใดได้
ทั้งเนื้อตัวเหมือนถูกแรงฉีกกระชากออกแล้วถูกป่นกระดูกหลอมรวมกันขึ้นมาใหม่ เจ็บปวดเจียนตายจนแทบอยากจะสลบสิ้นสติสมประดี นอนหลับตาแน่นิ่งขยับร่างกายไม่ได้ จมอยู่ใต้น้ำไปเสียอย่างนั้น
เวลาผันผ่านไปอย่างรวดเร็วนานเท่าใดก็ไม่อาจรู้ได้ อยู่ในสภาวะกึ่งรู้สึกตัวเพราะยังรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นทางกายได้ กับกึ่งหลับไหลอยู่เช่นนั้น จวบจนค่อยๆได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นมาข้างหูอย่างชัดเจนว่า
" สถานที่แห่งนี้คือมิติคลังสมบัติของเซียนบรรพบุรุษต้นตระกูลเว่ยที่มีมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล ห่างหายจากการสืบทอดให้กับบุตรหลานในสายเลือดของตนมาเนิ่นนานหลายแสนปีล่วงมาแล้ว จะเป็นด้วยเหตุผลกลใดหรือเป็นเพราะนามซูเม่ยที่หมายถึงมนตราที่สวยงาม อันอาจจะเป็นสัญญาสืบทอดก็แล้วแต่ ปู่เองก็สุดที่จะรู้ได้ มิติวิเศษแห่งนี้ถึงเลือกดึงตัวตนของเจ้าอีกคนหนึ่ง คือ จอมทัพที่ยังพอมีสายเลือดของตระกูลเว่ยไหลเวียนอยู่ภายในกายอย่างเจือจางจากโลกใบเดิมที่เจ้าใช้ชีวิตอยู่ให้มาแทนที่ซูเม่ยบรรพบุรุษต้นตระกูลคนหนึ่งของเจ้า และเป็นตัวตนที่แท้จริงของเจ้า! ให้กลับมาในโลกคู่ขนานคล้ายกับจีนโบราณแห่งนี้ เพื่อให้เจ้าได้มีโอกาสในการพลิกฟื้นชะตาชีวิตของตนเองอีกครั้ง! "
" โอ้ยยย! ฟังแล้วยิ่งงงคร้าบบบ! "
" โป๊ก!!! "

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...