เจฟ ซาเตอร์ เล่นแทน พีพี ประกบคู่อิงฟ้าครั้งแรก! เตรียมเดินหน้าถ่ายปลายปีนี้ ยอมรับเป็นบทบาทที่ชาเลนจ์มาก! – มีคลิป
เจฟ ซาเตอร์ เล่นแทน พีพี ประกบคู่อิงฟ้าครั้งแรก! เตรียมเดินหน้าถ่ายปลายปีนี้ ยอมรับเป็นบทบาทที่ชาเลนจ์มาก!
ก่อนหน้านี้เป็นที่ฮือฮาหนักมาก สำหรับภาพยนตร์PROJECT D ( Working Title) โดยก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดตัวสองนักแสดงนำสุดฮ็อตอย่าง พีพี กฤษฏ์ และ อิงฟ้า วราหะ แต่ผ่านไปเพียง 1 เดือนก็ออกมาประกาศข่าวน่าใจหายมีเหตุต้องระงับการถ่ายทำไปก่อน
ล่าสุดเป็นที่ยืนยันแล้วว่า นักร้อง-นักแสดงหนุ่มหล่อ เจฟ ซาเตอร์ จะมารับบทนำแทน พีพี กฤษฏ์ พร้อมแจ้งข่าวให้แฟนๆ ทราบว่า ขณะนี้ภาพยนตร์กำลังจะเข้าสู่กระบวนการเตรียมงานก่อนการถ่ายทำจริงแล้ว
โดยนักแสดงหลัก 5 ท่าน ได้แก่เจฟ ซาเตอร์, อิงฟ้า วราหะ, พงศกร เมตตาริกานนท์, หฤษฎ์ บัวย้อย และ สีดา พัวพิมล ซึ่งจะเริ่มทำการเวิร์กชอปร่วมกัน เพื่อให้พร้อมสำหรับการเปิดกล้องที่จะเกิดขึ้นในปลายปีนี้
ขณะที่แฟน ๆ เมื่อได้ทราบข่าวนี้ต่างก็พากันดีใจยกใหญ่ แต่ละด้อมพร้อมใจกันเข้ามาคอมเมนต์รัว ๆ บ้างก็บอกเตรียมเหมาโรงเพื่อสนับสนุนผลงานของนักแสดงที่ชอบกันเลย
ซึ่งงานนี้ได้ไปเจอกับ เจฟ ซาเตอร์ ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงการมารับบทนำของเรื่องว่า จริงๆ เราคุยกันมาประมาณ 3-4 เดือนแล้ว พอได้เห็นตัวบทก็รู้สึกว่ามันท้าทายมาก หลังจากนั้นก็ได้เข้าไปแคสต์กับพี่บอส(นฤเบศ กูโน) ความน่าสนใจของตัวบทคือมีการพูดถึงประเด็นที่น่าสนใจมากๆ ซึ่งเกี่ยวกับ LGBT ด้วย แล้วมันเป็นประเด็นที่ผมพูดมาตลอด เรารู้สึกว่าก็ดีนะถ้าเราจะได้เป็นตัวแทนในการพูดถึงเรื่องนี้แทนคนที่เขาไม่สามารถพูดออกมาได้ รวมถึงไดนามิกของเรื่องมันค่อยๆ ไล่ไปจนถึงจุดที่มันไม่น่าจะไปถึงได้
ได้มีโอกาสคุยกับผู้ใหญ่ไหมว่าทำไมถึงเลือกเรา?
คุยนะครับ เพราะตอนแรกผมก็รู้สึกกังวลว่าผมเหมาะหรือเปล่า ซึ่งผู้ใหญ่บอกว่าจากการได้ดูวิดีโอแคสต์ก็รู้สึกว่านี่เป็นเวอร์ชั่นที่เขาอยากจะเห็นในหนังเรื่องนี้ ตอนแรกที่ผมกังวลเพราะตัวบทมันท้าทายมาก แล้วผมอาจจะมีเวลาเตรียมตัวไม่ได้เยอะขนาดนั้น แล้วการที่จะต้องทรานส์ฟอร์มตัวเองไปเป็นคนอื่นมันก็ยาก การทำงานเพลงมันคือการเป็นตัวเรา แต่งานหนังมันเป็นการทิ้งตัวเราแล้วไปเป็นคนอื่น
กดดันไหมเพราะก่อนหน้านี้วางตัวเป็น พีพี กฤษฏ์ เล่น แต่ภายหลังขอถอนตัวไป?
ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันกดดันอะไรในเรื่องนี้ แต่ถ้าจะกดดันผมกดดันกับเรื่องบทมากกว่า ในฐานะเป็นนักแสดงสิ่งที่ต้องทำการบ้านจริงๆ คือตัวบท แล้วเราจะไปเป็นคนคนนั้นในหนังเรื่องนี้ได้ยังไง
แล้วกดดันในเรื่องของคาแร็กเตอร์ไหมเพราะต้องผิวดำและโกนหัว?
(หัวเราะ)มันไม่เชิงกดดันครับ แต่ผมอยากเห็นตัวเองในแบบนั้น ถ้าจะต้องไปเป็นคนอื่นมันก็ต้องไปเป็นคนอื่นจริงๆ มันต้องทิ้งตัวเองไว้ที่หน้าเซ็ต แล้วก็เอาตัวเองเข้าไปในบท ผมก็เลยอยากจะทรานส์ฟอร์มไปเป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่มีใครเคยเห็น ส่วนว่าจะทรานส์ฟอร์มขนาดไหนต้องรอดูในหนัง แต่ว่าก็ได้มีการคุยกับทีมงานแล้ว อย่างในเรื่องของการโกนหัวก็ต้องรอดูว่ามันจะออกมาเป็นแบบไหน
ลุกส์ที่ต้องเปลี่ยนไปเราจะต้องเปลี่ยนไปเลย หรือว่าใช้เอฟเฟ็กต์ช่วย?
ผมว่ามันน่าจะมีหลายแบบ ทั้งที่เปลี่ยนไปเลยด้วยแล้วก็ใช้เอฟเฟ็กต์ช่วยด้วย ตอนนี้ยังไม่ได้เวิร์กช็อป แต่ผมเห็นบททั้งเรื่องของหนังเรื่องนี้แล้ว บอกเลยว่ามันไปสุดจริงๆ ในเวย์ของมัน
ไม่ติดกับเรื่องสวนทุเรียนใช่ไหมเพราะในเรื่องจะต้องเกี่ยวข้องด้วย?
ผมชอบกินทุเรียนมาก ชอบหมอนทองมากเลย ผมก็ไม่รู้ว่าผู้ใหญ่อาจจะรู้เรื่องนี้มาเลยเรียกผมมาแคสต์หรือเปล่า ส่วนเรื่องการถ่ายทำน่าจะปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าครับ ถามว่าในช่วงของการถ่ายทำหนังผมจะหายไปจากการทำเพลงหรือเปล่า บอกเลยว่าไม่ครับ ผมยังทำอยู่ นี่ก็คือสิ่งที่ท้าทายประมาณหนึ่งที่เราจะต้องทำทุกอย่างภายในเวลาเดียวกันด้วย
การจะได้มาร่วมงานกับ อิงฟ้า วราหะ ล่ะ?
จริงๆ น่าตื่นเต้นนะครับ ผมว่าการได้ร่วมงานไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามในหนัง ทุกคนเป็นมืออาชีพกันหมด อิงฟ้า พี่เต้ย (พงศกร) และคนอื่นๆ การได้แชร์ประสบการณ์และได้ทำงานด้วยกันน่าจะเจ๋งดี