โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ทนไม่ไหวแล้วโว้ย เพื่อนบ้าน ปลูกต้นหูกระจงข้างรั้ว รากชอนไชจนพังรั้ว ระเบิดพื้น ท่อน้ำตัน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 19 มี.ค. 2566 เวลา 04.12 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ทนไม่ไหวแล้วโว้ย เพื่อนบ้าน ปลูกต้นหูกระจงข้างรั้ว รากชอนไชจนพังรั้ว ระเบิดพื้น ท่อน้ำตัน

วันที่ 18 มีนาคม 2566 ผู้สื่อข่าวได้รับร้องเรียนจาก นายปภณ อรุณรังษี อายุ 32 ปี ว่าตนได้มาซื้อบ้านเดี่ยวสองชั้นในสภาพมือสอง ราคา 7 ล้านบาท มีต้นกระจงสูงใหญ่ที่ปลูกข้างรั้วบ้านรากต้นกระจงได้ซอนไซเข้ามาในพื้นที่บ้านของตนได้รับความเสียหาย รั้วบ้านร้าวท่อระบายน้ำอุดตัน ใบไม้แห้งหล่นเข้ามาในบ้าน ซึ่งทุกวันนี้กำลังอยู่ในช่วงตกแต่งบ้านใหม่ อยากให้ทางนิติบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล

ที่เกิดเหตุพบว่าบ้านเดี่ยว 2 ชั้นอยู่ในช่วงที่กำลังตกแต่งบ้านใหม่พื้นบ้านด้านหลังได้รับความเสียหายพื้นระเบิดแตกร้าวหลายแห่งเนื่องจากรากต้นกระจงที่ปลูกเอาไว้ข้างรั้วบ้านได้ซอนไชเขามาในพื้นบ้าน

นายปภณ อรุณรังษี อายุ 32 ปี เจ้าของบ้านเปิดเผยว่า ตนได้มาชื้อบ้านมือสองในราคา 7 ล้านบาทเพื่อเป็นที่พักอาศัย และตนได้รับผลกระทบคือรากของต้นกระจงที่ปลูกเอาไว้ที่ข้างรั้วบ้านของตน ซึ่งวันที่ 4 ธันวาคม2565 ที่ผ่านมาตนและแม่ได้ทำหนังสือยื่นไปที่นิติบุคคลของหมู่บ้านว่าขอให้มาตัดต้นกระจง 2 ต้นดังกล่าวแต่ทางนิติบุคคลได้มาตัดให้ตนเพียง 1 ต้นและอีก1 ต้นที่สูงใหญ่ยังไม่ได้ตัดออกเลยเวลาผ่านไป 4 เดือนทางนิติยังไม่เข้ามาตัดให้ตนอีกซึ่งทางแม่และตนเองก็ได้เข้าไปถามที่นิติบุคคลตลอดแต่ยังไม่มาตัดให้ซึ่งทุกวันนี้ตนได้จ้างช่างมาเทพื้นลอบบ้านตกแต่งบ้านใหม่ตนก็อยากให้ทางนิติบุคคลเข้ามาตัดต้นไม้ดังกล่าวออกไปเพราะถ้าไม่ตัดรากของตนไม้ทำให้พื้นบ้านของตนแตกพังเสียหายและท่อน้ำทิ้งอุดตันไปหมดเพราะรากของต้นไม้ได้ชอนไชเข้าไปซึ่งตนก็อยากขอความกรุณากับทางนิติของหมูบ้านหรือหน่วยงานที่เกี่ยวของเข้ามาจัดการให้ตนที่เพราะเกรงว่าพอทำบ้านเสร็จเดี๋ยวบ้านก็พังอีกเพราะรากต้นไม้

ทนายรณรงค์กล่าวว่า เพื่อนบ้านปลูกต้นไม้หน้าบ้านบนพื้นที่สาธารณะ ซึ่งติดกับกำแพงหลังบ้านเรา ต้นไม้ใหญ่รากไม้ชอนไชใต้ดินทำให้กำแพงบ้านแตกร้าว ท่อระบายน้ำอุดตัน เจ้าของบ้านกลัวโครงสร้างเสียหายตามข้อกฎหมาย การปลูกต้นไม้ในที่สาธารณะเพื่อความสวยงานหรือร่มเย็นสามารถทำได้ แต่ถ้าปลูกเพื่อที่ตนเองจะได้เข้ายึดครองที่ตรงนั้นไม่สามารถทำได้ หรือหากต้นไม้ของข้างบ้านเช่นราก กิ่ง เข้ามาในพื้นที่และทำให้ทรัพย์สินเสียหาย เราสามารถแจ้งให้เขาตัดได้ หรือถ้าเขาไม่ตัด เราตัดเองได้

ทางสาธารณประโยชน์มีไว้สำหรับประชาชนใช้ร่วมกัน ไม่ใช่เป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลใด ที่ดินที่อยู่ติดกับทางสาธารณประโยชน์ชอบที่จะใช้สอยทางสาธารณประโยชน์ได้ กรณีมีผู้อื่นใดมาปลูกต้นไม้ในทางสาธารณประโยชน์ ผู้ปลูกต้นไม้มีเจตนาเข้ายึดถือครอบครองทางสาธารณประโยชน์นั้น ย่อมเป็นการรบกวนสิทธิของผู้อื่นที่จะใช้ทางสาธารณประโยชน์นั้นด้วย รวมถึงเจ้าของที่ดินที่อยู่ใกล้เคียงกับทางสาธารณประโยชน์นั้น ทำให้เสื่อมประโยชน์ในการใช้ทางสาธารณะ ถือได้ว่าเจ้าของที่ดินข้างเคียงได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ แม้เจ้าของที่ดินข้างเคียงจะสามารถใช้ทางอื่นออกสู่ทางสาธารณะได้ก็ตาม เจ้าของที่ดินข้างเคียงสามารถที่ต้องฟ้องคดีเพื่อให้รื้อถอนต้นไม้ออกจากทางสาธารณะได้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๑ การใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่บุคคลอื่นนั้น ท่านว่าเป็นการอันมิชอบด้วยกฎหมายมาตรา ๑๓๓๗ บุคคลใดใช้สิทธิของตนเป็นเหตุให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้รับความเสียหาย หรือเดือดร้อนเกินที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติและเหตุอันควรในเมื่อเอาสภาพและตำแหน่งที่อยู่แห่งทรัพย์สินนั้นมาคำนึงประกอบไซร้ ท่านว่าเจ้าของอสังหาริมทรัพย์มีสิทธิจะปฏิบัติการเพื่อยังความเสียหายหรือเดือดร้อนนั้นให้สิ้นไป ทั้งนี้ ไม่ลบล้างสิทธิที่จะเรียกเอาค่าทดแทนมาตรา 1347 เจ้าของที่ดินอาจตัดรากไม้ซึ่งรุกเข้ามาจากที่ดินติดต่อ และเอาไว้เสีย ถ้ากิ่งไม้ยื่นล้ำเข้ามา เมื่อเจ้าของที่ดินได้บอกผู้ครอบครอง ที่ดินติดต่อให้ตัดภายในเวลาอันสมควรแล้ว แต่ผู้นั้นไม่ตัด ท่านว่าเจ้าของที่ดิน ตัดเอาเสียได้

ข่าวโดย สาโรจน์ สว่างศรี ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จังหวัด นนทบุรี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...