โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ตะลึง อียิปต์พบ “มัมมี่หัวแกะ” กว่า 2,000 หัว เชื่อบูชาฟาโรห์รามเสสที่ 2

Khaosod

อัพเดต 28 มี.ค. 2566 เวลา 11.21 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2566 เวลา 11.45 น.

นักโบราณคดีของอียิปต์ค้นพบ “มัมมี่หัวแกะ” กว่า 2,000 หัวในวิหารโบราณ เชื่อเป็นเครื่องสังเวยแด่พระวิญญาณองค์ฟาโรห์รามเสสที่ 2

เว็บไซต์ อินไซด์เดอร์ รายงานว่า นักโบราณคดีของอียิปต์ ค้นพบ มัมมี่หัวแกะมากกว่า 2,000 หัวบริเวณวิหารของรามเสสที่ 2 ในเมืองโบราณอบีดอส ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงไคโดทางตอนใต้ของอียิปต์ประมาณ 475 ก.ม. โดยมัมมี่ที่พบมีอายุราว 2,000-4,000 ปี ระหว่างยุคราชวงศ์ปโตเลมีไปจนถึงยุคอาณาจักรเก่า

ภาพประกอบ

นอกจากมัมมี่หัวแกะแล้ว นักโบราณคดีจากมหาวิยาลัยนิวยอร์กยังค้นพบซากมัมมี่สุนัข แพะป่า วัว กวาง และนกกระจอกเทศเช่นกัน ซึ่งเชื่อกันว่าซากสัตว์ที่ค้นพบดังกล่าวเป็นเครื่องบูชาเพื่อแสดงถึงการเคารพนับถือต่อฟาโรห์รามเสสที่ 2 อย่างต่อเนื่อง เมื่อประมาณ 1,000 ปี หลังการสวรรคตของพระองค์

ภาพประกอบ

ด้านกระทรวงการท่องเที่ยวและโบราณวัตถุอียิปต์ ระบุว่า การค้นพบนี้จะขยายความรู้เกี่ยวกับโบราณสถานดังกล่าวในช่วงเวลากว่า 2 พันปีจนถึงยุครางวงศ์ปโตเลมี ซึ่งกินเวลาราว 3 ศตวรรษจนกระทั่งถูกโรมันพิชิตในช่วง 30 ปีก่อนคริสตกาล

ภาพประกอบ

อย่างไรก็ตาม เมืองอบีดอสอยู่ห่างจากกรุงไคโรไปทางใต้ประมาณ 435 กม. ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งโบราณคดีที่สำคัญของอียิปต์ที่มีผู้เยี่ยมชมน้อยกว่าที่อื่น นอกจากนี้ยังเป็นสุสานสำหรับราชวงศ์อียิปต์โบราณยุคแรก และศูนย์แสวงบุญเพื่อบูชาเทพเจ้าโอซิริส

ทั้งนี้ นอกจากการค้นพบซากมัมมี่ซากสัตว์แล้ว ทีมงานยังพบโครงสร้างพระราชวังขนาดใหญ่ที่มีผนังหนาประมาณ 5 เมตรจากราชวงศ์ที่ 6 ของอาณาจักรเก่า รวมถึงรูปปั้นจำนวนมาก กระดาษปาปิรุส ซากต้นไม้โบราณ เสื้อผ้าหนัง และรองเท้า

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...