โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิถีแห่งกลยุทธ์ : เส้นทาง ฟ่านหลี่ นกสิ้น เกาทัณฑ์ซ่อน อ่านจบ ใจ‘นาย’

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 พ.ย. 2565 เวลา 06.20 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2565 เวลา 06.00 น.

เส้นทาง ฟ่านหลี่
นกสิ้น เกาทัณฑ์ซ่อน
อ่านจบ ใจ‘นาย’

หนังสือ 100 ขุนนางประเสริฐ ในประวัติศาสตร์จีน อัน กนกพร นุ่มทอง แปลจากต้นฉบับของ เฉินเหวินจิ้ง ระบุอย่างหนักแน่นว่า ฟ่านหลี่ (ประมาณ 6-5 ศตวรรษก่อน ค.ศ.) มีชื่อรองว่า เส้าปั๋ว เป็นราษฎรชาวอำเภอหว่านในนครรัฐฉู่ เป็นสหายกับ เหวินจ้ง นาอำเภอหว่าน

ต่อมา ทั้งสองไปยังนครรัฐเย่ว์ และได้รับการแต่งตั้งเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่

นครรัฐเย่ว์รบกับนครรัฐอู๋ซึ่งอยู่ทางเหนือเป็นเวลาหลายสิบปี 494 ปีก่อน ค.ศ. เย่ว์หวาง โกวเจี้ยน ไม่ฟังคำทัดทานของฟ่านหลี่

กรีธาทัพไปตีนครรัฐฉู่อีก ผลคือ พ่ายแพ้ยับเยิน

ฟ่านหลี่ขอให้โกวเจี้ยนเจรจาสงบศึกโดยรับเงื่อนไขทุกประการขอเพียงแต่ให้รักษานครรัฐเย่ว์ไว้ได้เท่านั้น ผลคือโกวเจี้ยน ฟ่านหลี่ต้องไปรับใช้
อู๋หวางฟูไซ เจ้านครรัฐอู๋

3 ปีต่อมาจึงได้รับการปล่อยตัวกลับ

ที่โกวเจี้ยนได้คืนกลับสู่แคว้นเย่ว์เป็นเพราะปฏิบัติตาม “กลยุทธ์” ซึ่งนำเสนออย่างเป็นขั้นตอนโดยฟ่านหลี่ หากอ่าน “ประวัติศาสตร์จีน” ฉบับการ์ตูนที่ “สุขภาพใจ” ตีพิมพ์ก็จะได้คำตอบ

ด้านหนึ่ง เป็นคำชี้แนะที่ว่า อดกลั้นต่อความอัปยศ สักพัก จึงจะสามารถ “ปกปักบ้าน เมืองและราษฎร” ไว้ได้

ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง ก็ยืนยัน

“ท่านเจ้าแคว้น โปรดวางใจ ไม่ว่าจะเป็นความอัปยศอันใดข้าน้อยจะร่วมแบกรับไปพร้อมกับท่าน อยู่เคียงข้างท่าน”

แม้โกวเจี้ยนจะรับใช้ราวกับเป็น “หมาล่าเนื้อ” แสนรู้ตัวหนึ่ง

กระนั้น อู๋หวางฟูไซ ก็ยังไม่เชื่อมั่นอย่างสนิทใจไม่ยินยอมให้ โกวเจี้ยน ฟ่านหลี่ ได้คืนกลับไปยังแคว้นเย่ว์

ในที่สุด ฟ่านหลี่จึงเสนอแผนระดับ “สุดยอด” ของการรับใช้

หลักการและคำชี้แนะของฟ่านหลี่คือ “ท่านเจ้าแคว้นต้องอดกลั้นต่อความทุกข์แสนสาหัส จึงจะได้รับการวางใจจากฟูไซให้เข้าวังไปรับใช้”
วันหนึ่ง ฟ่านหลี่ จึงหยั่งเชิงเจ้าแคว้นแห่งตน

“ข้ามีแผนหนึ่งซึ่งจะทำให้ฟูไซยิ่งเชื่อใจท่านเจ้าแคว้น แต่เกรงว่าท่านเจ้าแคว้นจะต้องลำบากแล้ว”

“ต่อให้ตัดแขนทั้งสองข้างข้าก็จะไม่ร้องเจ็บสักคำเดียว”

ตัดฉากมายังตำหนักของ อู๋หวางฟูไซ เมื่อ โกวเจี้ยน เข้าไปเสนอตามแผนของ ฟ่านหลี่ อู๋หวางฟูไซ ถึงกับอุทาน

“อะไรนะ เจ้าจะ เจ้าจะชิม ‘ของเสีย’ ของข้ารึ”

“ขอรับ ข้าน้อยเคยเป็นศิษย์หมอเทวดาท่านหนึ่ง เพียงสังเกตของเสียจากร่างก็สามารถ บอกอาการป่วยได้ ท่านเจ้าแคว้นป่วยเรื้อรัง ได้โปรดให้ข้าน้อยตรวจอาการด้วยเถอะขอรับ”

จึงนำไปสู่คำประกาศ “โกวเจี้ยนจงรักภักดีข้าตัดสินใจส่งเขากลับแคว้นอย่างสมเกียรติ”

เ มื่อทั้งสองได้คืนกลับสู่แคว้นเย่ว์ “เห่ง อู๋อั้ง” บรรยายความตามสำนวนแปล อธิคม สวัสดิญาณ ในหนังสือ “งำประกาย กโลบายไร้ผู้ต่อต้าน” ว่าโกวเจี้ยน มิได้ร้อนพระทัยรีบเสพสุขชดเชยความทุกข์ที่ประสบในช่วง 3 ปี

พระองค์ทรงบรรทมบนกองฟืนหญ้าแห้ง ซ้ำแขวน “ดีขม” ไว้เหนือโต๊ะ ทุกมื้อที่เสวยพระกระยาหารจะทรงลิ้มชมเสมอ

ว่างจากราชการก็เสด็จฯลงไร่นา ทำงานร่วมกับประชาชน

ขณะเดียวกัน ก็บัญชาให้ฟ่านหลี่ปรับปรุงจัดกองทัพใหม่ จัดระเบียบหมู่บ้าน สร้างอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมาก

ขณะที่ “ประวัติศาสตร์จีน” ฉบับการ์ตูนระบุ

เหวินจ้ง เสนอแผนสยบแคว้นอู๋ด้วย “หญิงงาม”และ “ทรัพย์สิน” เพื่อผลักดันและกระตุ้นฟูไซให้หยิ่งทระนง ฟุ่มเฟือย ลุ่มหลงในสตรีและอำนาจ

สตรีนั้นได้แก่ 1 ไซซี 1 เจิ้งตัน อันกระเดื่องใน “ตำนานล่มเมือง”

อย่าได้แปลกใจหากหนังสือ “ประโยคอมตะ ประวัติศาสตร์จีน” ที่ รำพรรณ รักศรีอักษร แปลจากต้นฉบับภาษาจีนของ “เหยี่ยนมู่ฟุ่ย” จะระบุในที่สุด เย่ว์หวัง โกวเจี้ยน ก็สามารถทำลายแคว้นอู๋อย่างราบคาบ

หลัง เย่ว์หวัง โกวเจี้ยน ตั้งตนเป็นใหญ่ได้สำเร็จ เหวินจ้ง ฟ่านหลี่ มีความชอบมากที่สุด

เหวินจ้ง ได้เป็นอัครมหาเสนาบดี ฟ่านหลี่ ได้เป็นแม่ทัพใหญ่

รางวัลตอบแทนนี้เหวินจ้งรับไว้ด้วยความยินดี

แต่ ฟ่านหลี่ ไม่รับ “ท่านหวัง ข้าได้ทำหน้าที่ช่วยพระองค์กำจัดแคว้นอู๋ บัดนี้บรรลุหน้าที่แล้วถึงเวลาที่ข้าควรจากไป”

พอได้ยิน โกวเจี้ยน ดีใจมาก แต่แสร้งบอกว่า

“อาจารย์ฟ่าน อย่างนี้คงไม่ดีแน่ คนที่เข้าใจก็จะบอกว่าท่านทำความดีความชอบโดยไม่หวังชื่อเสียงเงินทอง คนที่ไม่รู้ก็จะบอกว่าข้าใจแคบ”

“ท่านหวังมีน้ำใจมาตลอด เมื่อเวลาผ่านไปทุกคนก็จะเข้าใจ”

ความหมายก็คือ ทางหนึ่ง เข้าใจในตัวของ เย่ว์หวาง โกวเจี้ยน ทางหนึ่ง เข้าใจในการตัดสินใจของ ฟ่านหลี่

การตัดสินใจนี้มีความหมาย มีความสำคัญ

ถึงแม้ ฟ่านหลี่ จะจากแคว้นเย่ว์ไป แต่ยังเป็นห่วง เหวินจ้ง จึงเขียนจดหมาย “เราทั้งสองได้บรรลุหน้าที่แล้ว เจ้าก็ควรจากไป” โกวเจี้ยนดูภายนอกเป็นคนมีน้ำใจ ความจริงจิตใจคับแคบ

คนเช่นนี้ร่วมทุกข์ได้ แต่ร่วมสุขไม่ได้ อย่าลืมว่า “เมื่อนกบินหนีไป เก็บธนูไว้ข้างกาย กระต่ายตาย ต้มหมาล่าเนื้อ”

“หากขืนยังไม่ไปจะสายเกินแก้” นั่นย่อมเป็นการเตือน

แต่ เหวินจ้ง ไม่เชื่อว่า เย่ว์หวัง จะทำร้ายตนจึงไม่ยอมไปและตอบกลับว่า “เหล่าฟ่านเจ้าไม่ควรจากไปและยังมาแนะนำให้ข้าอีก เราสองคนเคยสร้างผลงานยิ่งใหญ่ ตอนนี้ถึงเวลาที่ควรจะเสวยสุข ทำไมจึงจากไปอย่างนี้”

พอได้รับจดหมายของเหวินจ้ง ฟ่านหลี่ได้แต่ส่ายหน้า ถอนหายใจ

ยิ่งอ่าน “10 กุนซือจีน ยอดอัจฉริยะ” สำนวนการเรียบเรียงของ วัชระ ชีวะโกเศรษฐ ยิ่งสัมผัสได้ในสายตาอันยาวไกลของฟ่านหลี่ ครั้นแล้วในวันที่ฟ่านหลี่หายตัวไป

เหวินจ้ง ก็ได้รับจดหมายของ ฟ่านหลี่ จดหมายกล่าวว่า “ข้าศึกแตก กุนซือมลาย ดูรูปลักษณ์โหงวเฮ้งของเย่ว์หวาง คอยาว ปากแหลม ลำบากด้วยกันได้ แต่ตอนสุขหาร่วมกันได้ไม่ ถ้าท่านยังอยู่ต่อไปจะมีภัยอย่างแน่นอน”

นั่นย่อมเป็นการเตือนด้วยความหวังดี

เหวินจ้ง เห็นว่า ฟ่านหลี่ คิดเกินความจริง

ด้วยเชื่อมั่นว่าเย่ว์หวังคงไม่ลืมขุนนางที่ประกอบคุณงามความดีอย่างเขา แต่ว่าวันเวลาผ่านไปไม่นานโกวเจี้ยนหวั่นเกรงว่าเหวินจ้งจะหลงตัวเองว่าสร้างความชอบไว้มากแล้วคิดทรยศด้วยการก่อกบฏ

จึงได้ยกข้ออ้างมากล่าวหาแล้วบังคับเหวินจ้งให้ฆ่าตัวตาย

เ มื่อล่วงมาถึงระยะกาลเช่นนี้กระบวนการเขียนของ เหยียนมู่ฟุ่ย ตามสำนวนแปล รำพรรณ รักศรีอักษร มีความวิจิตรพิสดารอย่างชวนให้ติดตาเก้าอี้ในตำแหน่งมหาอำมาตย์ของเหวินจ้งยังไม่ทันอุ่น

โกวเจี้ยนก็มอบกระบี่ให้พร้อมกับบอกว่า “อาจารย์สอน 7 กลยุทธ์ทำลายหวางแคว้นอู๋ ข้าใช้เพียง 3 กลยุทธ์ก็ทำลายหวางแคว้นอู๋สำเร็จ เหลืออีก 4 กลยุทธ์ยังไม่ได้ใช้ขอให้อาจารย์นำมาใช้กับตัวเองเถิด”

เหวินจ้ง พอได้ยินเช่นนี้ก็เข้าใจ

เมื่อเข้าใจพลันก็ร้องตะโกนขึ้นด้วยเสียงอันดัง “ฟ่านหลี่ เสียดายที่ข้าไม่เชื่อคำเจ้า” พูดแล้วก็หยิบกระบี่ขึ้นมา

ปลิดชีพตัวเอง

เช่นนี้เอง เหยียนมู่ฟุ่ย จึงสรุปรวบยอดถ้อยคำของ ฟ่านหลี่ จากยุคชุนชิวออกมาอย่างกระชับรัดกุมว่า

“เมื่อนกบินหนีไป เก็บธนูไว้ข้างกาย เมื่อกระต่ายตาย ต้มหมาล่าเนื้อ”

ถ้อยคำอัน ฟ่านหลี่ เรียบเรียงไว้ในจดหมายถึง เหวินจ้ง ซึ่งเป็นสหายที่มาจากอำเภอหว่าน แคว้นฉู่ด้วยกัน

รับรู้ในยุทธนิยายกำลังภายในว่า “นกสิ้น เกาทัณฑ์ซ่อน”

ชะตากรรมของเหวินจ้งจึงดำเนินไปตามความคาดหมายของฟ่านหลี่ครบถ้วน นั่นก็คือ หมาล่าเนื้อ เมื่อล่ากระต่ายจนหมด จะถูกนำเอาไปต้มกิน

เพียงแต่ฟ่านหลี่รู้ทัน ปรับตัวได้ทัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...