โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ลัทธิอัตถประโยชน์นิยม” ช่วยให้ยุโรปบางประเทศ รอดพ้นการปฏิวัติตามหลักมาร์กซิสต์ ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 06 พ.ย. 2567 เวลา 03.32 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2566 เวลา 17.28 น.
รูปซ้าย Jeremy Bentham รูปขวา John Stuart Mill ภาพจาก Wikimedia

ลัทธิอัตถประโยชน์นิยม ช่วยให้ยุโรปบางประเทศ รอดพ้นการปฏิวัติตามหลักมาร์กซิสต์ ได้อย่างไร?

เสรีนิยมมาจากไหน?

จากหนังสือสือ ยุโรปคริสตศตวรรษที่ 19-20 ของมัทนา เกษกมล ได้อธิบายว่า… การปฏิวัติฝรั่งเศส ค.ศ. 1789 และการปฏิวัติอุตสาหกรรม ได้เป็นพลังผลักดันให้ยุโรปในศตวรรษที่ 19 ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรม การเปลี่ยนแปลงได้ส่งผลกระทบให้สังคมสับสนอลม่าน จนไม่อาจหาทิศทางที่แน่นอนได้ แต่ความเปลี่ยนแปลงในความอลม่านครั้งนี้ได้เกิดแนวโน้มสำคัญขึ้นมาในสังคม คือ การดิ้นรนไปสู่ความมีเสรี ฉะนั้น ทฤษฎีแห่งลัทธิเสรีนิยมจึงได้เกิดขึ้นมาเพื่ออธิบายและให้คำจำกัดความเป็นไปเหล่านี้

ลัทธิเสรีนิยม (Liberalism) บุคคลกลุ่มแรกที่เรียกตัวเองว่าเป็นนักเสรีนิยม คือ กลุ่มชาวสเปนที่ต่อต้านการยึดครองประเทศตนจากจักรพรรดินโปเลียน และคำนี้ก็ผ่านเข้าไปในประเทศฝรั่งเศส โดยหมายถึงพวกที่ต่อต้านเจ้าและการสถาปนาการปกครองโดยกษัตริย์ในราชวงศ์บูร์บองอีกครั้งหนึ่งในปี ค.ศ. 1814

แก่นพื้นฐานที่สำคัญของเสรีนิยม คือ ความเชื่อมั่นในเสรีภาพรวมทั้งการพยายามส่งเสริมและเปิดโอกาสให้คนส่วนใหญ่ได้มีโอกาสพัฒนาความสามารถของตน เลือกวิถีและแนวทางต่าง ๆ ที่สอดคล้องไปกับความถนัดที่ตนมีอยู่

หลักการเหล่านี้ไปปรากฏอยู่ในคำประกาศว่าด้วยสิทธิมนุษยนของการปฏิวัติฝรั่งเศส โดยพวกเสรีนิยมเชื่อว่าความก้าวหน้าอันจะนำไปสู่ความสุขสมบูรณ์ขั้นสุดท้ายจะได้มาก็โดยผ่านสถาบันอิสระ (Free institution) เท่านั้น ซึ่งความคิดเช่นนี้ล้วนแต่มีรากฐานมาจากความคิดของขบวนการเหตุผลนิยมแห่งศตวรรษที่ 18 อาทิ จอห์น ล็อก, รุสโซ, มองเตสกิเออร์, วอลแตร์ เป็นต้น

หลักการเสรีนิยมกับหลักการประชาธิปไตยอาจจะมีพื้นฐานที่คล้ายกัน คือ เกิดจากขบวนการเหตุผลนิยมของศตวรรษที่ 18 และต่อต้านความไม่เสมอภาคของระบบเก่า (ancient regime) แต่กระนั้นก็มีความแตกต่างกันอยู่คือประชาธิปไตยจะเน้นหนักในอธิปไตยที่มีพื้นฐานมาจากเจตนารมณ์ของประชาชนทั้งมวล แต่พวกเสรีนิยมนั้นมีหลักการสำคัญอยู่แค่ให้อำนาจอธิปไตยอยู่บนรากฐานของระบบรัฐธรรมนูญ และรัฐสภาที่ประกอบไปด้วยตัวแทนของประชาชนเท่านั้น

ในทางเศรษฐกิจพวกเสรีนิยม จะนิยมในระบบเศรษฐกิจแบบปล่อยตามสบาย (Laissez-faire) ซึ่งได้อิทธิพลความคิดมาจากงานเขียนของอาดัม สมิท ในเรื่องThe Wealth of Nations พวกเสรีนิยมไม่ไว้วางใจต่อความสามารถของรัฐบาลที่จะเข้ามาควบคุมธุรกิจของเอกชน

กล่าวโดยทั่วไปแล้วแนวคิดของพวกเสรีนิยมมีอิทธิพลน้อยในครึ่งแรกของศตวรรษที่ 19 เพราะถูกต่อต้านจากพวกหัวเก่า (Conservative) ที่กุมอำนาจในประเทศต่าง ๆ ขณะนั้น อาทิ ออสเตรีย ภายใต้แมตเตอร์นิค, ฝรั่งเศส ภายใต้ราชวงศ์บูร์บอง เป็นต้น

ภายหลังปี ค.ศ. 1870 พวกเสรีนิยมได้มีบทบาทมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันอุดมการณ์สังคมนิยมก็ได้เข้ามามีอิทธิพลในความคิดของประชาชนทั่วไป โดยพวกนักสังคมนิยมจะวิพากษ์วิจารณ์ต่อการเอารัดเอาเปรียบของเหล่าบรรดานักเสรีนิยมที่เป็นชนชั้นกลางในการประกอบการทางเศรษฐกิจอย่างมาก

การถูกวิพากษ์วิจารณ์ผนวกกับการแพร่หลายของแนวคิดทางสังคมนิยม ได้ทำให้นักคิดเสรีนิยมเริ่มปรับปรุงแนวคิด เพื่อที่จะให้ลัทธินี้เกิดประโยชน์แก่สังคมและคนส่วนใหญ่มากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของลัทธิเสรียมแบบอัตถประโยชน์นิยม (Utilitarianism) ผู้นำความคิดคนสำคัญคือ เจเรมี เบนธัม และ จอห์น สจ๊วด มิลล์

Jeremy Bentham (ค.ศ. 1748 – 1832)

เจเรมี เบนธัม เป็นผู้สร้างลัทธิอัตถประโยชน์นิยม (Utilitarianism) โดยมีหลักการที่จะแสวงหาความสุขให้กับคนในสังคมให้มากสุดเท่าที่จะมากได้ (Greatest happiness for the greatest number) นั่นคือ การตอบสนองความต้องการให้กับคนส่วนใหญ่ในสังคม รัฐบาลมีอยู่ก็เพื่อตอบสนองหลักการดังกล่าว

เจเรมี เบนธัม เสนอหลักการนี้เพราะว่าสังคมยุโรปขณะนั้นเป็นสังคมที่เน้นหลักทางด้านอุตสาหกรรมความเป็นอยู่ของคนส่วนใหญ่อยู่ในสภาพที่ทุกข์ยาก ชนเพียงกลุ่มน้อยเท่านั้นที่ได้ผลประโยชน์จากแรงงานส่วนใหญ่

ระบบทุนนิยมก่อให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบและสร้างความแตกแยกในสังคม เจเรมี เบนธัม ได้มองเห็นสภาพดังกล่าวจึงได้เสนอแก้ไข เพื่อที่ประโยชน์ทั้งหลายจะได้ตกอยู่กับคนส่วนมากในสังคม

John Stuart Mill (ค.ศ. 1807-1873)

จอห์น สจ๊วด มิลล์ เป็นศิษย์ของเจเรมี เบนธัม ในลัทธิอัตถประโยชน์นิยม เขาได้เสนอหลักการที่สำคัญว่าความสุขสมบูรณ์ของสังคมเกิดจากเสรีภาพอันได้แก่เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น จะเป็นทั้งคุณทั้งแก่ตัวบุคคลและแก่สังคมโดยส่วนรวม

จอห์น สจ๊วด มิลล์ เห็นว่าคุณค่าส่วนบุคคลเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสังคมเพื่อส่วนรวม หมายความว่ารากฐานของสังคมที่ช่วยค้ำประกันเสรีภาพอย่างเสมอหน้าได้ ก็คือ สังคมที่ยอมรับในคุณค่าของความหลากหลายทางความคิด ซึ่งเท่ากับการเน้นสิทธิของปัจเจกชนนั่นเอง

ในเรื่องเศรษฐกิจแบบ Laissez-faire จอห์น สจ๊วด มิลล์ เห็นว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องเข้าไปควบคุม เพื่อป้องกันการใช้ทฤษฎีนี้ไปในทางที่ผิด ในระยะหลังเขาถือตนเองว่าเป็นนักสังคมนิยม เขาเป็นผู้หนึ่งที่ได้พยายามต่อสู้เพื่อสิทธิของสตรีในการเลือกตั้งด้วย

ลัทธิอัตถประโยชน์นิยมได้มีอิทธิพลและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เช่น ขบวนการชาร์ติส (Chartist Movement) ที่เกิดขึ้นในอังกฤษระหว่างปี ค.ศ. 1839 และ 1848-1849 ก็เกิดจากอิทธิพลผลักดันของลัทธิอัตถประโยชน์นิยมอันก่อให้เกิดการปฏิรูปการเลือกตั้งและรัฐสภา

มีการขยายการศึกษาและการปฏิรูปกฏหมายต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องและตอบสนองความผาสุขของคนส่วนมาก แต่ปัญหาสังคมและความขัดแย้งก็ยังคงมีอยู่ตามลักษณะสังคมที่เน้นให้หลักการของความแตกต่างทางความคิด

ลัทธิลัทธิอัตถประโยชน์นิยม ได้หันมาสนใจแรงงานและฐานะชนชั้นยากไร้ใน อังกฤษ เยอรมนี และฝรั่งเศส ทำให้ประเทศเหล่านี้ สามารถพ้นไปจากการเปลี่ยนแปลงสังคมนิยมโดยการปฏิวัติตามหลักการมาร์กซิสต์ในศตวรรษที่ 20 ไปได้

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

มัทนา เกษกมล .(2553). ยุโรปคริสตศตวรรษที่ 19-20. ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ บางแสน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 5 พฤษภาคม 2565

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ลัทธิอัตถประโยชน์นิยม” ช่วยให้ยุโรปบางประเทศ รอดพ้นการปฏิวัติตามหลักมาร์กซิสต์ ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...