โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นำร่องแล้วกับ ‘สยามยิปซัม’ ใช้ EV FORKLIFT ในโรงงาน วางแผนครบ 100% ทุกโรงงานในปี 2025

TODAY

อัพเดต 01 ก.พ. 2567 เวลา 17.15 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. 2567 เวลา 10.15 น. • workpointTODAY

‘สยามยิปซัม’ บอกว่า ‘อุตสาหกรรมก่อสร้าง’ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศมากถึง 30%

หลายองค์กรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้ รวมถึงโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ด้วย เจ้าของโครงการฯ ต่างให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนในการพัฒนาโครงการที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์

‘สยามยิปซัม’ หรือ บริษัท สยามอุตสาหกรรมยิปซัม (สระบุรี) จำกัด ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แผ่นยิปซัมและนวัตกรรมระบบฝ้าเพดานและผนังยิปซัมในประเทศไทย ที่มีแผนจะเป็นธุรกิจวัสดุก่อสร้างเพื่อความยั่งยืน ตั้งเป้าจะเป็นองค์กรปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon) ภายในปี 2045

ล่าสุด จึงได้นำร่องเอา ‘EV FORKLIFT’ หรือรถโฟล์คลิฟต์ไฟฟ้าภายในโรงงาน ที่ปกติจะใช้เพื่อทุ่นแรงยกและขนย้ายสินค้า ภายในไตรมาส 1 จะเริ่มใช้ในโรงงานสระบุรี 2 แห่ง และโรงงานสงขลาอีก 1 แห่ง

ก่อนปี 2025 จะเพิ่มการใช้ EV FORKLIFT ให้ครบ 100% ทั้งเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับพนักงานและประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม

โดย EV FORKLIFT จัดเป็นพลังงานสะอาดที่ไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ไม่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นมลพิษทางอากาศ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนั้น เปรียบเทียบเชิงพลังงาน (หน่วยกิโลวัตต์-ชั่วโมง) EV FORKLIFT ยังช่วยลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงจากน้ำมันถึง 90%

นอกจากนี้สยามยิปซัมยังมีนโยบายเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในส่วนงานอื่นอย่างต่อเนื่องด้วย

‘อนุพงษ์ รงค์เหลืองอร่าม’ กรรมการผู้จัดการประเทศไทย กัมพูชา ลาว พม่า บริษัท สยามอุตสาหกรรมยิปซัม (สระบุรี) จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้วางแผนระยะยาวเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Carbon ในปี 2045

โดยวางกลยุทธ์ในหลายมิติ ตัวอย่างเช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ หรือ ฉลาก EPD) การใช้พลังงานทดแทน การลดการใช้พลังงานไฟฟ้า

“เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการดำเนินธุรกิจวัสดุก่อสร้างเพื่อความยั่งยืนในมิติต่าง ๆ จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลสังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อน และยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างของประเทศไทยสู่การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น และพัฒนาสู่ความยั่งยืนไปด้วยกัน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...