โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

เที่ยว Fukuoka พร้อมขับ Road Trip รอบคิวชูเหนือ

โตแล้วไปไหนก็ได้

เผยแพร่ 13 มี.ค. 2567 เวลา 10.00 น. • iBENma

Fukuoka อีกหนึ่งเมืองในประเทศญี่ปุ่น ที่อยากให้ทุกคนได้ลองไปสัมผัสความชิล ซึ่งตัวเมืองจะอยู่ในภูมิภาคคิวชู ตอนล่างของประเทศ ซึ่งคิวชูก็ค่อนข้างใหญ่เลย

มีอีกหลายเมืองที่สามารถเดินทางจาก Fukuoka ไปต่อได้ การเดินทางหลัก ๆ ก็จะมีเป็น JR PASS ที่หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว และอีกหนึ่งวิธีที่อยากแนะนำ ก็คือการเช่ารถขับ Road Trip ไปเลยชิล ๆ จะเลือกพักตามเมืองที่แวะก็ได้ หรือจะขับเริ่มจากตัวเมือง Fukuoka เช้า ไปเที่ยว แล้วกลับตอนเย็น ตอนค่ำแบบเราทุกวันก็ย่อมได้เช่นกัน

เริ่มการเดินทางไป Fukuoka กับสายการบิน AirAsia ที่บินตรงจากสนามบินดอนเมือง ลงสนามบิน Fukuoka ได้เลย ไฟลท์บินของเราออกจากดอนเมืองประมาณ ตี 1 แล้วก็จะถึงที่โน่นช่วงเช้าพอดี สามารถเที่ยวต่อได้เลยแบบสบาย ๆ

เวลาจองเที่ยวบิน เราก็จะชอบพ่วง pack น้ำหนักกระเป๋า อาหาร ไปด้วยเลย นั่งเครื่องนาน ๆ ยังไงก็ต้องหิว เรื่องกินเรื่องใหญ่เนาะ

และการ Road Trip ของเราครั้งนี้ เราได้ทำการจองรถโดยตรงกับทาง PKGJourney เป็นของคนไทยนี่แหละฮะ บอกเลยว่าสะดวกสบาย ไม่กี่ขั้นตอน ก็สามารถจองรถเช่าได้แล้ว ที่ PKGJourney เค้าจะเป็นพาร์ทเนอร์กับทาง Toyota Rent a Car เราก็เลือกตอนจองได้เลยว่าอยากรับรถที่ไหน ของเราเลือกรับที่สาขาสถานี Hakata เดินทางสะดวกมาก ๆ ขึ้นจากสถานีรถไฟ เดินออกมานิดเดียวก็เจอเลยขั้นตอนรับรถก็ง่ายสุด ๆ แค่เอาใบจองไปยื่นที่ให้กับคุณพี่พนักงาน แล้วก็รอเซนต์เอกสาร แป๊บเดียวก็ได้รถแล้ว

Mt.ASO . Daikanbo (KUMAMOTO)

Location : https://maps.app.goo.gl/htCwpFuF8w6hj81f9

แน่นอนว่า ภูเขา Aso ที่เมือง Kumamoto เป็นอีก Destination ในคิวชูที่ควรค่าแก่การไปเที่ยวมาก ๆ ใช้เวลาขับจากย่าน Tenjin ไปประมาณ 2 ชม. (ขึ้นทางด่วน)

ซึ่งโซนของภูเขาไฟ Aso ก็คือใหญ่ และกว้างมาก ๆ จะแบ่งเป็นหลาย ๆ ที่ให้เราไป ที่แรกเราเลือกไปแวะที่ Daikanbo จะเป็นจุดชมวิวภูเขาแบบ 360 องศาไปเลย เราเดินทางช่วงสิ้นเดือนกุมภา ทุ่งหญ้าก็จะกลายเป็นสีทองสวย ๆ แบบนี้เลยฮะ ด้านบนของ Daikanbo ก็มีที่จอดรถให้เยอะมาก สามารถเลือกจอดได้เลย ไม่เสียค่าจอดฮะ มีร้านค้า ร้านอาหาร ขายของกิน ขนมไว้ให้ด้วย

Mt.ASO . Kusansenri (KUMAMOTO)

Location : https://maps.app.goo.gl/pRA8Qsf6VZdXQVf99

จากตรง Daikanbo เราขับลงมาต่อที่นี่ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที Kusasenri เป็นทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ ที่มีบึงน้ำอยู่ด้วย จะอยู่ใกล้ ๆ กับปากปล่องภูเขาไฟ Nakadake ใกล้แบบใกล้มากกกกก

ควันด้านหลังที่เราเห็น ก็คือควันจากปล่องภูเขาไฟ Nakadake นั่นเองฮะ จากจุดจอดรถ เดินลงมาด้านล่างที่เป็นทุ่งหญ้ากว้าง ๆ ได้เลย เป็นอีกบรรยากาศที่ชิลมาก ๆ

ตอนแรกเราคิดว่าที่นี่จะเงียบ ๆ ไม่ค่อยมีคน สรุปมาถึงก็คือคนเยอะมากกก แต่ไม่ได้แออัดเพราะพื้นที่กว้างมากจริง ๆ ฮะ คนก็จะกระจายไปตามจุด เดินมาถึงบึงน้ำด้านล่าง ที่บอกเลยว่าฟินมากกกก ด้วยความอากาศเย็น ๆ กับวิวเขา และทุ่งหญ้าสีทองอ่า บึงน้ำก็คือตัดมู้ดได้ดีมาก

Kirin Lake (YUFUIN)

Location : https://maps.app.goo.gl/Hzvym5tG41WYZaq78

จากตัวเมือง Fukuoka ขับมาที่ Yufuin ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 45 นาที (ทางด่วน) ของเรามาถึงช่วงเช้าประมาณ 9 โมง รีบตรงมาที่ Kirin Lake ก่อนเลย เป็นทะเลสาบเล็ก ๆ ที่อยู่ในเมือง Yufuin น้ำในนี้จะไหลมาจากน้ำพุร้อน ทำให้น้ำอุ่นอยู่ตลอดเวลา ไปช่วงเช้า ๆ แบบเราอากาศเย็นก็จะได้เห็นเป็นไอน้ำลอยขึ้นมาด้วย

Kirin Lake เป็นอีกจุดฮิตของนักท่องเที่ยวเลย เพราะฉะนั้นอาจจะต้องทำใจเรื่องคนนิดนึงฮะ ไปเช้า ๆ ไม่ก็อีกทีอาจจะต้องช่วงเย็น ๆ เลย คนจะไม่ได้เยอะมาก แต่บรรยากาศตรงนี้ดีมากจริง ๆ ฮะ เดินเล่น ถ่ายรูปไปได้เรื่อย ๆ เลย เดินเลาะไปตามทางด้านหลังก็จะมีเสาโทริอิ ของศาลเจ้า Tenso อยู่ด้วย

เดินเล่นที่ทะเลสาบเสร็จ เราก็ขับรถย้อนกลับเข้ามาตรงสถานี Yufuin หาที่จอดรถ (เสียเงิน) แล้วก็เดินเล่นรอบ ๆ เมืองไปเรื่อย ๆ Yufuin เป็นอีกเมืองในคิวชูที่น่ารักมาก ๆ มีร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ ขนม เรียงอยู่สองฝั่งข้างทาง เดินเล่นได้เรื่อย ๆ เลยฮะเมืองนี้ จะเห็นร้านอาหารบางร้านก็มีคิวต่อแถวแบบยาวสุด ๆ

Sakurai Futamigaura’s Couple Stones (ITSHOIMA)

Location : https://maps.app.goo.gl/MrVcBCSAq5dcGy9q7

ไปเที่ยวเมืองทะเลกันบ้างดีกว่า อันนี้จะขยับใกล้ตัวเมือง Fukuoka มาอีกนิด ใช้เวลาขับรถประมาณ 1 ชม. (ทางด่วน) หินคู่แต่งงาน Sakurai พร้อมเสาโทริอิสีขาวขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางทะเล เชื่อว่าเป็นอีกสถานที่ ที่ทุกคนน่าจะต้องเคยเห็นภาพกันอยู่บ่อย ๆ ตรงข้ามทางลงไปด้านล่าง จะมีเป็นลานจอดรถอยู่ (เสียเงิน)

เราไปช่วงเช้าเช่นกัน ถึงที่นี่ประมาณ 9 โมง แสงแดดส่องลงมาพอดิบพอดี ไม่แรง ไม่เบาจนเกินไป ซึ่งตอนแรกดีใจมาก ไม่มีคนเลย แต่พอยืนถ่ายรูปเล่นไปซัก 5 นาที ทัวร์มาละจ้า 5555555 ซึ่งเมือง Itoshima ก็เป็นเมืองทะเลอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมั่นใจในความสวยงามของน้ำทะเลได้เลย สีฟ้าสวยงามสุด ๆ

Mojiko Retro (KITAKYUSHU)

Location : https://maps.app.goo.gl/cgv5ix6upAX9NzMp9

Mojiko Retro เป็นเมืองท่าเรือเก่า ที่มีความคลาสสิคของตัวตึก ความอิฐส้ม ความติดแม่น้ำ ท่าเรือใด ๆ ทำให้เป็นอีก Destination สวย ๆ ของภูมิภาคคิวชู วันที่เราไปดันเจอฝน แต่ก็รู้สึกว่าได้ Mood ความสวยไปอีกแบบเลย ด้วยความเป็นท่าเรือตั้งแต่สมัยก่อนที่เค้าไว้ทำการค้ากับต่างประเทศ เค้าก็มีการอนุรักษ์โครงสร้างความยุโรปไว้ด้วย

ที่ Mojiko Retro ก็เป็นอีกที่ ที่สามารถเดินเล่นได้เรื่อย ๆ มีมุมถ่ายรูปกับตึกสีส้มหลายจุดมาก มีร้านอาหารทะเลสด ๆ หรือถ้าใครมีเวลาอยากข้ามเรือไปตลาดปลาก็สามารถเช่นกัน แต่วันที่เราไปฝนตก เลยขอข้ามไปก่อน

ที่ท่าเรือก็จะมีอีกหนึ่งโลเคชั่นความดีงาม ก็คือสะพาน Blue Wing Moji เป็นสะพานชักระหว่างพื้นที่ 2 ฝั่ง ที่ยังเปิดใช้งานอยู่จนถึงทุกวันนี้
ซึ่งตอนสะพานชักลงมา ก็สามารถเดินข้าม ถ่ายรูปเล่นได้เลย เค้าจะมีเวลาเปิด-ปิด สะพานไว้ตามนี้เลยฮะ เวลาที่สะพานจะชักขึ้น 10:00 น., 11:00 น., 13:00 น. 14:00 น., 15:00 น., 16:00 น. จะชักลงจากเวลาด้านบนทุก ๆ 20 นาที

Momochi Seaside Park (FUKUOKA)

Location : https://maps.app.goo.gl/CLaYvxA6DBKgC1nw6

อีกที่ ที่ใกล้กับตัวเมือง Fukuoka มาก ๆ ขับรถประมาณ 30 นาทีเท่านั้น เป็นสวนสาธารณะริมทะเล Momochi ด้วยความสวยงามของตัวอาคาร และรูปแบบการจัดวาง ก็เลยทำให้เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองนี้เลย

บริเวณรอบ ๆ ก็จะมีร้านอาหาร ร้านขายของกินตามริมทะเลเอาไว้ให้ด้วย เดินเล่น ถ่ายรูปกันได้แบบเพลิน ๆ แต่ช่วงอากาศเย็นแบบเรา ก็เอาเรื่องอยู่ฮะ ลมพัดมาแรง ๆ ทีนึงก็คือหน้าตึงไปเลย

Fukuoka Art Museum (FUKUOKA)

Location : https://maps.app.goo.gl/foz6E1PjP4oFJuEw6

ปิดท้ายเอาใจสาย Art หน่อย ไม่แวะมาไม่ได้เลย ตัว Museum จะตั้งอยู่ในสวนสาธารณะ Ohori จริง ๆ สามารถนั่งรถไฟมาก็ได้ หรือถ้ามีรถก็ขับรถมาได้เลยเช่นกันฮะ Museum ขนาดค่อนข้างใหญ่เลย ไฮไลท์ของที่นี่ก็คงหนีไม่พ้นฟักทองยักษ์ของคุณ Kusama Yayoi ที่ตั้งเด่นอยู่ด้านนอกชั้น 2 ของที่นี่

ตรงบริเวณด้านนอก Outdoor สามารถขึ้นมาได้เลย ไม่ต้องเสียค่าเข้าฮะ แต่ถ้าใครอยากเข้าชมศิลปะด้านใน ก็สามารถซื้อบัตรเข้าได้เลย พื้นทีด้านนอกตรงนี้ เดินเล่นได้หมดเลยฮะ มีร้านอาหาร ร้านขายของภายใน Museum แล้วก็บริเวณรอบ ๆ สวน Ohori ก็ดีงามไม่แพ้กัน เดินชิลตามรอบ ๆ บ่อน้ำไปกันได้เลยตลอดทางเลย

และการไปเที่ยว Fukuoka คราวนี้ เราเลือกพักที่ Lyf Tenjin Fukuoka เป็นอีกโรงแรมที่อยากแนะนำต่อมาก ๆ ด้วยโลเคชั่นเอย ห้องพักเอย ลงตัวมาก ๆ ห้องพักมีให้เลือกหลาย Room Type และโรงแรมอยู่ในโซนที่ใกล้ห้าง ร้านอาหาร คาเฟ่ แหล่งช้อปปิ้งแบบจุก ๆ เดินทะลุถึงกันได้หมดเลย

ใครที่พักโรงแรมญี่ปุ่นเป็นประจำอยู่แล้ว ก็จะเข้าใจในขนาดของตัวห้องพักเป็นอย่างดี ที่จะไม่ได้ใหญ่เว่อเหมือนบ้านเรา ซึ่งของที่นี่ ก็จะเป็นขนาดทั่วไปเลย แต่ด้วยการจัดสรรพื้นที่ และการตกแต่งภายในห้องพัก ทำให้ไม่ได้รู้สึกอึดอัด เตียงก็ขนาดกำลังดี และนิ่มมากทุกคน หายห่วงเรื่องนอนไม่สบายได้เลย

ขากลับไทย ก็จะเป็นไฟลท์เช้า ออกจากสนามบินตอน 10.00 น. ก็ไปถึงสนามบินซัก 8 โมงเช้าได้ฮะ ชิล ๆ จากตัวเมือง Fukuoka เดินทางประมาณ 15-20 นาทีเท่านั้น ถ้าใครไม่อยากเหนื่อยกับการแบกกระเป๋าขึ้นรถไฟ เราอยากแนะนำ Taxi เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีมาก ๆ ต่อเดียวถึง International Terminal เลย แนะนำให้ทำการ Check-in Online ใน Application AirAsia MOVE ล่วงหน้าไว้ มาถึงสนามบินก็จะได้เข้าช่อง Baggage Drop ได้เลย ด้านในสนามบิน Duty Free มีขนมให้ซื้อนะทุกคน ไม่ต้องกลัวว่ากลับไฟลท์เช้าแล้วข้างในไม่เปิด เปิดจ้า เปิดแบบจุก ๆ ของวางไว้ให้เลือกสรรเพียบเลย

ขึ้นเครื่องนั่งชิลไปซักแป๊บ ได้เวลาอาหารจ้า บอกทุกคนตรงนี้เลยว่าสั่งอาหารไว้เถอะ การไปเที่ยวหลายวัน จะทำให้เราโหยหาอาหาารไทยสุด ๆ ข้าวกะเพราไก่อันนี้เยียวยาจิตใจมาก ๆ เผ็ดร้อนตามแบบฉบับอาหารไทยไปเลยจ้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...